เป้าประสงค์ม็อบเป็นอีกแบบ แต่ตอนนี้ไม่ตรงปก?
"เขาทำมาเรื่อยๆ สองเรื่องแรกอ่อนไปแล้ว ป้ายที่เขายก คำปราศรัยที่มี กิริยาที่เขาทำไปข้อสามทั้งนั้น พอฟังแล้วด่าสถาบันตลอด เด็กบางคนก็อาจถอยด้วยตัวเอง เด็กบางคนแม้ไม่ถอยด้วยตัวเอง แต่พ่อแม่เขาบอกให้ถอย สิ่งที่เขาทำไม่ได้ดึงคนเข้ามา ผลักคนออกไป แต่เขาใช้วาทกรรม อย่างคนที่ชมจับมือกันไว้ให้แน่น เราถอยไม่ได้ สู้ก็เป็นไท ถอยก็เป็นทาส โอ้โห ปลุกตรงนี้ตลอดเวลา"
"แต่ขณะเดียวกัน คนไปร่วมชุมนุมตามสี่แยกจะเห็นว่าคุณขว้างปาหรือเปล่า คุณทำลายทรัพย์สินหรือเปล่า ผิดกฎหมายหรือเปล่า แล้ววันที่ 23 ต.ค. และ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา เสื้อเหลืองพรึ่บ คนเหล่านั้นต้องรู้ว่ากลุ่มคนจงรักภักดีมีมากเหลือเกิน ขณะที่พวกเขานับให้อย่างคนเข้าข้าง มันคือหลักหมื่น ไม่ใช่หลักแสน การที่ทำอะไรเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันแบบนี้ ต้องคนกี่สิบล้านถึงทำได้ แต่นี่คุณหลักแสนยังไม่ได้เลย ยังคิดอีกเหรอว่าจะทำได้ มีคนเขียนไว้เป็นตำราเลยนะว่าการที่คุณจะล้มล้างสถาบัน หนึ่งต้องเป็นทหารที่มีอำนาจมากๆ สองต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ด้วยกันเอง ขัดแย้งเข่นฆ่ากันเอง แล้วคนเหล่านี้คิดว่าเป็นใครถึงจะทำได้ อย่าว่าแต่สถาบันเลย แม้แต่นายกฯ กปปส.ออกมายังไล่คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้ ยังต้องทำรัฐประหารเลย"
คุณอุ๊ หฤทัยไปออกรายการนึง คนช็อกกันทั้งเมือง?
"พี่ไม่สบายใจ เพราะว่าจริงๆ แล้วพี่คิดว่าคุณอุ๊คงอัดอั้นตันใจกับกับการะกระทำในเวลานี้ ใจอุ๊ก็คงจะเป็นคนที่มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และคุณอุ๊คงมองว่าประยุทธ์ทำงานได้ดีช่วงโควิด แล้วเรื่องเศรษฐกิจกำลังแก้ไขอยู่ คุณอุ๊มองว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ใช่ตัวปัญหา แต่เป็นคนเข้ามาแก้ปัญหา" "แต่คุณอุ๊เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เวลาที่เจอคำถามจากพิธีกรก็ดี หรือเจอคำอธิบายจากคนที่มาให้สัมภาษณ์อีกคนก็ดี ทำให้คุณอุ๊อารมณ์ขึ้น พออารมณ์ขึ้นปั๊บทำให้คนมองคุณอุ๊ไม่ดี มองว่าใช้อารมณ์ในการพูด ทั้งที่เนื้อหาใช้ได้ พอมีอารมณ์กลบปั๊บเนื้อหาเลยด้อยค่าไป มันเหมือนลีลาอยู่เหนือเนื้อหา เมื่อคนมองลีลาคุณอุ๊เลยสอบตก เนื้อหาเลยไร้คุณค่าไปเลย ทั้งที่เนื้อหาที่พูดเป็นเรื่องที่ดี"
"พี่เตือนทุกคนที่อยู่ฝ่ายจงรักภักดี หนึ่งอย่าใช้อารมณ์ในการพูดจา สองอย่าใช้คำหยาบคาย อย่าใช้การด่าทอต่อว่า แต่ใช้วิธีการอธิบายและในคำอธิบายสามารถมีคำด่าได้ แต่เป็นคำด่าที่สุภาพ อ.เสรีไม่ด่าคนว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน แต่จะถามว่ามีเวลากินข้าวเย็นกับพ่อแม่บ้างมั้ย หรือถ้าเด็กเข้าห้องเรียนสาย ก็จะถามว่าหนูตั้งนาฬิกาอินเดียเหรอคะ เขาอยู่ตะวันตกนะคะ เขาช้ากว่าเรา จะเป็นคนอย่างนี้ อยากให้พวกเราเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ไปด่าเขาตรงๆ ว่าเฮ้ย ต่ำทรามชั่วช้าโง่งี่เง่า ไม่เอา จะได้ไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง"
ทางออกประเทศ คุณจุลินทร์เสนอให้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แล้วคุณชวน หลีกภัยก็ไปสรรหามาสี่รายชื่อ เป็นอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน, ชวลิต ยงใจยุทธ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ร่วมหาทางออกประเทศ สี่คนนี้ถูกใจอาจารย์มั้ย?
