เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : “ดาต้าเซ็นเตอร์” ส่อทำ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้งกลางเทอม

18 ต.ค. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : “ดาต้าเซ็นเตอร์” ส่อทำ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้งกลางเทอม

นับจากวันนี้ไป เหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้นก็จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้แล้ว ในวันนั้นชาวอเมริกันจะออกไปใช้สิทธิ์เลือก สส.ทั้งสภาผู้แทนราษฎร 435 คน และ สว. ประมาณ 1 ใน 3 หรือ 33 จาก 100 ที่นั่ง ยังไม่นับรวมตำแหน่งอื่นๆ ภายในของแต่ละรัฐ เช่น ผู้ว่าการรัฐ หรืออัยการประจำรัฐ เป็นต้น โดยนับจนถึงสัปดาห์นี้มีรัฐที่เปิดให้เริ่มต้นเลือกตั้งล่วงหน้าได้แล้ว 20 จาก 50 รัฐ และจะเพิ่มเป็น 38 รัฐในสัปดาห์ที่จะมาถึง

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละครั้งแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเสี่ยงแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคเดโมแครตในรอบนี้ จนต้องออกทัวร์เดินสายหาเสียงถึง 32 วันรวดก็คือ มุมมองของประชาชนต่อการก่อสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ที่คล้ายกันกับบ้านเรา นั่นคือ ไม่ต้องการให้มาก่อสร้างในพื้นที่ใกล้ชุมชน เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ปริมาณการใช้น้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 


🔵 [ดาต้าเซ็นเตอร์บุก “รัฐสีแดง”]


ในแง่การเมือง สหรัฐฯ แบ่งรัฐออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ “รัฐสีน้ำเงิน” คือรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต โดยมักเป็นรัฐที่อยู่ตามชายฝั่งตะวันตกและตะวันออกของประเทศและมีความเป็นเมืองสูง เช่น แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก ไปจนถึงรัฐที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่อย่างฮาวาย ในขณะที่รัฐสีแดง คือรัฐที่เป็นฐานเสียงของขั้วตรงข้าม มักเป็นรัฐที่อยู่แถบมิดเวสต์ตอนกลางของประเทศ มีการทำการเกษตรและโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เท็กซัส โอไฮโอ ไปจนถึงอลาสกา และอีกประเภทก็คือ “สวิงสเตท” รัฐที่ไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคใดซึ่งมักเป็นรัฐที่ผู้สมัครประธานาธิบดีจะให้ความสำคัญมากที่สุด เช่น ฟลอริดา เพนซิลเวเนีย มิชิแกน และนอร์ธแคโรไลนา

ข้อมูลจาก Cleanview Research พบว่าในปี 2565 เมื่อ ChatGPT เปิดตัว ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต แต่ปีที่ผ่านมาพบว่าดาต้าเซ็นเตอร์มากถึง 68% อยู่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ศูนย์ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถึง 75% และศูนย์ข้อมูลที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนมากถึง 80% ก็อยู่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันเช่นกัน

แล้วทำไมบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์จึงแห่ไปลงทุนในรัฐสีแดง? เหตุผลก็เนื่องจากรัฐเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะเปิดกว้างยอมรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสูงมากกว่า ประกอบกับการขาดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และการมีที่ดินว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก


🔵 [มุมมองที่สวนทาง]


ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัย การให้สัมภาษณ์ หรือการโพสต์ผ่านโซเชียล ทรัมป์ยังคงยืนกรานการสนับสนุนทั้งเอไอและดาต้าเซ็นเตอร์ โดยหนึ่งในประโยคเด็ดของเขาที่หลายคนน่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาก่อนหน้านี้ก็คือ “เหตุผลเดียวที่ชุมชนต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ ไม่ต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ก็คือ พวกเขาต้องการที่จะล้าหลังและยากจน"

