ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"รสนา"อ้างสายสีเขียว 25 บาทมีกำไร จี้รัฐจ่ายหนี้ BTS

148 0
รสนาอ้างสายสีเขียว 25 บาทมีกำไร จี้รัฐจ่ายหนี้ BTS

"รสนา" อ้างเก็บค่าโดยสารสายสีเขียวตลอดสาย 25 บาททำได้มีกำไรเหลือ จี้รัฐเร่งจ่ายหนี้ให้บีทีเอส ขณะที่บีทีเอส เดินหน้าฟ้องกทม.ใช้หนี้เดินรถสายสีเขียว 3 หมื่นล้าน

อดีตสมาชิกวุฒิสภา "รสนา โตสิตระกูล" บอกถึงตัวเลขอัตราค่าโดยสาร ตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับค่าโดยสารบีทีเอสสายสีเขียวว่า ควรจะอยู่ที่ 25 บาทตลอดสาย โดยจากการประมาณการกำไรหากต่อสัมปานออกไปอีก 30 ปี สายสีเขียวจะมีกำไรเหลืออยู่ประมาณ 16,489 ล้านบาท ยังไม่รวมผลประโยชน์อื่น อาทิ การให้เช่าสถานที่เชิงพาณิชย์ และการให้เช่าพื้นที่โฆษณา

การใช้รถไฟฟ้าถือว่าเป็นการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน หมายถึงรัฐต้องทำให้ราคาต่ำที่สุด ในต่างประเทศเขาคิดค่าโดยสารให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งราคาที่บีทีเอสเก็บอยู่ในปัจจุบันหากคิดเป็นรายได้ขั้นต่ำจะอยู่ที่ร้อยละ 28 ถือว่าสูงมาก ดังนั้นย้ำว่าค่าโดยสารตลอดสาย 25 บาทสามารถทำได้ และยิ่งค่าโดยสารถูกขึ้นมากเท่าไหร่จำนวนผู้โดยสารก็ยิ่งมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ส่วนหนี้สินที่จะถูกถ่ายโอนมา หากมีการต่อสัมปทานนั้น เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ หากบีทีเอสต้องการต่อสัมปทานก็ต้องไปเจรจากับรัฐว่าหนี้สินที่มีจะทำอย่างไร การคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าจะต้องไม่เอาหนี้สินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เอาหนี้สินมาเป็นตัวประกันว่าประชาชนจะต้องจ่ายในราคา 65 บาท และมาบีบให้ต้องต่อสัญญากับทางบีทีเอส เพราะที่ผ่านมาเวลาที่รัฐบาลก่อสร้างถนนก็ไม่ได้นำค่าก็สร้างไปคำนวณค่าโดยสารด้วย

ทั้งนี้น.ส.รสนา ยังได้ตั้งข้อสังเกตการต่อสัมปทานในแต่ละครั้งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ เช่น การต่อสัมปทานทางด่วนทั้งหลายภาคประชาชนองค์กรผู้บรืโภคก็ฟ้องร้องไว้ ไม่ต้องการให้มีการต่อสัมปทาน เพราะเป็นวิธีการของเอกชนเสมอในการที่จะฟ้องร้อง จากนั้นหน่วยงานรัฐก็จะออกมาบอกว่าเพื่อที่จะงับการฟ้องร้องจึงต้องยอมให้ต่อสัมปทานกับเอกชนต่อไป ทำให้รู้สึกว่าการที่หน่วยงานรัฐไม่มีอำนาจต่อรองเลยเป็นการรู้เห็นเป็นใจกับเอกชนหรือไม่

ด้านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา บอกว่า หากจะให้เก็บค่าโดยสารตลอดสายในราคา 25 บาท คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตัวเลขที่น.ส.รสนา นำมาใช้คำนวณอาจจะยังไม่ถูกต้อง ทั้งตัวเลขของผู้โดยสารที่นำมาใช้คำนวณสูงกว่าความเป็นจริง และดอกเบี้ยที่เกิดจากหนี้ยังไม่ถูกนำไปคิดเป็นค่าใช้จ่าย รวมถึงหากต่อสัมปทานการเดินรถในช่วง 13 ปีแรกที่ต้องขาดทุน เว้นแต่รัฐสนับสนุนเหมือนกับในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีหนี้สินที่ทางกทม.ยังค้างจ่ายในส่วนค่าจ้างการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับบีทีเอสปัจจุบันกว่า 3 หมื่นล้าน ซึ่งบีทีเอสจำเป็นต้องทวง เนื่องจากเราเป็นบริษัทมหาชน ต้องรับผิดชอบผู้ถือหุ้น หากไม่ได้รับการตอบสนองคงต้องดำเนินการตามสัญญาตามกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการเดินรถต่อไปได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษากับทนายความเพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับทางรัฐบาลในการต่อสัมปทานในราคาอัตราค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ตามที่น.ส.รจนา ตั้งข้อสังเกต การต่อหรือไม่ต่อสัมปทานนั้นสามารถรอได้ไม่ใช่ประเด็นเร่งร้อน แต่อยากให้กทม.หรือรัฐเร่งดำเนินการชำระหนี้ เนื่องจากต้องแบกรับภาระและได้รับความเสียหาย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend