ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แอมเนสตี้ฯจี้"บิ๊กตู่"ยกเลิกข้อหา31แกนนำม็อบนศ.

806 3
แอมเนสตี้ฯจี้บิ๊กตู่ยกเลิกข้อหา31แกนนำม็อบนศ.

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ เรียกร้องสมาชิกร่วมกันส่งจดหมายถึง "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ให้ยกเลิกข้อหา 31 แกนนำม็อบ เหตุเนื้อหากฎหมายกำกวม หวังใช้ปิดกั้นสิทธิวิพากษ์รัฐบาล และส่อละเมิดเสรีภาพการแสดงความเห็น

(4 กันยายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ร่วมกันส่งจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย โดยเรียกร้องทางการไทยยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คน ยุติการขัดขวางการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนหรือปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 21 ต.ค. 2563

ทั้งนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ผู้ชุมนุมอย่างสงบ 31 คน ประกอบไปด้วย นายอานนท์ นำภา นายบารมี ชัยรัตน์ นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ นายเดชาธร บํารุงเมือง นายจักรธร ดาวแย้ม นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา น.ส.จิรฐิตา ธรรมรักษ์ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ นายกรกช แสงเย็นพันธ์ นายกฤษณะ ไก่แก้ว น.ส.ลัลนา สุริโย นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ น.ส.เนตรนภา อํานาจส่งเสริม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายภานุมาศ สิงห์พรม นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์

น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นายปรัชญา สุรกําจรโรจน์ น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นายทักษกร มุสิกรักษ์ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นายธนชัย เอื้อชา นายธนายุทธ ณ อยุธยา นายธานี สะสม นายทศพร สินสมบุญ และนายยามารุดดิน ทรงศิริ อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี เนื่องทางการไทยออกหมายจับแกนนำและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 15 คน จากบทบาทในการจัดการชุมนุมที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ส่วนผู้ชุมนุมอีก 16 คนได้รับหมายเรียกและถูกแจ้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกัน

"ทั้ง 31 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงรวมทั้งยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมและจำกัดเสรีภาพ ที่รัฐบาลมักใช้เพื่อปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ หากศาลตัดสินว่ามีความผิด นักกิจกรรมแต่ละคนอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี การจับกุมผู้ชุมนุมอย่างสงบที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นถึงการปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ที่เข้มข้นขึ้น"แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุ


นอกจากนี้ แอมเนสตี้ กังวลว่า ข้อหามีขอบเขตและเนื้อหากว้างขวาง ซึ่งกำลังถูกใช้เพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาลของไทย ซึ่งมีประวัติการจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีแรงจูงใจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน และเสียใจที่มีการปราบปรามการจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การเข้าร่วมและการจัดการชุมนุมโดยสงบ ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน เช่นเดียวกับการมีสิทธิในเสรีภาพการแสดงความเห็น และการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การใช้สิทธิเหล่านี้ไม่อาจถือเป็นความผิดทางอาญา และไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม ผู้สนับสนุน และผู้ที่สนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เขียนจดหมายเรียกร้องถึงนายกฯของไทย ให้ยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คนและบุคคลอื่น ๆ โดยทันที เนื่องจากถูกดำเนินคดีเพียงเพราะใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ และยุติความพยายามหรือการดำเนินงานใด ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการเข้าร่วมของสาธารณะในการชุมนุมโดยสงบ หรือการปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมทั้งการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม รวมถึงแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์