ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กตู่" ถกสุดยอดอาเซียน ย้ำทุกประเทศเร่งฟื้นเศรษฐกิจ

72 0
บิ๊กตู่ ถกสุดยอดอาเซียน ย้ำทุกประเทศเร่งฟื้นเศรษฐกิจ

นายกฯ ถกสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้อง วันสุดท้าย ด้านโฆษกรัฐบาลหวังประชาชนทุกกลุ่ม ร่วมหารือแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง สร้างไทยให้เข้มแข็งหลังวิกฤตโควิด-19

(15พ.ย.)ความเคลื่อนไหวของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีภารกิจประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบการประชุมทางไกลของนายกรัฐมนตรี (ระหว่าง 12-15 พ.ย. 63) ซึ่งวันนี้ประชุมเป็นวันสุดท้าย ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลโดยเริ่มต้นที่การประชุมสุดยอดอาเซียน สหประชาชาติ ครั้งที่ 11 , การประชุมผู้นำ RCEP ครั้งที่ 4 , พิธีลงนาม RCEP และในช่วงบ่ายจะเข้าร่วมพิธีปิดและส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียน

 

 ทางด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการประชุมผู้นำที่เกียวข้องตลอด 4 วันที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าแต่ละประเทศได้หยิบยกประเด็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เป็นประเด็นหลักในการหารือร่วมกัน ดังนั้น รัฐบาลจึงอยากเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ หลังจากที่คนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิดได้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันประเทศไทยสามารถก้าวข้ามปัญหาการแพร่ระบาดได้ดีในระดับที่น่าพอใจ จนได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศ และองค์กรต่างชาติมากมาย

อีกทั้ง ปัจจุบันรัฐบาลได้เร่งผลักดันการจัดหาวัคซีนผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่1.สนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงานวิจัยภายในประเทศ2.จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการร่วมผลิตวัคซีนกับต่างประเทศ3.การจัดซื้อ เพื่อนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศในอนาคต


อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ยังต้องเร่งแก้ไข คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งหลายมาตรการที่ดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ทั้งโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ช้อปดีมีคืน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการอื่นๆ ที่กำลังจะออกมาเพิ่อเร่งต่อยอดเศรษฐกิจและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกระดับชั้น โดยรัฐบาลได้ย้ำให้แต่ละหน่วยงาน ทำการตรวจสอบและดูแลแต่ละโครงการให้ประโยชน์ถึงมือพี่น้องประชาชนมากที่สุด  

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองว่า รัฐบาลไม่คิดปิดกั้น การแสดงออกทางการเมือง เพียงแต่อยากเห็นการชุมนุมเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เคารพกฎหมาย และไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย 

 สิ่งที่รัฐบาลเป็นกังวลอย่างมากคือการสื่อสารในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีการเผยแพร่ข่าวปลอม หรือการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร (Fake News) และจากการตรวจสอบพบว่ามีปริมาณค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีการเสียดสีกลุ่มประชาชนผู้มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งจะยิ่งทำให้กลุ่มต่างๆ เกิดความขัดแย้ง การเข้าใจผิด และอาจเกิดปัญหาบานปลายได้ รัฐบาลจึงขอเชิญชวนกลุ่มผู้เห็นต่างทุกกลุ่ม ร่วมกันนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาด้านอื่นนอกเหนือจากประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะการนำเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในมาตรการหรือโครงการต่าง ๆ

 นอกจากนี้ ขอยืนยันว่า รัฐบาลยินดีและพร้อมรับฟังข้อเสนอ ข้อเรียกร้องที่สามารถนำมาเป็นแนวทางให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ หากแนวคิดใดที่เป็นข้อเสนอที่ดีและเหมาะสม รัฐบาลก็พร้อมนำมาปฏิบัติเพิ่อให้เกิดเป็นรูปธรรมและพร้อมผลักดันเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกคน

ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องดำเนินการด้วยกลไกของรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งรัฐบาลหวังให้มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง และหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่โดยรวม


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend