ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ควาญช้างน้ำตาคลอเจอพิษโควิดตกงานไร้เงินต้องอพยพกลับบ้าน

77 0
ควาญช้างน้ำตาคลอเจอพิษโควิดตกงานไร้เงินต้องอพยพกลับบ้าน

ควาญช้างน้ำตาคลอ เจอพิษโควิดต่อเนื่องตกงานไร้เงินเลี้ยงปากท้องและซื้ออาหารให้ช้าง จนต้องอพยพกลับบ้านที่บุรีรัมย์แม้จะยังไม่รู้ชะตากรรม วอนภาครัฐหรือผู้ใจบุญช่วยเหลือสนับสนุนอาหารเลี้ยงช้างจนกว่าผ่านพ้นวิกฤต ขอบคุณสหพันธ์ช้างไทยที่ช่วยบรรทุกช้างกลับบ้าน และซาบซึ้งน้ำใจคนไทยที่นำอาหารผลไม้มาให้ช้างระหว่างเดินทาง

11 เมษายน 2564 ควาญช้างชาว จ.บุรีรัมย์  และ จ.สุรินทร์  ที่ตั้งใจจะพาช้างจำนวน 6 เชือก มีพลายจำโบ้ อายุ 10 ปี, พลายรุ่งเรือง อายุ 45 ปี, พลายขนุน อายุ 15 ปี,  สีดอเด่นชัย, พังวรรณลี  อายุ 35 ปี และพังอุดร อายุ 35 ปี เดินเท้าจาก อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กลับภูมิลำเนาที่อำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์  หลังจากเจอพิษโควิดอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี ทำให้ตกงานไม่มีเงินเลี้ยงปากท้อง และซื้ออาหารให้ช้างกิน ไม่มีแม้กระทั่งค่ารถที่จะจ้างมาบรรทุกช้างกลับบ้าน กระทั่งทางสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ได้จัดหารถบรรทุกจำนวน 6 คัน มาช่วยเคลื่อนย้ายช้างทั้ง 6 เชือก และรถบรรทุกสัมภาระต่าง ๆ อีก 2 คัน  เพื่อช่วยเหลือส่งกลับบ้าน โดยล่าสุดก็ได้เดินทางกลับถึงบ้านกระทุ่ม ต.หนองใหญ่  อ.สตึก จ.บุรีรัมย์แล้ว เมื่อคืนวันที่ 9 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา 

โดยช้างทั้ง 6 เชือกเบื้องต้นทางควาญก็ได้นำไปล่ามไว้ที่บริเวณท้ายหมู่บ้านก่อน  จนกว่าจะมีสถานที่อื่น ส่วนอาหารก็มีคนที่ทราบข่าวนำกล้วย อ้อยมาให้ช้างได้กินพอประทังความหิวบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะช้างแต่ละเชือกจะกินไม่ต่ำกว่า 300 400 กิโลกรัม หากลงทุนซื้อผลไม้ หรืออ้อยให้กินก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตัวละ 3,000 4,000 บาทต่อเดือน  แต่หลังจากเจอสถานการณ์โควิดระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 1 ปีก็แทบไม่มีงานไม่มีเงิน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการ จากผลกระทบดังกล่าวก็ทำให้ได้รับความเดือดร้อน และที่ตัดสินใจพาช้างกลับบ้าน ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมด้วยซ้ำว่าจะหารายได้จากที่ไหนมาจุนเจือครอบครัว หรือหาอาหารมาเลี้ยงช้าง ทำให้ควาญช้างบางคนถึงกับน้ำตาคลอเพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง

 


นายปิยพงศ์ จงใจงาม อายุ 61 ปี บอกว่า  อาชีพเลี้ยงช้างสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ถ้าจะให้เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ที่สำคัญก็อยากให้ลูกหลานได้สืบทอดอาชีพเลี้ยงช้างต่อไป  เพราะช้างถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของไทยก็อยากจะอนุรักษ์เอาไว้ ซึ่งขณะพูดลุงปิยพงศ์  ก็น้ำตาคลอและน้ำเสียงสั่นเครือ ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น ก็อยากให้ทางรัฐบาลหาแนวทางช่วยเหลือช้าง และควาญช้างด้วย ซึ่งก็เข้าใจว่าช่วงนี้รัฐบาลมีภารกิจเยอะ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้ช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องอาหารให้ช้างได้กิน จนกว่าควาญจะมีงานทำหรือมีรายได้มาเลี้ยงช้าง      

น.ส.ลักขณา ก้านอิ่ม อายุ 32 ปี ควาญช้างอีกคน บอกว่า หลังจากโควิดระบาดรอบแรกก็ยังพอหากินได้ แต่พอมีการระบาดรอบสองและระลอกสามมาซ้ำเติมอีก ก็ทำให้ต้องตกงานไม่มีเงินซื้ออาหารให้ช้าง   เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเลยทำให้ตกงานขาดรายได้  จนต้องตัดสินใจที่จะเดินเท้ากลับมาตั้งหลักที่บ้าน กระทั่งมีผู้ใจบุญและทางสมาคมสหพันธ์ช้างไทย จัดหารถบรรทุกมาช่วยเคลื่อนย้ายช้างกลับบ้าน ทั้งยังได้รับน้ำใจจากคนไทยที่นำผลไม้ และเงินมาบริจาคสนับสนุนซื้ออาหารช้างระหว่างเดินทางกลับก็ขอบคุณที่ช่วยเหลือ แต่สิ่งที่กังวลคือหลังจากนำช้างกลับบ้านแล้วจะหารายได้จากไหนมาเลี้ยงทั้งคนและช้าง จึงอยากให้ภาครัฐ หรือผู้ใจบุญช่วยเหลือสนับสนุนอาหารช้าง  จนกว่าจะสามารถหางานทำ หรือมีเงินพอซื้ออาหารเลี้ยงช้างเองได้  

ซึ่งหากใครต้องการจะช่วยเหลือควาญ ช้างทั้ง 6 เชือก สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นภาลัย หมายงาม เลขที่บัญชี 0661347740 กสิกรไทย  หรือโทรติดต่อที่เบอร์ 093-3357062 เตย

เรื่องโดย สุรชัย พิรักษา | ภาพโดย สุรชัย พิรักษา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend