สุพัฒนพงษ์ มั่นใจเปิด "Phuket Sandbox" ได้ ชี้ นอกจากท่องเที่ยวยังเปิดประตูสู่ธุรกิจด้วย

สุพัฒนพงษ์ มั่นใจเปิด "Phuket Sandbox" ได้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ชี้ ไม่ใช่เปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผลักดันด้านธุรกิจด้วย ระบุ หากมีปัญหาสามารถปรับเปลี่ยนได้ เผยเป็นการซ้อมให้สมบูรณ์ก่อนช่วง High Season

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดเป้าหมายเปิดประเทศภายใน 120 วัน โดยเริ่มนับจากวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะเป็นการเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนเปิด ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ต้องติดตามว่า นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอความพร้อมและมาตรการต่างๆแก่ที่ประชุมศบค.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้เข้าใจตรงกัน ซึ่งจะเริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ต จากนั้นจะขยายไปที่จังหวัดอื่นๆที่มีความพร้อม ซึ่งนับจากวันที่ 1 กรกฎาคมไปอีก 120 วัน ก็จะสามารถเปิดประเทศได้ แต่จะสำเร็จได้ต้องเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน

ทั้งนี้จากที่ได้รับรายงานถึงสถานการณ์ส่วนตัวจึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถดำเนินการได้ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมาตรการการต่างๆของ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากคำว่า sandbox คือการทดลอง หากมีปัญหาก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ โดยเป็นการดำเนินการซักซ้อมก่อนช่วง High Season เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม นายสุพัฒนพงษ์ มองว่าภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เป็นประตูสู่ประเทศไทยช่องทางแรก จึงจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเจรจาธุรกิจระหว่างนักลงทุนไทย กับนักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งประโยชน์ที่ได้ไม่เพียงเชิงการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นเชิงธุรกิจด้วย ซึ่งมีหลายบริษัทเตรียมการนัดพันธมิตรคู่ค้า เจรจาร่วมลงทุนโดยใช้ภูเก็ตเป็นสถานที่ประชุมหารือ ซึ่งมีหลายสายการบินกลับมาเปิดเที่ยวบินลงสู่ภูเก็ตอีกครั้งแล้ว

ส่วนการจะขยายไปเปิดที่จังหวัดอื่นๆได้นั้น จะต้องประเมินจากตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ร่วมกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ด้วย

นอกจากนี้นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า จะะพยายามแก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงโควิด-19ให้ดีที่สุด ใช้ความขยัน ความเพียรเป็นที่ตั้ง ทุกประเทศใช้วิธีการนี้ เพราะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น คือใช้ความเพียรเป็นที่ตั้งและหมั่นติดตามแก้ไขปัญหา ปรับปรุงไปเรื่อยๆ โดยมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความพร้อม ในทุกด้านที่จะดำเนินการเรื่องนี้