ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

‘ดร.นิว’เสนอ 10 ข้อ ฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย

4.59K 119
‘ดร.นิว’เสนอ 10 ข้อ ฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย

ยังคงออกมาแสดความเห็น และเคลื่อนไหวในประเด็นการเมืองไทยต่อเนื่อง สำหรับ ดร.นิว ศุภณัฐ ที่ล่าสุดก็ขอนำเสนอ ข้อฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย 10 ข้อ ซึ่งทั้งหมดได้ถูกเขียนชี้แจงไว้ พร้อม ๆ กับอธิบายถึง อำนาจอธิปไตย คณะราษฎร ไว้อย่างน่าสนใจ

สำหรับประเด็น ข้อเสนอฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย 10 ข้อ ของ ดร.นิว ศุภณัฐ นั้น ถูกเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan(ดร.ศุภณัฐ) โดยมีเนื้อหาพูดในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย พร้อมกับ เรื่องอำนาจอธิปไตย คณะราษฎร ความว่า

ข้อเสนอฟื้นฟูสถาบันเพื่อประชาธิปไตย 10 ข้อการสละพระราชอำนาจส่วนใหญ่ที่มีมาแต่เดิมของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 คือ การทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันเรียบร้อยแล้ว

แต่คณะราษฎรกลับยึดอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยมาเป็นของคณะราษฎรเสียเอง ทำให้อำนาจอธิปไตยตกอยู่ในมือของคนส่วนน้อยซึ่งก็คือคณะราษฎร ที่ใช้คำว่า "ราษฎร" เป็นยี่ห้อจอมปลอมหลอกลวงราษฎรทั้งประเทศ เพราะหลัก 6 ประการของคณะราษฎรเป็นแค่ปาหี่ขายฝัน ไม่ได้มีสาระของการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนแต่อย่างใด รัฐธรรมนูญของคณะราษฎรทุกฉบับก็ล้วนแต่หลอกลวงประชาชน เพราะมีแต่ "อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน" ไม่ใช่ "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน"

นับตั้งแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมา อำนาจอธิปไตยปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษ และไม่เคยมาถึงมือของประชาชนอย่างแท้จริง ปัจจุบันปัญหาทั้งหมดอยู่ในรัฐสภาที่ผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชน แต่ผู้แทนราษฎรกลับเป็นตัวแทนของนายทุนผู้มีอำนาจเหนือพรรคการเมือง สุดท้ายอำนาจอธิปไตยปวงชนจึงตกอยู่ในมือของคนมีเงินเพียงแค่ไม่กี่คน

ระบอบเผด็จการของคนส่วนน้อยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2475 ฉกฉวยอำนาจอธิปไตยของประชาชน เป็นต้นเหตุของปัญหาความเป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ และความเข้าใจผิดๆที่ทำให้สถาบันฯ ซึ่งอยู่ในฐานะประมุขแห่งรัฐพลอยเสื่อมเสียพระเกียรติไปด้วย แต่ความเป็นจริง สถาบันฯ ถูกทำให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับระบอบเผด็จการดังกล่าว ในทางตรงกันข้าม สถาบันฯ เป็นผู้เลิกทาส วางรากฐานของชาติและประชาธิปไตยให้กับประชาชนมาตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูสถาบันฯ และประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชน นำไปสู่การทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนโดยสมบูรณ์


1.ปรับลดบทลงโทษของม.112ให้กลับไปเป็นดังเดิมหรือสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลและจัดให้มีหน่วยงานเฉพาะในการพิจารณาบังคับใช้กฎหมายเพื่อความเป็นธรรมและไม่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท

2.ยกเลิกการโหวตนายกรัฐมนตรีแล้วให้อำนาจในการแต่งตั้งนายกฯเป็นของพระมหากษัตริย์โดยตรงบนพื้นฐานของการฟังเสียงประชาชนเช่นเดียวกับประเพณีการปกครองของประเทศอื่นๆในระบอบการปกครองเดียวกันที่พระมหากษัตริย์มักจะทรงแต่งตั้งผู้ที่ประชาชนให้การสนับสนุนสูงสุดเป็นนายกฯเมื่อผลการเลือกตั้งเป็นเอกฉันท์และมีกลไกพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งในการคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมที่สุดให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นเอกฉันท์

3.ปฏิรูปสภาองคมนตรีเป็น"สภาที่ปรึกษาแห่งชาติ"ทำงานร่วมกับตัวแทนของประชาชนผู้ทรงคุณวุฒิขยายหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแนะนำและเป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างทุกภาคส่วนในประเทศตั้งแต่พระมหากษัตริย์ตลอดจนประชาชนทั่วไปเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

4.กำหนดให้นายกฯหรือคณะรัฐมนตรีต้องเข้าเฝ้าฯถวายรายงานการทำงานให้พระมหากษัตริย์ทรงทราบเป็นประจำทุกเดือนหรือรายงานผ่านการประชุมร่วมกับสภาที่ปรึกษาแห่งชาติ

5.ให้สภาที่ปรึกษาแห่งชาติมีส่วนในการรับทราบและตรวจสอบความโปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในระบบราชการปราศจากการแทรกแซงโดยฝ่ายการเมืองและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน

6.ให้รัฐสภาจัดทำงบประมาณแผ่นดินซึ่งเกี่ยวข้องกับสถาบันฯโดยตรงอย่างเหมาะสมในนามของ"งบประมุขแห่งรัฐ"แยกออกจากงบอื่นๆอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดอันจะส่งผลให้เกิดความระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท

7.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ"งบประมุขแห่งรัฐ"จะต้องทำรายงานชี้แจงการดำเนินงานและการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ต่อสาธารณชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

8.สนับสนุนการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีความเจริญและมีความเป็นอารยะรู้จักเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นรวมถึงส่งเสริมสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของสถาบันฯให้มีความทัดเทียมกับต่างประเทศเช่นFreedom of Information (FOI) ActของประเทศอังกฤษและMedia Codeของประเทศเนเธอร์แลนด์

9.กระจายอำนาจอธิปไตยและขยายอำนาจท้องถิ่นไปสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายที่มีความสอดคล้องกับท้องถิ่นควบคู่ไปกับนโยบายจากส่วนกลางแล้วสถาปนา"สภาที่ปรึกษาจังหวัด"ภายใต้การสนับสนุนของสภาที่ปรึกษาแห่งชาติเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมกันพัฒนาจังหวัดและต่อต้านการคอรัปชั่นในระดับท้องถิ่น

10.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องรายงานผลการทำงานของตนเองต่อสภาที่ปรึกษาแห่งชาติและเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการปรึกษาหารือกับสภาที่ปรึกษาแห่งชาติเพื่อสร้างความเข้าใจเข้าถึงและแก้ไขปัญหาของประชาชนร่วมกันอย่างเป็นระบบ

"เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพประชาชนจะเป็นใหญ่ภายใต้ร่มพระบารมี"

ดร.ศุภณัฐ27กันยายนพ.ศ. 2563#ประชาธิปไตยTheseriesbyดร.ศุภณัฐ

แน่นอนว่าหลังที่ ดร.ได้นำเนื้อหาเหล่านี้เผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ ต่างก็มีกลุ่มคนเข้ามาแสดงความเห็น พร้อม ๆ กับการกดถูกใจและแชร์ในประเด็น 10 ข้อเสนออย่างมากมาย

ขอบคุณข้อมูลจาก :Suphanat Aphinyan(ดร.ศุภณัฐ)

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend