svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : อาวุธประจำกาย! “ทรัมป์” รัวฟาด “กำแพงภาษี” 8 ชาติยุโรป ปม “กรีนแลนด์”

18 ม.ค. 2569

และแล้วอีก 1 สัปดาห์ก็ผ่านพ้นไปโดยที่ยังไม่มีคำตัดสินเรื่องกำแพงภาษีจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ทำให้คนทั้งโลกยังต้องกลั้นหายใจลุ้นกันต่อไป

โดยคณะตุลาการจะขึ้นนั่งบัลลังก์อีกครั้งในวันอังคารหรือพุธนี้ ซึ่งเราก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะเป็นวันชี้ชะตาหรือไม่ เพราะอย่างที่ผมเคยย้ำเสมอว่าศาลไม่เคยประกาศกำหนดการล่วงหน้า

ที่ผ่านมาเราเห็นทรัมป์นำมาตรการภาษีมาใช้ ไม่ใช่แค่เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าโดยตรงเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเหมือน "อาวุธประจำกาย" ไว้ตอบโต้ในประเด็นอื่นๆ ด้วย ทั้งกรณีรัสเซียที่สหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีอินเดียเพิ่ม 25% ฐานไม่ยอมหยุดนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย การขู่เก็บภาษี 25% กับประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน และการเก็บภาษีแคนาดาเนื่องจากมีการออกอากาศโฆษณาต่อต้านกำแพงภาษี

🔵 [เปิดศึกคนกันเอง] 

ล่าสุดทรัมป์เปิดศึกคนกันเองกับชาติพันธมิตรยุโรปถึง 8 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก (เจ้าของกรีนแลนด์ในปัจจุบัน), นอร์เวย์, สวีเดน, ฟินแลนด์, เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ, เยอรมนี และฝรั่งเศส ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าแบบขั้นบันได เริ่มจาก 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตามมาด้วย 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน และจะไต่ระดับสูงขึ้นอีกจนกว่าสหรัฐฯ จะสามารถ “ซื้อ” กรีนแลนด์ได้สำเร็จ

ในโพสต์ของทรัมป์ เขาอ้างว่าสหรัฐฯ อุดหนุนเดนมาร์กและประเทศอื่นๆ มานาน “หลายศตวรรษ” โดยไม่เคยเรียกเก็บภาษีหรือค่าตอบแทนใดๆ (สหรัฐฯ เพิ่งก่อตั้งประเทศครบ 250 ปีในปีนี้) ดังนั้น จึงถึงเวลาที่เดนมาร์กต้องตอบแทนสหรัฐฯ บ้าง เพราะโลกกำลังมีสันติภาพเป็นเดิมพัน ในเมื่อทั้งจีนและรัสเซียต่างก็จ้องจะตะครุบกรีนแลนด์ และลำพังเดนมาร์กก็คงไม่สามารถต้านทานได้ (นอกจากสุนัขลากเลื่อนเท่านั้นที่ทนทานต่อสภาพพื้นที่ได้)

🔵 [เหตุเกิดจาก “นาโต”] 

ทรัมป์ระบุด้วยว่าทั้ง 8 ประเทศกำลังเล่นเกมอันตราย ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ไปยังกรีนแลนด์โดยไม่แจ้งจุดประสงค์ที่ชัดเจน ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้เกาะกรีนแลนด์เพื่อสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศ “โดมทอง” (Gold Dome) มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากมุมและพิกัดทางภูมิศาสตร์ของเกาะจะช่วยให้ระบบอันซับซ้อนนี้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่ทรัมป์กล่าวถึงคงหนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวของนาโต (NATO) เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ประเทศเหล่านี้ส่งทหารไปประจำการถาวรเพิ่มขึ้นและจัดการซ้อมรบภายในปีนี้ตามคำร้องขอของเดนมาร์ก โดยไม่มีสหรัฐฯ เข้าร่วม จากเดิมที่มีทหารเดนมาร์กและเจ้าหน้าที่พลเรือนประจำการอยู่ราว 150 คน เทียบกับสหรัฐฯ ที่มีทหารประจำการอยู่ประมาณ 200 นาย ณ ฐานทัพที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

🔵 [จุดจบของนาโต?] 

งานนี้ฝรั่งเศสส่งทหารมา 15 นาย เยอรมนี 13 นาย สวีเดน 3 นาย ฟินแลนด์ 2 นาย ส่วนอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ส่งมาประเทศละ 1 นาย อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบขาวประกาศกร้าวว่า ไม่ว่าประเทศนาโตในยุโรปจะเคลื่อนไหวอย่างไร ก็ไม่มีทางกระทบต่อการตัดสินใจของทรัมป์และเป้าหมายในการครอบครองกรีนแลนด์ได้อย่างแน่นอน

ด้านกรรมาธิการความมั่นคงและอวกาศของอียูมองไปในทิศทางเดียวกับนายกฯ เดนมาร์กว่า นี่อาจเป็นจุดจบของนาโต และจะส่งผลกระทบแง่ลบอย่างมากต่อประชาชนและความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งสวนทางกับความคิดของทรัมป์ที่โพสต์ว่า การเข้าไปของสหรัฐฯ จะยิ่งช่วยให้นาโตแข็งแกร่งขึ้น และเขาต่างหากที่เป็นคน "กอบกู้" นาโตเอาไว้

หนึ่งในเหตุผลความจำเป็นที่ทรัมป์อ้าง คือรัสเซียและจีนจะเข้ามาแทรกแซงถ้าสหรัฐฯ ไม่รีบยึดครอง ด้านรัสเซียจึงออกมาโต้กลับว่าเป็นเพียงจินตนาการของนาโตเท่านั้น และเตือนว่าการเพิ่มกำลังทหารจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาคอาร์กติก พร้อมขู่ว่าหากผลประโยชน์ของรัสเซียถูกละเลย รัสเซียจะไม่นิ่งเฉยแน่นอน

🔵 [แผนที่ไม่มีใครเอาด้วย] 

สัปดาห์ที่ผ่านมามีความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเดนมาร์ก โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ (กรีนแลนด์มีอำนาจปกครองตนเอง มีนายกฯ และ ครม.) เดินทางมาพบรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศที่ทำเนียบขาว แต่การเจรจาก็ล้มเหลว เพราะเห็นต่างกันตั้งแต่รากฐานทางความคิด แต่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะตั้งคณะทำงานเพื่อหารือกันต่อไป

แต่หากถามความเห็นของ เยนส์-เฟรดเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีหนุ่มวัย 34 ปี ของกรีนแลนด์ เขาประกาศชัดเจนต่อหน้าประชาชนว่า กรีนแลนด์ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งหรือถูกปกครองโดยสหรัฐฯ และเลือกที่จะเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ คือเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก

ขณะที่เมื่อวานนี้ ชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์กต่างรวมตัวประท้วงตั้งแต่นครโคเปนเฮเกน ไปจนถึงเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์ โดยที่โคเปนเฮเกนมีผู้เข้าร่วมกว่า 2 หมื่นคน (เท่ากับจำนวนประชากรในเมืองหลวงกรีนแลนด์) ต่างพร้อมใจกันตะโกนว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” และเดินขบวนไปยังหน้าสถานทูตสหรัฐฯ

นอกจากชาวเดนมาร์กและกรีนแลนด์จะไม่ต้อนรับแล้ว ชาวอเมริกันเองก็ไม่ค่อยมีใครสนับสนุนแนวคิดนี้ โพลล่าสุดโดยรอยเตอร์สพบว่ามีเพียง 17% ที่เห็นด้วย แม้กระทั่งในหมู่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันยังมีคนเห็นด้วยเพียง 40% (ไม่ถึงครึ่ง) และยิ่งแย่ไปกว่านั้นเมื่อถามว่าเห็นดีด้วยหรือไม่หากสหรัฐฯ จะใช้ “กำลังทหาร” เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ผลปรากฏว่ามีเพียง 4% ที่เห็นด้วย แม้แต่ฝั่งรีพับลิกันเองก็ยังมองว่าเป็นเรื่องเข้าท่าเพียง 8% เท่านั้น

แต่เชื่อได้เลยว่าทรัมป์ไม่มีทางฟังเสียงใครนอกจากเสียงของตัวเอง หากเขาต้องการสิ่งใด เขาย่อมทำทุกวิถีทาง เห็นได้จากการประกาศฟาดกำแพงภาษีใส่ยุโรปล่าสุด รวมถึงสถานการณ์ในเวเนซุเอลาและคำขู่ที่มีต่ออิหร่าน ยังดีที่ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลานำรางวัลโนเบลสันติภาพไปมอบให้กับทรัมป์ เพราะหากเขายังดึงดันจะคว้ารางวัลนี้มาด้วยตัวเอง โอกาสในปีนี้คงริบหรี่ยิ่งกว่าปีที่แล้วเสียอีกครับ