ป่าชุนชนสวนยางพารา 120 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย  กลายเป็นแหล่งแสวงประโยชน์ของนายทุน และนำมาสู่ชนวนแห่งการยิงกำนันเตี้ยจนเสียชีวิต  เหตุเพราะปกป้องผืนป่า กล้องวงจรปิดจับภาพมือปืน ขี่จักรยานยนต์มาคนเดียว และรอจังหวะให้สามีของกำนันเตี้ย ขี่จักรยานยนต์พ่วงข้าง ออกไปจากบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำด้วย  มือปืนขี่จักรยานยนต์มาจอดโดยไม่ดับเครื่อง แล้วเข้าไปทำทีซื้อของ พอสบโอกาส  มือปืนลงมือยิงกำนันเตี้ยบริเวณครัวบ้านเสียชีวิต แล้วหลบหนีทันที


ลูกสาวกำนันเตี้ยคิดไม่ถึงว่าคนที่จ้างวาน เป็นคนสนิทกับครอบครัวโดยส่วนตัวเรียกว่าลุง ส่วนสามีกำนันเตี้ยบอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีความขัดแย้ง คนที่จ้างวานฆ่าภรรยาตนเอง เป็นคนใกล้ชิด  ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน 


คำสั่งตายครั้งนี้เกิดคำถามตามมาว่า เพราะเหตุใดถึงต้องเอาชีวิตนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ กำนันหญิง ที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชน คดีนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา มีนโยบายให้ชุดสืบสวนร่วมบูรณาการ ทั้งสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจกองบังคับการปราบปราม เริ่มแกะรอยมือปืน โดยเริ่มจากตำหนิรูปพรรณและการแต่งกายของคนร้าย ที่ได้จากกล้องวงจรปิด   ตรวจสอบจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ  พบเป็นยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100  และจุดสังเกตุอื่นๆ  


รวมถึงอาวุธปืนที่ใช้เมื่อตรวจดูหมายเลขเครื่องและเลขตัวรถ ได้สอดคล้องกับข้อมูลของช่างในหมู่บ้านคนหนึ่ง บอกว่าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 มีผู้ชาย 2 คน มาซื้อ จยย.คันนี้กับตนเอง ตำรวจกองบังคับการปราบปราม  จึงตีตารางพื้นที่และปูพรหม โดยไล่ดูกล้องวงจรปิดอีกครั้ง พบว่าวันที่ 29 มกราคม 2563 มือปืนได้เข้าไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 20 กิโล จึงเริ่มพิสูจน์ตัวบุคคล จนพบความเชื่อมโยง ทั้งคันเบ็ดที่มือปืนใส่ไว้ในตระกร้ารถ เพื่ออำพราง  หมวกกันน็อค รองเท้า  กางเกง ตรงกันหมด แต่สีรถ จยย. ยังเป็นสีน้ำเงินอยู่  ช่างในหมู่บ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วันที่คนร้ายมาซื้อรถ จยย. คนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีดำด้านมาซื้อ  และเมื่อสืบลึกลงไปปรากฎว่า พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าคันนี้  วิ่งผ่านบ้านกำนันเตี้ย  เพื่อดูลาดเลา ก่อนวันเกิดเหตุเพียง 1 วัน   


และพบว่า มีผู้สนับสนุน ขับรถยนต์ยี่ห้อ Nissan Navara สีแดง มารับมือปืนเพื่อหลบหนี หลังจากมือปืนนำจักรยานยนต์มาทิ้ง ที่อ่างเก็บน้ำ ห้วยสระคลองใหญ่ ในระยะเวลา 14 วัน ตำรวจกองปราบปราม  ได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมด  


โดยมีนายสามารถ ทิพย์ศักดิ์ อดีตกำนัน ใน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี  เป็นผู้จ้างวาน  นายสำริด สังข์สิงห์ เป็นผู้จ้างวาน ซึ่งพี่น้องนายสำริด มีที่ดิน 140 ไร่  แต่ถูกป่าไม้ยึดคืน เพื่อนำมาให้กำนันเตี้ย จัดสรรทำเป็นป่าชุมชน ให้ลูกบ้านทำกิน และแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองกลางหมู่บ้าน 2 ผู้จ้างวานได้ติดต่อนายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง  เพื่อรับงานและดูแลมือปืน โดยมีนายธนภูมิ พรหมมาตร เป็นผู้ลั่นไก และมีนางสาวพนิดา จุนเด็น ภรรยานายธนภูมิ พาหลบหนี แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นคนใกล้ชิด มีอิทธิพล เสียผลประโยชน์ แต่สุดท้ายกฎหมายก็ยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะกองบังคับการปราบปราม คือที่พึ่งสุดท้าย ที่หมายพึ่งของประชาชน


ทีมข่าวล่าความจริง รายงาน