ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สันธนะพา "เสี่ยโป้ น้องชาย" เข้าโรงพักภาษีเจริญ

2.11K 5

"เสี่ยโป้" จูงมือน้องชาย เข้าสน.ภาษีเจริญ กลางดึกก่อนถูกฝ่ายสืบสวนแสดงหมายจับ 5 ข้อหาพยายามฆ่า และพ.ร.บ.อาวุธปืน เจ้าตัวปฏิเสธทุกคำกล่าวอีกฝ่าย ทั้งประเด็นเป็นมือยิง หน้าร้านนวด เป็นฝ่ายนัดเคลียร์ ใช้อิทธิพลเก็บกล้องวงจรปิด พร้อมยินดีให้ตรวจสารเสพติด "สันธนะ" โผล่แสดงตนเป็นผู้ใหญ่ ขอยื่นประกันตัวทันที

29 ตุลาคม 2563 เวลา 03.00 น. ที่ สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พานายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี และ นายเขมทัต ชัชอานนท์ หรือเสี่ยบุ๊ค อายุ 25 ปี น้องชาย เข้าพบ ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกสังคมกล่าวหาเป็นมือปืนยิงคู่กรณี หน้าร้านนวดแผนโบราณสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถ.ราชพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นายอภิรักษ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนใช้บริการเซาว์น่าในร้านดังกล่าวตามปกติ โดยอยู่กับพรรคพวกอีกแค่ 3 คน ขณะที่นายเขมทัต น้องชายตน ซึ่งมีเรื่องกับ นายตั้ง และ นายตั๊ว อยู่แล้ว ได้นัดหมายไปเจรจากับคู่กรณีที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งริมถนนราชพฤกษ์ เลยจากร้านซาวน์น่าไปไม่กี่กิโลเมตร ต่อมา นายเขมทัต ซึ่งเข้าใจว่าเจรจากับคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็พาเพื่อนๆ อีกราว 10 คน ล่าถอยมาหาตนที่ร้านเซาว์น่า จังหวะนั้นตนก็ยืนอยู่ด้านบนร้านดังภาพที่ปรากฏ ขณะที่ทางกลุ่มคู่กรณียกพวกเข้ามาราวๆ 200 คน จนตนเห็นว่าทางคู่กรณีมีการชักอาวุธปืนเล็งมาที่ตน ตนก็รีบหลบและมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องกันกว่า 60 นัด ซึ่งตนยืนยันว่าตนหลบและวิ่งหนีตายออกจากจุดที่ยืนอยู่ตั้งแต่นัดแรกแล้ว และตนก็ไม่ได้มีอาวุธปืนติดตัวด้วยแต่อย่างใด โดยหลังเกิดเหตุตนกับน้องชายเป็นฝ่ายเดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนก่อนตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 27 ต.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ

นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า หลังแจ้งความทางตำรวจก็เดินทางไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดก็เก็บไปด้วยจึงอยากฝาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ช่วยดูภาพจากกล้องให้ตนด้วยว่าพวกตนมีน้อยกว่า ขณะที่ฝั่งคู่กรณีอ้างว่ามากันแค่ 20 คน หนำซ้ำยังให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าตนยิงเปิดทางให้ลูกน้องแหวกออกเพื่อยิงใส่คนเจ็บ ตนอยากถามจริงๆ ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนั้นไปได้จริงหรือ เมื่อตนยืนอยู่ด้านบน ส่วนตนก็หลบกระสุนตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรกแล้ว ตอนนั้นหากถามว่าใครยิงใครตนบอกได้เลยว่าไม่รู้เพราะคนเยอะไปหมด แต่ถ้าจะถามว่าใครอยู่ตรงนั้นบ้างจำได้ตัวหลักๆ ก็มี แอล โอรส, เอ็มโก๋ ตากสิน, ตั๊ว พรานนก และ ตั้ง พรานนก ซึ่งเป็นลูกสมุนของนายตั๊ว

