ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เหยื่อเงินกู้ดอกโหด ร้อยละ20 ต่อ5-7 วัน

314 5
เหยื่อเงินกู้ดอกโหด ร้อยละ20 ต่อ5-7 วัน

เหยื่อเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ปูดถูกล่อลวงผ่านทางสื่อโซเชียลก่อนติดบ่วงจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายต้องหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะหวั่นไม่ปลอดภัย ถูกคุกคามข่มขู่ลามไปถึงคนในครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้อง เผยถูกนำภาพออกเผยแพร่ด่าประจาน และไล่ให้ไปขายบริการมาใช้หนี้

ฉะเชิงเทรา 28 ก.ย.63 ผู้เสียหายจากกรณีถูกล่อลวงให้เข้าร่วมกลุ่มแชร์เงินกู้ดอกเบี้ยโหดอัตราร้อยละ 20 ต่อ 5-7 วันและคิดค่าปรับแบบรายชั่วโมงหากมีการส่งดอกล่าช้าในอัตราชั่วโมงละ 50 บาทและหากข้ามวันจะถูกคิดค่าปรับอีกในอัตรา 500 บาทต่อ ชม. ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่หลงเข้าไปติดบ่วงวงจรแชร์ดอกโหดนี้ยังเป็นเยาวชนหรือนักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกรายแล้ววันนี้                โดยมี ร.ต.ท.ธีรวัต พรประสิทธิ์รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้ทำการรับแจ้งความร้องทุกข์และบันทึกปากคำสอบสวนดำเนินคดีในทางแพ่ง ส่วน ร.ต.ท.จเรศักดิ์ สุวรรณสนธิ์ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญา เนื่องจากผู้เสียหายรายนี้นอกจากจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วยังถูกข่มขู่คุกคามบังคับข่มขืนใจด้วยการยึดทรัพย์สินไปจนได้รับความเสียหายและถูกทำร้ายร่างกายตลอดจนยังมีการชี้นำให้ไปขายบริการทางเพศมาใช้หนี้ด้วย                


โดยหญิงสาววัยเพียง 19 ปีรายนี้เล่าว่าตนเองได้ถูกชักชวนล่อลวงให้เข้าร่วมสู่วงแชร์เงินกู้ดอกเบี้ยโหดจากผู้ปล่อยเงินกู้รายเดียวกันกับกรณีที่ตกเป็นข่าวผ่านทางสื่อมวลชนหลังจากที่มีคลิปหญิงสาวซึ่งเป็นลูกหนี้ถูกบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายและถูกข่มขู่จนถึงยังภายในห้องพักจากนั้นยังได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ผ่านทางสื่อโซเชียลเพื่อข่มขู่ลูกหนี้จนมีผู้ปกครองของเหยื่อบางรายพบว่าบุตรชายตกเป็นเหยื่อและทนไม่ไหวต่อการกระทำที่เกิดขึ้นจึงได้มีการพาเหยื่อเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน รวม 3รายก่อนหน้านี้ โดยเธอบอกว่า ตนเองได้ตกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกันตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย.63 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นตนยังมีอายุเพียง 18 ปีแต่ได้ถูกชักชวนหว่านล้อมแบบคะยั้นคะยอผ่านทางสื่อเฟซบุ๊กจนตนหลงเชื่อและเข้าไปเป็นเหยื่อทั้งที่ในขณะนั้นยังไม่ได้มีความเดือดร้อนในเรื่องเงิน แต่ต่อมาหลังจากโรคโควิด 19ระบาดนาน จึงเริ่มมีปัญหาติดขัดในเรื่องเงิน  

