ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

จำคุกตลอดชีวิตมือกราดยิงมัสยิดในไครสต์เชิร์ช

913 11
จำคุกตลอดชีวิตมือกราดยิงมัสยิดในไครสต์เชิร์ช

ศาลนิวซีแลนด์มีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้ให้ลงโทษจำคุกมือปืนกราดยิง 51 ศพที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิได้รับการพักการลงโทษ ทำให้เขาเป็นนักโทษคนแรกที่ได้รับโทษสูงสุดแบบนี้

เบรนตัน แฮร์ริสัน ทาร์แรนต์ ชาวออสเตรเลีย วัย 29 ปียอมรับชะตากรรมของตัวเองและจะใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำโดยไม่มีโอกาสออกมาสู่โลกภายนอกได้อีกเลย หลังจากศาลสูงในเมืองไครสต์เชิร์ชมีคำตัดสินในการพิจารณาเป็นวันที่ 4 ในวันนี้ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิได้รับการพักการลงโทษ สำหรับการกระทำผิดในข้อหาฆาตกรรม 51 กระทง ข้อหาพยายามฆาตกรรมอีก 40 กระทง และข้อหาก่อการร้าย 1 กระทง โดยทาร์แรนต์ ซึ่งว่าความด้วยตัวเองโดยไม่ใช้ทนาย ปฏิเสธที่จะให้การปกป้องตัวเองก่อนรับฟังคำตัดสิน

ผู้พิพากษา คาเมรอน แมนเดอร์ กล่าวว่า "อาชญากรรมที่คุณก่อไว้ช่างโหดร้ายถึงขนาดว่า หากคุณต้องถูกขังจนตาย ก็ยังไม่สาสมกับโทษทัณฑ์ที่สมควรได้รับ" นอกจากนี้เขายังไม่เคยแสดงความเห็นใจแก่เหยื่อเคราะห์ร้ายหรือสำนึกผิดขอโทษใดๆ และ"ความเกลียดชังในหัวใจที่เป็นศัตรูกับกลุ่มคนบางกลุ่มและมุ่งมาประเทศนี้เพื่อฆ่าคนเหล่านั้น ไม่สมควรมีอยู่ทั้งในที่นี้ หรือที่ไหนทั้งนั้น"


เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ปีที่แล้วนายทาร์แรนต์ ซึ่มีแนวคิดเชิดชูคนผิวขาวสุดโต่ง เปิดฉากกราดยิงใส่ชาวมุสลิมในมัสยิดอัลนูร์ ในเมืองไครสต์เชิร์ช โดยถ่ายทอดสดการสังหารหมู่ครั้งนี้ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ด้วยกล้องที่ติดอยู่บนศีรษะ จากนั้นก็ขับรถไปก่อเหตุที่มัสยิดลินวูด อิสลามิก เซนเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 51 รายและผู้บาดเจ็บอีก 40 คน และตำรวจสามารถตามจับกุมตัวไว้ได้ โดยเขาสารภาพกับตำรวจในเวลานั้นว่า มีแผนเผาโบสถ์ทั้งสองแห่งด้วย

ชาวมุสลิมร่วมแสดงความดีใจกับคำตัดสินที่บริเวณด้านนอกศาล โดยอิหม่ามของมัสยิดอัลนูร์ บอกว่า กระบวนการทางกฎหมายสำหรับอาชญากรรมเลวร้ายจบลงแล้วแม้การลงโทษไม่อาจทำให้คนที่รักกลับคืนมาได้ แต่พวกเขาก็เคารพบระบบยุติธรรมและสังคมชาวมุสลิมและศาสนาอื่นในนิวซีแลนด์จะยืนหยัดร่วมกันต่อต้านความเกลียดชัง

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น กล่าวแสดงความหวังว่า ความเจ็บปวดจากโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ปีที่แล้วจะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ชาวนิวซีแลนด์จะได้ยินหรือเรียกชื่อผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุ และเขาสมควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดอยู่ในความเงียบตลอดไป

เหตุสะเทือนขวัญครั้งนั้นทำให้รัฐบาลนิวซีแลนด์ปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับปืนอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก โดยห้ามจำหน่ายและใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติแบบที่ใช้ในกองทัพ และอุปกรณ์ที่สามารถดัดแปลงปืนธรรมดาให้กลายเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend