🔵 [ศึกชิงกิจการฮอลลีวูดที่ร้อนแรงที่สุดในรอบปี]
Warner Bros Discovery (เจ้าของ HBO Max, Harry Potter, DC, Game of Thrones) กลายเป็นเป้าหมายที่สองยักษ์ใหญ่สตรีมมิ่งและค่ายหนังต่างหมายปอง
- Netflix ยื่นข้อเสนอเงินสดล้วน 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 27.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น
- Paramount Skydance โต้กลับด้วยราคาสูงกว่า 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น (เงินสดทั้งหมด) พร้อมแพ็คเกจค่าธรรมเนียมล่าช้าและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายยกเลิกสัญญา 2.8 พันล้านดอลลาร์
Warner ปฏิเสธ Paramount ทันที เพราะมองว่า “ราคา ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนสูงเกินไป” และเตรียมลงมติข้อเสนอ Netflix ในวันที่ 20 มีนาคมนี้
🔵 [แล้ว “กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ” เข้ามาทำไม?]
ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ส่งทนายความรัฐบาลเรียกผู้บริหารเครือโรงภาพยนตร์รายใหญ่เข้าหารือแบบส่วนตัว เพื่อสอบถามว่า…
- การควบรวมครั้งนี้จะทำให้จำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงลดลงหรือไม่?
- ผู้ชมจะเสียโอกาสในการดูหนังบนจอใหญ่แค่ไหน?
เจมส์ คาเมรอน (ผู้กำกับ Avatar, Titanic) ออกมาสนับสนุน Paramount ชัดเจนว่า “การขายให้ Netflix จะเป็นหายนะต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์”
🔵 [หลังควบรวมจะเกิดอะไรขึ้นกับ Warner Bros?]
Warner เตรียมแยกธุรกิจเคเบิล “Discovery Global” ออกไปก่อน แล้วขายเฉพาะส่วนสตูดิโอภาพยนตร์ + สตรีมมิ่ง HBO Max ให้ผู้ซื้อรายใหม่ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และโฟกัสคอนเทนต์คุณภาพ
🗨️ คำถามที่สังคมกำลังถามกันตอนนี้
ถ้า Netflix ชนะ… เราจะได้ดูหนังฮอลลีวูดเร็วขึ้นในสตรีมมิ่ง แต่โรงหนังอาจซบเซา?
ถ้า Paramount ชนะ… ค่ายหนังเก่าแก่จะกลับมาแข็งแกร่ง แต่ผู้บริโภคอาจเสียทางเลือกสตรีมมิ่ง?