ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

กาฬสินธุ์ติดโควิดเพิ่มอีก 7 ยอดสะสมพุ่ง 35 ราย

278 0
กาฬสินธุ์ติดโควิดเพิ่มอีก 7 ยอดสะสมพุ่ง 35 ราย

สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดยังคงพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 7 ราย สาเหตุส่วนใหญ่กลับจากพื้นที่เสี่ยงและสถานบันเทิงแล้วมาติดคนในครอบครัว ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่ง 35 ราย เล็งเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 หากพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก พร้อมขอร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

21 เมษายน 2564 ที่ศูนย์อำนวยการต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จ.กาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ชั้น 2 นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และนายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 7 ราย ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19สะสมจำนวน 35 ราย              

นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดมีผู้ป่วยในระลอกเดือนเมษายน 2564 รวม 35 ราย กระจายอยู่ใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย 1.อ.ยางตลาด 12 ราย 2.อ.เมือง 7 ราย 3. อ.กมลาไสย 5 ราย 4.อ.สมเด็จ 5 ราย 5.อ.สหัสขันธ์ 3 ราย 6.อ.สามชัย 1 ราย 7.อ.คำม่วง 1 ราย และ 8.อ.นาคู 1 ราย  ซึ่งผู้ป่วยเดิมรายที่ 128 ศูนย์อำนวยการฯ ได้แถลงไปแล้วเมื่อวันที่ 11 19 เมษายน 2564 สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 7 รายประกอบด้วย

รายที่ 29 เพศหญิง อายุ 28 ปี ว่างงาน ภูมิลำเนา ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ไม่มีอาการป่วย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร (รับประทานอาหารร่วมกัน) ก่อนตรวจพบติดเชื้อมีประวัติเดินทางอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มหาสารคาม และขอนแก่น เข้ารับการตรวจและผลพบเชื้อที่โรงพยาบาลเชียงยืน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์รับมารักษาต่อตามภูมิลำเนา (ไม่มีพื้นที่เสี่ยงใน จ.กาฬสินธุ์)  รายที่ 30 เพศชาย อายุ 48 ปี นักการเมืองท้องถิ่น ภูมิลำเนา ต.หนองตอกแป้น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ไม่มีอาการป่วย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายที่ 19 พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงวันที่ 16 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 09.00-12.00 น.ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตอกแป้น อ.ยางตลาด


รายที่ 31 เพศหญิง อายุ 31 ปี ว่างงาน ภูมิลำเนา ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 ด้วยอาการไอ เจ็บคอ มีเสมหะ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 12 และ 17 (ครอบครัวเดียวกัน) พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงวันที่ 13 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 14.00-15.00 น.หาดดอกเกด เขื่อนลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์  รายที่ 32 เพศชาย อายุ 30 ปี อาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง ภูมิลำเนา ต.เนินยาง อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ด้วยอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก ปวดศีรษะ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 23 สถานที่เสี่ยงมีความเกี่ยวพันกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 23 (ประกาศแล้วฉบับที่ 5)  รายที่ 33 เพศหญิง อายุ 38 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนา ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ไม่มีอาการป่วย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 23 (รับประทานอาหารร่วมกัน) พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงวันที่ 13-18 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 08.00-18.00 น.ร้านขายของชำบ้านเลขที่ 71 ม.7 ต.นาจารย์ อ.เมืองกาฬสินธุ์

รายที่ 34 เพศหญิง อายุ 59 ปี อาชีพค้าขาย ภูมิลำเนา ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ไม่มีอาการป่วย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จ.ชลบุรี พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงวันที่ 11-17 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 08.00-18.00 น.ร้านขายของชำบ้านเลขที่ 45 ม.5 ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์  รายที่ 35 เพศชาย อายุ 49 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง (แท็กซี่) ภูมิลำเนา ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด (กรุงเทพมหานคร) เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 ด้วยอาการไข้ ไอ วิงเวียนศีรษะ และมีภาวะปอดอักเสบตั้งแรกรับ พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงวันที่ 15 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 05.00-15.00 น.ร่วมงานแต่งที่หมู่ 3 ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม, วันที่ 18 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 12.00-13.00 น. คลินิกเอกชนหมอเอกรัตน์ อ.เมืองกาฬสินธุ์

