จากกรณีมีผู้ขโมยนำงาช้างแกะสลักพุทธประวัติสมัยกรุงศรีอยุธยา อายุกว่า 200 ปี หายไปจากศาลาฤาษี บ้านเลตองคุ หมู่ที่ 10 อ.อุ้มผาง จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.ที่ 347 อ.อุ้มผาง ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผางได้สืบสวน ออกติดตามหางาช้างดังกล่าวที่ชายแดนไทย-เมียนมา แล้ว
โดยได้มีการประสานงานทั้งกองกำลังสหภาพแห่งชาติ (เคเอ็นยู.) กลุ่มของพลตรีเนอดาเมียะ ผู้บัญชาการกองกำลังเคเอ็นดีโอ. หรือกองทัพ Kndo. รวมทั้งกองกำลังโก๊ะทูบอ ของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. และทราบข่าวจากฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ที่ อ.พบพระ ว่าคนที่ขโมยงาช้างไปได้ลักลอบเข้าไปฝั่งประเทศเมียนมา โดยนำงาช้างไปที่ อ.ชูการี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา ตรงข้ามบ้านวาเลย์ ต.วาเล่ย อ.พบพระ คนร้ายมีการนำงาช้างไปทำพิธี ที่ยอดเขาแม่ละอิ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งเมียนมา มีวัด มีพระสงฆ์เมียนมา มีอาศรมฤาษี และอาศรมรูปปั้นชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม ที่เป็นต้นคิดการใช้ภาษาเขียนของชาวกะเหรี่ยง โดยขณะนี้ทางฝ่ายไทย ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด กำลังประสานกับพ.อ.ศิวะ ผู้บัญชาการกองกำลังโก๊ะทูบอ ที่บ้านวาเล่ย์ อำเภอพบพระ เพื่อของาช้าง และผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี
สำหรับผู้ต้องสงสัยในการนำงาช้างไปครั้งนี้ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงในเลตองคุ ต่างสงสัยนายใบซู คีรีดุจจินดา อดีตผู้ใหญ่บ้านเลตองคุ กับพวก เอาไป โดยคืนเกิดเหตุได้เข้ามาในหมู่บ้านและขอเข้าไปนอนในเขตศาลาฤาษีผมยาว ที่เป็นอาศรมจัดเก็บงาช้างเก่าแก่ จากนั้นเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน ได้โจรกรรมงาช้างคู่ใหญ่ของหมู่บ้านไป เพราะรู้ช่องทางเข้าออกดี ส่วนฤาษีที่นอนเฝ้าไม่ทราบเรื่องซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่า นายใบชู มีหนี้สินมาก อาจจะขโมยงาช้างไปจำหน่ายได้ เพราะงาช้างคู่ใหญ่นี้ เป็นงาช้างที่สำคัญมาก มีราคาแทบจะประเมินได้ยากมาก