เจาะลึกคดีหุ้น MORE: จากแผนปั่นราคา 4.5 พันล้าน สู่บทพิสูจน์ระบบยุติธรรมไทย
08 ม.ค. 2569
STORY : คดีหุ้น MORE : จากวันปั่นราคา สู่บทพิสูจน์ระบบยุติธรรมตลาดทุนไทย ใครทำอะไรได้บ้าง และใครจะไม่รอดในเกมนี้
Nation Story
08 ม.ค. 2569
STORY : คดีหุ้น MORE : จากวันปั่นราคา สู่บทพิสูจน์ระบบยุติธรรมตลาดทุนไทย ใครทำอะไรได้บ้าง และใครจะไม่รอดในเกมนี้
นี่ไม่ใช่แค่คดีปั่นหุ้น แต่มันคือคดีที่เปิดโปง “ช่องโหว่เชิงระบบ” ของตลาดทุนไทย
และกำลังกลายเป็นต้นแบบการจัดการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนที่สุดคดีหนึ่ง
.
คดีหุ้น บมจ.มอร์รีเทิร์น (MORE) ถูกพูดถึงในตลาดทุนมานาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุด ไม่ใช่แค่ “ความคืบหน้า” หากเป็น การเฉลยโครงสร้างของขบวนการ ที่อาศัยความรู้ในระบบตลาดทุนมาทำลายมันจากข้างใน
การแถลงร่วมกันของ
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
- สำนักงาน ปปง.
- DSI
- ตำรวจสอบสวนกลาง
- สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
คือสัญญาณชัดเจนว่า รัฐเลือกเอาจริงกับคดีนี้เป็นกรณีพิเศษ
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง คดี MORE ถูกแยกเป็น 3 สำนวนหลัก
1️. คดีฉ้อโกง
• ศาลมีคำสั่งคืนหรือชดใช้ทรัพย์
• บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย 10 ราย
• มูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาท
2️. คดีอั้งยี่
• ความเสียหาย 129 ล้านบาท
• คืนให้บริษัทหลักทรัพย์กลุ่มเดียวกัน
3️. คดีปั่นหุ้น (มาตรการทางแพ่ง)
• มูลค่าความเสียหายราว 226 ล้านบาท
• เงินค่าปรับตกเป็นของแผ่นดิน
Fact Check: เงินกว่า 4.5 พันล้านบาทนี้ ไม่ได้เป็นเงินของนักลงทุนรายย่อยโดยตรง
แต่คือเงินที่บริษัทหลักทรัพย์ต้อง “ชดใช้แทน” การซื้อขายที่เกิดจากขบวนการผิดกฎหมาย
DSI ระบุผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มชัดเจน
กลุ่มที่ 1 – ผู้ออกแบบเกม (2 ราย)
• ผู้วางแผนหลัก
• 1 รายหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน (อยู่ระหว่างติดตามตัว)
กลุ่มที่ 2 – เครื่องมือในระบบ
• ผู้สนับสนุนด้วยการป้อนคำสั่งซื้อขายผ่านโปรแกรม
• ใช้ความชำนาญเชิงเทคนิคตลาดหุ้น
กลุ่มที่ 3 – เจ้าของบัญชี (33 ราย)
• ให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้
• เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด
คำถามสำคัญ: “เจ้าของบัญชี” เหล่านี้รู้หรือไม่ว่ากำลังถูกใช้เป็นฟันเฟืองของอาชญากรรม?
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ชี้ชัดว่า คดี MORE คือ พัฒนาการใหม่ของอาชญากรรมเศรษฐกิจ
“ผู้กระทำผิดไม่ใช่คนนอก แต่คือคนที่รู้ระบบตลาดทุนเป็นอย่างดี รู้ขั้นตอน รู้จังหวะ และรู้ช่องโหว่”
นี่คือเหตุผลที่รัฐใช้ กฎหมายฟอกเงิน + มาตรการทางแพ่ง เพื่อ “ตัดผลประโยชน์” ไม่ใช่แค่เอาผิดย้อนหลัง
ผลลัพธ์คือ
❌ ผู้กระทำผิดไม่ได้ทรัพย์สิน
❌ ยังต้องเผชิญโทษอาญาหนัก
ปปง. ยอมรับตรงไปตรงมาว่า การพิสูจน์ความเสียหายของนักลงทุนรายย่อย “ทำได้ยากมาก”
.
ศาลจึงเลือกแนวทาง
➡️ ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
➡️ ใช้มาตรการเชิงระบบมากกว่าการไล่ชดเชยรายบุคคล
.
หลังคำพิพากษา 18 ก.ค. 2568
• ผู้ต้องหามีสิทธิอุทธรณ์ 30 วัน
• หากไม่อุทธรณ์ คดีถือว่าสิ้นสุด
• ปปง.จะเริ่มกระบวนการคืนหรือชดใช้ทันที
.
ฝั่ง ตลท. มองคดี MORE เป็น “บทเรียนราคาแพง”
แต่จำเป็นต่อการดึง Trust & Confidence กลับมา
.
มาตรการใหม่ที่เริ่มใช้แล้ว เช่น
✔️ Auto Pause รายหลักทรัพย์
✔️ Minimum Resting Time
✔️ เปิดเผยข้อมูลหุ้นค้ำประกันในบัญชีมาร์จิ้น
✔️ แชร์ข้อมูลผู้ส่งคำสั่งผิดปกติให้ บล. ทั้งอุตสาหกรรม
.
ขณะที่ ASCO เตรียมเปิดตัว Securities Data Exchange Platform (SDEP)
แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลลูกค้าความเสี่ยงระดับอุตสาหกรรม
คาดเริ่มใช้งาน 1 ก.พ. 2569
.
• ผู้หลบหนีรายสำคัญ จะถูกจับได้หรือไม่
• คดีอุทธรณ์จะเปลี่ยนทิศทางหรือไม่
• นักลงทุนรายย่อยจะได้รับการคุ้มครองเชิงระบบได้จริงแค่ไหน
• และ… ตลาดทุนไทยปิดช่องโหว่นี้ได้ถาวรหรือไม่
.
📌 คดีหุ้น MORE อาจจบในศาล
แต่ผลสะเทือนของมัน เพิ่งเริ่มต้นในระบบตลาดทุนไทย