นายทรงพล กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในครอบครัว กลุ่มเพื่อน และการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดใกล้เคียง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ 1.การสัมผัสใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัวที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 2.การถ่ายภาพใกล้ชิดกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และ 3. การเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดใกล้เคียง  ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่านได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด  โดยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร ไม่เข้าไปในสถานที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนไทยชนะหรือหมอชนะ ซึ่งหากท่านที่สัมผัสใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ควรสังเกตอาการตนเองที่บ้าน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ถ่ายเหลว ตาแดง ผื่นขึ้น หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก โปรดแจ้งประวัติการสัมผัสกับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงให้บุคลากรการแพทย์ทราบเพื่อคัดกรองความเสี่ยงด้วย

ด้านนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่นั้น จะดำเนินการ 3 ขั้นตอน โดยเริ่มแรกการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการสัมภาษณ์ ซักประวัติ เพื่อหาผู้สัมผัสเสี่ยง ขั้นตอนที่ 2 หากผลตรวจออกมาพบว่าเป็นบวกหรือติดเชื้อจะดำเนินการสอบสวนโรคอย่างละเอียด และรับตัวเข้ารักษา ขั้นตอนที่ 3 ช่วงเวลาที่เข้ารักษาแพทย์ที่ทำการซักประวัติอีกรอบ เพื่อหาไทม์ไลน์ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และสถานที่ ก่อนจะนำมาประมวลผลเป็นไทม์ไลน์ โดยจะไม่เผยแพร่ไทม์ไลน์ทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบต่อตัวผู้ป่วย บุคคลรอบข้าง และสถานที่ต่างๆให้มากเกินไป แต่จะพิจารณาเลือกเผยแพร่พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยงที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้ทั้งหมดเท่านั้น  ซึ่งไทม์ไลน์พื้นที่และช่วงเวลาที่ไม่เผยแพร่ เนื่องเจ้าหน้าที่สามารถสอบสวนควบคุมโรคได้ และติดตามตัวกลุ่มเสี่ยงได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ ถึงสาเหตุที่ไม่เผยแพร่ไทม์ไลน์ผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องปฏิบัติงานอย่างหนัก และขอให้ประชาชนปฏิบัติตัวตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อก้าวข้ามการแพร่ระบาดของโรคนี้ไปร่วมกัน

นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยทั้งหมด 35 ราย ได้เข้ารับการรักษาตัวทั้งหมด ขณะนี้รักษาหายส่งกลับบ้านแล้ว 1 ราย กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 24 ราย โรงพยาบาลสนามฆ้องชัย 10 ราย ซึ่งมีบางรายแรกเริ่มปกติ ไม่มีอาการ และไม่มีไข้ แต่หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน กลับมีอาการไข้ ปอดบวม โดยล่าสุดมี 2 ราย ที่ต้องเข้ารักษาในห้องความดันลบ เนื่องจากมีอาการรุนแรง รายแรกต้องให้ออกซิเซนความเร็วสูง ส่วนรายที่สองได้ให้ออกซิเจนทั่วไป ซึ่งขณะนี้ทั้งสองรายมีอาการดีขึ้นแล้ว เพราะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามนั้น หากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากเกินกว่าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์และโรงพยาบาลสนามฆ้องชัยรับได้ก็จะมีการเปิดใช้โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 บริเวณหลังศาลากลางหลังใหม่ภายใน 72 ชั่วโมง

เรื่องโดย จักรพงษ์ ระวิวรรณ | ภาพโดย จักรพงษ์ ระวิวรรณ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์