 จึงทำให้ไม่มีเงินในการที่จะนำไปจ่ายจ่ายดอกเข้าสู่วงแชร์เงินกู้ดอกเบี้ยโหดดังกล่าวจากนั้นจึงได้เริ่มถูกข่มขู่คุกคามว่าจะทำร้ายมาตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค.63ที่ผ่านมา ต่อมาเท้าแชร์ผู้ปล่อยเงินกู้ยังได้ตามมายึดเอารถจักรยานยนต์ของตนเองไปแต่ผู้เป็นบิดาได้นำเงินค่าดอกเบี้ยไปจ่ายให้และติดตามเอารถคืนมาแต่กลับพบว่ารถที่ถูกยึดไปนั้นได้รับความเสียหาย โดยมีการนำไปใช้จนโซ่ขาด ในขณะที่ตนเองนั้นยังคงถูกด่าทอและส่งคลิปหญิงสาวที่ถูกทำร้ายร่างกายตามที่มีการเผยแพร่กันมาข่มขู่ว่าจะถูกตามทำร้ายในลักษณะเดียวกันนี้ด้วยและยังนำภาพของตนเองขึ้นมาด่าประจานบนโลกโซเชียลนอกจากนี้ยังเข้าไปคุกคามจนถึงยังบ้านพักด้วยการถ่ายภาพของผู้เป็นย่าแล้วส่งมาให้ดู พร้อมกับส่งข้อความข่มขู่ ระบุว่า"นี่ ย่าใครเอ่ย" ซึ่งขณะนั้นตนเองหวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้หลบไปทำงานรับจ้างยังต่างจังหวัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนที่ถูกล่อลวงให้เข้าไปอยู่ในวงจรแชร์เงินกู้รายนี้ จนชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขนั้นเนื่องจากไม่ทราบเงื่อนไขอะไรที่จะมีขึ้นตามมามากมาย และไม่มีความชัดเจนมากนักโดยที่ตนเองได้กู้เงินต้นมาจำนวน 6,400 บาท แต่ได้รับเงินจริงๆ เพียง 2,500 บาทเนื่องจากได้ถูกหักเงินตามเงือนไขที่ไม่ชัดเจน เป็นค่าบริการดูแล 100 บาทค่าค้ำท้าย 1,000 บาท ค่าส่วนต่าง 2,800 บาท รวมหัก 3,900 บาท

แต่เวลาคิดอัตราดอกเบี้ยกลับคิดอัตราดอกเบี้ยจากยอดเงินเต็มจำนวนแบบราย7 วัน ในอัตราร้อยละ 20 บาท และหากส่งดอกเบี้ยล่าช้ากว่ากำหนดจะต้องเสียค่าปรับเป็นแบบรายชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละ 50 บาทและหากเลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้วจะถูกปรับเป็น ชม.ละ 500 บาทซึ่งตนได้พยายามขอผ่อนผันต่อรอง แต่กลับถูกรุมด่าประจานจากกลุ่มของเท้าแชร์รายนี้ด้วยถ้อยคำหยาบคายเสียหายทั้งยังไล่ให้ตนไปขายบริหารทางเพศเพื่อนำเงินมาใช้หนี้อีกด้วย เหยื่อสาววัย 19 ปี8 วันระบุ

และยังเปิดเผยต่ออีกว่าสำหรับเงินกู้ที่ถูกทางเท้าแชร์เรียกเก็บในขณะนี้ มียอดเงินจำนวนมากถึง 14,000 บาททั้งที่ยอดเงินต้นแค่ 6,400 บาท จึงไม่รู้ว่าหนี้งอกเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไรโดยล่าสุดได้มีการพยายามเจรจาต่อรองกัน หลังจากผู้เป็นบิดาของตนทราบเรื่อง จึงได้มีการลดยอดลงมาเหลือประมาณ8 พันบาท แต่ตนยังเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และอาจจะมีคนอื่นๆถูกล่อลวงเข้ามาอีก เหมือนกับอีกหลายคนที่ยังไม่กล้าออกมาเนื่องจากยังเกรงว่าจะได้รับอันตรายส่วนตนที่ต้องหันกลับมาต่อสู่ทางกฎหมายบ้านเมือง เนื่องจากเพราะอยากจะกลับมาอยู่ยังที่บ้านในจ.ฉะเชิงเทรา เหมือนเดิมได้อย่างปลอดภัยมากกว่าโดยที่ไม่ต้องหลบหนีไปอยู่ยังต่างจังหวัดอีก 

เรื่องโดย สนทะนาพร อินจันทร์ | ภาพโดย สนทะนาพร อินจันทร์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend