svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : งานวิจัยชี้ “หมึกสัก” อาจเพิ่มเสี่ยง “มะเร็ง”?!

11 ก.พ. 2569

“รอยสัก” ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่ลายชนเผ่าไปจนถึงผีเสื้อหลังเอว โลกใบนี้มีการ “สัก” กันมาหลายพันปีแล้ว และวันนี้ “รอยสัก” ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน วัฒนธรรม และแฟชั่นของคนจำนวนมาก

สำหรับหลายคน ความกังวลอาจมีแค่ว่า “อีกสิบปีจะยังชอบลายนี้อยู่ไหม?” แต่ช่วงหลัง งานวิจัยทางการแพทย์เริ่มตั้งคำถามที่จริงจังกว่านั้นว่า “หมึกสัก” อาจมีผลต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อมะเร็งบางชนิดหรือไม่?

🔵 [งานวิจัยพูดอะไรบ้าง?]
ข้อมูลจากวารสาร European Journal of Public Health บอกว่า ปัจจุบันชาวยุโรปตะวันตกประมาณ 13–21% มีรอยสักอย่างน้อยหนึ่งจุด แต่ที่น่าสนใจคือ แม้รอยสักจะพบได้ทั่วไป เรากลับรู้น้อยมากเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า “หมึกสัก” สามารถสะสมในต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบ และในบางกรณีที่พบได้น้อยมาก

🔵 [งานวิจัยใหม่ที่หลายคนจับตา]
งานวิจัยล่าสุดในปี 2025 จาก University of Southern Denmark ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร BMC Public Health พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น นักวิจัยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็น “ฝาแฝด” เพื่อเปรียบเทียบระหว่างคนที่เป็นมะเร็ง กับคนที่ไม่เป็น 

ผลที่ได้คือฝาแฝดที่มีรอยสัก มีความเสี่ยงเป็น มะเร็งผิวหนังสูงเกือบ 4 เท่า พบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้ง มะเร็งผิวหนัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และที่น่าสนใจมากคือ “ขนาดของรอยสักมีผล” รอยสักที่มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ อาจเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น

นักวิจัยอธิบายว่า ยิ่งมีหมึกในร่างกายมาก ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรณีของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

แต่ต้องย้ำชัดๆ ตรงนี้ ว่านี่คือ “ความสัมพันธ์จากงานวิจัย” (association) ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า “รอยสัก” เป็นสาเหตุของมะเร็งนะคะ

🔵 [นักวิจัยยังเตือนอะไรอีก?]
ผู้เขียนงานวิจัยเองก็ย้ำว่า ข้อมูลเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก เพราะมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาอีกจำนวนมาก เช่น ประเภทของหมึกสัก ตำแหน่งที่สัก ชนิดของมะเร็ง พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต สรุปง่ายๆ คือ ยังต้องมีงานวิจัยขนาดใหญ่ และติดตามระยะยาวกว่านี้

🔵 [แล้ว “หมึกสัก” มีอะไรอยู่ข้างใน?]
หมึกสักประกอบด้วย เม็ดสี ที่ทำให้เกิดสี ตัวพา หรือ carrier fluid เพื่อพาเม็ดสีลงไปในชั้นผิวหนังแท้ ปัญหาคือ หมึกสักจำนวนมาก นำเข้าจากหลายประเทศ ทำให้การควบคุมส่วนผสมทำได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาระบุว่า หมึกบางชนิดอาจมีโลหะหนักในปริมาณเล็กน้อย เช่น นิกเกิล โครเมียม โคบอลต์ และบางครั้งพบตะกั่ว โลหะที่ว่ามานี้ อาจกระตุ้นอาการแพ้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และในบางระดับอาจเป็นพิษต่อร่างกาย

🔵 [แล้วกฎหมายควบคุมล่ะ?]
ในปี 2022 สหภาพยุโรปออกกฎ จำกัดสารอันตรายกว่า 4,000 ชนิด ในหมึกสักและเครื่องสำอางถาวร รวมถึงสารที่จัดอยู่ในกลุ่มก่อมะเร็งหรือกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม หมึกสักในยุโรปต้อง แสดงฉลากชัดเจน ระบุส่วนผสม และห้ามใช้สารต้องห้าม แต่ในหลายประเทศ รวมถึงบางพื้นที่ในเอเชีย หรือไทย กฎระเบียบยังไม่เข้มงวดเท่า

🔵 [แล้วคนที่อยากสักควรทำยังไง?]
สิ่งที่งานวิจัยบอกเราในวันนี้คือ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า “รอยสัก” ทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง แต่ก็มีสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ เลือกร้านที่สะอาด ได้มาตรฐาน ตรวจสอบแหล่งที่มาของหมึก หลีกเลี่ยงการสักขนาดใหญ่โดยไม่จำเป็น ดูแลผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

การสักในวันนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องสวยงามหรืออารมณ์ แต่อาจเป็นเรื่องของการตัดสินใจระยะยาวกับร่างกายตัวเองด้วย.