การมาถึงของเหล่าดาวเทียมระบบวงโคจรต่ำ (LEO)ดาวเทียมวงโคจรระยะปานกลาง (MEO) และดาวเทียมค้างฟ้า (GEO) จะทําให้การสือสารกระจายครอบคลุมไป ทั่วทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น เช่น พื้นที่ที่ห่างไกลซึ่งเสาสัญญาณไม่สามารถเข้าถึงได้ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถเข้าถึงการศึกษา ความรู้ อาชีพ และโอกาสต่างๆได้อย่างเท่าเทียม
ภารกิจที่ถือเป็นไฮไลท์สําคัญของบริษัท มิวสเปซ ทีได้พัฒนาร่วมกับบริษัท TOT นันคือ ทางบริษัท มิวสเปซจะเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนเข้าร่วมกระบวนการการ นําส่ง payload ขนาดใหญ่พิเศษ โดยประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคและเซนเซอร์มากมายเพือการสังเกตการณ์และวัดค่าต่างๆในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นอกจาก Payload ทีได้พัฒนา ร่วมกับบริษัท TOT แล้วนั้น บริษัท มิวสเปซ ยังได้ส่งอุปกรณ์การทดลองของตนเองรวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จากบริษัทพาร์ทเนอร์อื่นๆ ซึงตอนนียังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่มีแผนจะ ประกาศให้ทราบโดยทัวกันหลังจากทีการส่ง payload สําเร็จเสร็จสินลง โดยกําหนดการยิงจรวดเพือทดสอบ Payloadนี้ ยังไม่มีประกาศออกมา ซึ่งคาดว่าจะสามารถปล่อยขึนได้ภายในไตร มาสที4ของปีนี้ นับเป็นการส่ง Payload ครั้งแรกในปี 2020 และถือเป็นครั้งที 4 ของบริษัท มิวสเปซ
สําหรับ บริษัท มิวสเปซ เองนัน มีแผนที่จะพัฒนาและปล่อยดาวเทียมของตนเองภายในปี 2024 และตั้งเป้าหมายทีจะเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติของไทยเป็นแห่ง แรกๆ เมือมีการเปิดเสรีดาวเทียมเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น ดาวเทียมระบบวงโคจรต่ำ (LEO)ดาวเทียมวงโคจรระยะปานกลาง (MEO) และดาวเทียมค้างฟ้า (GEO)ดาวเทียมเหล่านี้ถือเป็นการ ยกระดับการสื่อสารของไทยให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น 5G, Cloud storage, IoT ต่างๆให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น