ทรัมป์มองว่านี่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ เพราะสหรัฐฯ จะแพ้จีนในเรื่องความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเอไอไม่ได้ ดังนั้นสหรัฐฯ จึงไม่ควรชะลอการพัฒนาเอไอ และควรเร่งการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับประสิทธิภาพของเอไอ

แต่ในทางกลับกัน เริ่มมีผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมองดาต้าเซ็นเตอร์ในแง่ลบมากขึ้นในหลายการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นโพลของ Reuters/Ipsos ที่สำรวจช่วงระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 5 ตุลาคมพบว่า 43% สนับสนุนการจำกัดการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ Pew Research Center ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม พบว่า 54% จะไม่ค่อยสบายใจหรือไม่สบายใจเลยหากมีดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในพื้นที่ ในขณะที่ Economist / YouGov Poll ที่สำรวจช่วงปลายเดือนสิงหาคมก็พบว่า 52% คัดค้านการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตนเอง

🔵 [ผู้สมัครกล้าเห็นต่าง “ทรัมป์”]


จากมุมมองของประชาชนที่สะท้อนผ่านผลโพล ปรากฏว่าในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะมีโอกาสได้ลงประชามติพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์จำนวน 34 หัวข้อใน 7 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา อิลลินอยส์ แคนซัส เนวาดา วิสคอนซิน และโอไฮโอซึ่งมีมากที่สุดถึง 20 หัวข้อ

ขณะที่มาตรการ 4 หัวข้อที่เคยมีการลงประชามติไปก่อนหน้านี้ ผลที่ออกมาล้วนเป็นไปในทางเดียวกัน นั่นคือ ส่วนใหญ่เห็นชอบกับการจำกัดการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะโดยการอนุมัติข้อจำกัดหรือออกข้อกำหนดใหม่ หรือปฏิเสธมาตรการที่จะอำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนการพัฒนาก็ตาม

เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์จึงกลายเป็นแรงกดดันให้พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของทรัมป์บางคนเริ่มกล้าที่จะออกมาแสดงจุดยืนที่แตกต่างกับเขา เช่นที่รัฐเท็กซัสซึ่งมีศูนย์ข้อมูลอยู่ระหว่างการก่อสร้างมากที่สุดในสหรัฐฯ ปรากฎว่าผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันอย่าง “เกร็ก แอบบอตต์” ได้ระงับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่

เช่นเดียวกับที่รัฐโอไฮโอ “วิเวก รามาสวามี” ผู้ท้าชิงผู้ว่าการรัฐจากรีพับลิกันถึงขั้นให้คำมั่นว่าในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เขาจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารระงับการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่โดยทันที" จนกว่าสภาแห่งรัฐจะผ่านกฎหมายกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องจัดหาไฟฟ้าฟรีให้กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบ
 


🔵 [รวมพลังต้านดาต้าเซ็นเตอร์]


ข้อมูลของ AdImpact เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในการเลือกตั้งปีนี้มีการใช้เงินถึง 45 ล้านดอลลาร์หรือระดับพันล้านบาทในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในรัฐจอร์เจียซึ่ง OpenAI จะเข้ามาลงทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ปรากฎว่าผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐใช้เงินโฆษณาไปเกือบ 13 ล้านดอลลาร์กับเรื่องนี้เรื่องเดียว

ดูเหมือนว่าประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์จะกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันมีท่าทีที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก นอกจากนี้ในแง่ภาคประชาชนยังกลายเป็นปรากฎการณ์ที่กลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์และเกษตรกรรมซึ่งเป็นสายอนุรักษ์นิยมจับมือกับกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีจุดยืนทางการเมืองแบบซ้ายจัดด้วย

สุดท้ายนี้คงต้องจับตาดูว่าในช่วงเวลา 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์จะมีท่าทีอ่อนลงเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์หรือไม่ หรือจะเดินหน้าสนับสนุนแบบสุดลิ่มทิ่มประตูต่อไป ทั้งหมดนี้มีผลการเลือกตั้งเป็นเดิมพันครับ

ข่าวล่าสุด