"ตนไม่ได้ยิงใคร ไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศอย่างที่ฝ่ายคู่กรณีให้ข่าว เซาว์น่าแห่งนี้ตนใช้บริการทุกวันมีแต่นักธุรกิจและผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทใดๆ เกิดขึ้น แต่หลังเกิดเหตุการณ์ทราบว่า บิดาของคู่กรณีซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตประกอบกิจการขึ้นชื่อว่าลอยฟ้า กับบิดาของสมุนคู่กรณีที่เป็นอดีตตำรวจได้มีคำสั่งให้ทางตำรวจท้องที่ดำเนินการออกหมายจับพวกตน ทั้งที่ตนไม่ได้มีความผิดอะไร ทำให้ตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าฝ่ายตนต้องกลัวฝ่ายคู่กรณี ไม่ใช่ฝ่ายคู่กรณีจะต้องมากลัวตน พอเรื่องผ่านมา 1-2 วันตนเห็นว่าข้อเท็จจริงมันไม่ใช่จึงปรึกษา พ.ต.ท.สันธนะ ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้พามาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ" เสี่ยโป้ กล่าว



ขณะที่ นายเขมทัต น้องชาย กล่าวว่า เหตุต้นเรื่องนั้นเกิดจากตนที่มีกรณีพิพาทกับกลุ่มของ นายตั๊ว พรานนก และ นายตั้ง พรานนก โดยก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปวัดศาลเจ้า ร่วมงานปลุกเสกวัตถุมงคลอาแป๊ะ โรงสี ปรากฏมีพรรคพวกของคู่กรณีเข้ามาเสนอขายพระให้ตน แต่ตนไม่สนใจ กระทั่งเขาคงมองว่าตนหยิ่ง พยายามทักเฟซบุ๊กมาหา โทรมาหา แต่ตนก็ไม่รับสาย เมื่อตนตัดสินใจติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ฝ่ายคู่กรณีเปิดประเด็นทะเลาะวิวาทนัดหมายให้ตนไปเจอเพื่อเจรจาที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งนิมถนนราชพฤกษ์ แต่พอตนเดินทางไปถึงพบว่ามีชายฉกรรจ์ขับรถ จยย. จำนวน 4-5 คันมาวน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพาเพื่อนๆ ล่าถอยกลับไปหาพี่ชายที่เซาว์น่า กระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ตนได้พยายามประสานให้เคลียร์ปัญหาแบบลูกผู้ชาย เนื่องจากฝ่ายเสี่ยโป้กับน้องชายนั้น ตนก็รู้จักกับครอบครัวมานาน ส่วนฝ่ายบิดาของคู่กรณีนั้นก็เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยคนหนึ่งทำงานด้วยกันสมัยอยู่กองปราบปราม อีกคนทำงานด้วยกันสมัยอยู่ บช.น. ในเมื่อแจ้งให้บิดามารดาของเด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มทราบแล้ว ตนก็เสนอให้เรื่องมันจบแบบนักเลงด้วยการให้ 2 ฝ่ายมาชกกันแบบตัวต่อตัวไม่อยากให้ไปก่อเหตุเป็นภาระสังคมกับเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่นจึงทำให้เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะแต่ละฝ่ายก็ว่ากันไปมา แต่หลังเกิดเหตุมีคนเจ็บขึ้นกลับได้ยินฝ่ายคู่กรณีพูดถึงเงินค่าทำขวัญสูงถึง 10 ล้านตนก็ไม่เข้าใจว่าจะเอาลูกหลานมาขายในเหตุทะเลาะวิวาทแบบนี้หรือ จึงตัดสินใจพาเสี่ยโป้กับน้องชายเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ต่อมาเมื่อเวลา 04.30 น.ระหว่างที่ พ.ต.ท.สันธนะ กำลังจะพานายอภิรักษ์ และ นายเขมทัต กลับที่พักหลังลงบันทึกประจำวัน พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี สว.สส.สน.ภาษีเจริญ ได้นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 544/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.63 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน มาแสดงให้ นายอภิรักษ์ ดู ทำให้ นายอภิรักษ์ ยอมให้ตำรวจควบคุมตัวขึ้นไปสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน โดยชุดจับกุมได้ประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เดินทางมาเพื่อตรวจเขม่าดินปืนด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังเสี่ยโป้ ถูกควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ยังแสดงความจำนงค์จะเป็นนายประกันให้ ซึ่งทางญาติๆ ของเสี่ยโป้ กำลังเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอท่าจำนวน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีท่าทีว่าทางพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่ อีกทั้งมีรายงานว่า มีเพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ ชื่อ "เสี่ยเคน" น่าจะถูกออกหมายจับด้วยในข้อหาเดียวกัน แต่ขณะนี้เสี่ยเคน ก็ยังไม่ได้เดินทางมาที่ สน.ภาษีเจริญแต่อย่างใด.

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์