"ต้องพูดถึงข้อเสนอกรรมการสมานฉันท์ก่อน พี่คิดว่าคุณจุลินทร์ปราถนาดีในการบอกว่าเรื่องนี้ควรพูดคุยกัน การเสนอมี 7 ฝ่าย เป็นข้อเสนอที่่น่าสนใจ ก่อนคุณชวนจะขับเคลื่อนก็มีเสียงออกมา 3 เสียง เสียงที่หนึ่งคือพรรคเพื่อไทย เขาบอกไม่เอาด้วย เขาบอกว่าเป็นการซื้อเวลาให้พลเอกประยุทธ์ แต่ตอนหลังพอคุณชวนขับเคลื่อนเขาบอกว่าโอเค ถ้าสภาเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ เขาก็ยินดีจะเอาด้วย แต่อย่าลืมเขามีเงื่อนไข ต้องประสานกับภาคประชาชนให้มากหน่อย"
"สองฝ่ายพรรคก้าวไกลเขาก็ไม่อยากเอาด้วยเพราะเขามีเป้าของเขา ถ้ามีคณะกรรมการสมานฉันท์เกิดขึ้น แล้วไม่มีการพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญทุกหมวด ทั้งหมวดหนึ่ง หมวดสอง เขาไม่เอาด้วยแน่นอน เพราะเขาต้องการให้มีสสร.จากประชาชน ต้องแก้รัฐธรรมนูญทุกหมวดไม่มีการยกเว้น ส่วนกลุ่มเยาวชนปลดแอก เขาไม่เอาเรื่องคณะกรรมการสมานฉันท์เพราะนี่คือการเมือง ฉะนั้นด้วยความปรารถนาดีของคุณจุลินทร์ คงแท้งได้ง่ายๆ แม้เพื่อไทยบอกว่าเอาล่ะ เมื่อคุณชวนขยับ เป็นเรื่องของสภา เขายินดีร่วมด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าก้าวไกลจะเอาด้วยมั้ย ไม่แน่ใจว่าเด็กๆ ปลดแอกจะเอาด้วยมั้ย อันนี้เห็นแววของความล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น"
"ขณะเดียวกันเมื่อคุณชวนขยับว่าจะชวนใครมาบ้าง โอ้ย ทอมเอ้ย เสียงยี้ดังลั่น ถ้านำเสนอชื่อแล้วคุณทุกคนว้าวสุดยอดเลย แต่นี่เขามองมันไม่ใช่ เพราะหนึ่งคุณอานันท์ เคยออกมาพูดว่านายกฯ ต้องฟังเสียงเด็กๆ ท่านพูดก็ถูกต้อง แต่คนก็ไปตั้งคำถามกับท่านว่าแล้วท่านได้ฟังสิ่งที่เด็กพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดด้วยมั้ย พอตรงนี้ปั๊บมันทำให้คุณค่าคุณอานันท์ด้อยลงไป ส่วนพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ คนก็มองว่าเอ้ เวลาออกมาพูดทีไรมันเข้าท่าหรือเปล่า ส่วนคุณอภิสิทธิ์ก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้ง คุณอภิสิทธิ์ออกคลิปถึง 3 ครั้ง พูดชัดเจนว่าไม่เอาพลเอกประยุทธ์ ฉะนั้นหลายคนบอกถ้าเข้ามาแล้วจะเป็นอย่างไร ใช่เหรอ ส่วนคุณสมชาย เป็นน้องเขยคุณทักษิณ เขายังไม่ตอบรับ พอเอ่ยชื่อมา 4 คนนี้มันไม่ว้าว มันยี้มากเลย"
"ถ้าพูดถึงธงเพื่อไทย ชัดเจนมาก พลเอกประยุทธ์ต้องออก คณะกรรมการสมานฉันท์ก็ต้องมีคนเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์เสียสละด้วยการลาออก มีเสียงนี้แน่นอน แต่ก็มีอีกคนมองว่าพลเอกประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศในบริบทนี้น่าจะเหมาะเพราะจัดการแก้ไขปัญหาโควิดได้ดี เมื่อคนนึงบอกว่าพลเอกประยุทธ์ต้องออก อีกคนว่าต้องเดินหน้าก็ไม่ตรงกันแล้ว แล้วอีกกลุ่มรวมทั้งปลดแอก คนที่อาจชมเชยหนุนเขา ต้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าสถาบันไม่ได้มีปัญหาอะไร ปัญหาบ้านเราเกิดจากนักการเมืองบางคนต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง บางคนแพ้ไม่เป็น ต้องการสลับขั้วมาเป็นรัฐบาล เมื่อกลุ่มนึงบอกต้องปฏิรูป อีกกลุ่มบอกว่าคุณเป็นปฏิปักษ์ ส่วนอีกกลุ่มว่าคนที่ควรต้องปฏิรูปคือนักการเมือง"
"แค่สามอย่างนี้มันอยู่ในคณะกรรมการสมานฉันท์ ยังไม่รู้เลยว่าจะไปตรงไหนยังไงได้ การคุยกันแบบสมานฉันท์ คนมาคุยกันต้องไม่มีข้อแม้และไม่มีธงตั้งแต่ต้น ต้องฟังกันก่อน เหตุคืออะไร ผลคืออะไร แล้วค่อยมากำหนดจุดยืนตัวเอง แต่นี่กำหนดจุดยืนเรียบร้อยแล้วว่าอยากได้อะไร และเหมือนเป็นคู่ขนานไม่มีวันเจอกันได้เลย แล้วจะรู้เรื่องได้อย่างไร แล้วถ้ามีการประชุมในที่สาธารณะ ทุกคนจะพูดเอาใจแฟนคลับไม่ได้พูดด้วยเหตุผลที่แท้จริง แล้วมันจะไปสำเร็จได้ยังไง"