ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

วีเออาร์ทำพิษ"มาดามแป้ง"ร่ายจดหมายสับสมาคมบอล

787 5

ปม"วีเออาร์"เพื่อใช้ในการตัดสินฟุตบอล กลายเป็น"สายล่อฟ้า" ไปยังนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" เมื่อ "นวลพรรณ ล่ำซำ" ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ผนึก เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด , ทรูแบงค็อกยูไนเต็ด เปิดแถลงข่าว วิจารณ์นโยบายของสมาคมฯที่สร้างความสับสน กลับคำไป-มา กรณี จะนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ในการตัดสินเพื่อสร้างมาตรฐานการแข่งขัน "มาดามแป้ง" ร่ายจดหมายเปิดผนึกถึง "บิ๊กอ๊อด" ที่ลงคะแนนเสียงหนุนให้เป็นนายกสมาคม 2 สมัย เพราะเชื่อว่าเป็นความหวังของวงการฟุตบอล ออกตัว"ขออย่าโกรธ"

ที่โรงแรมสวิสโซเทล ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี , วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด และ ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรฟุตบอลทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ร่วมกันแถลงข่าว หลังจากมีประเด็นมาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต่อการนำเอาระบบเทคโนโยลีมาช่วยในการตัดสิน ( วีเออาร์) จากเดิมที่จะให้ใช้ระบบนี้ ภายใต้แนวทางที่สโมสรสมาชิกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เพราะสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประสบปัญหากับสถานะทางการเงิน ที่ไม่เอื้อต่อการใช้จ่ายเพื่อการนี้ และล่าสุดคือการประกาศยกเลิกการใช้ระบบวีเอเอาร์ โดยอ้างถึงการสร้างความเท่าเทียมระหว่างสโมสรด้วยกันในการแข่งขัน และลดการแพร่ระบาดของโควิด 19 จากบุคลากรในกลุ่มที่ปฏิบัติหน้าที่ในระบบวีเออาร์

นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี แถลงในเรื่องนี้ว่า วีเออาร์มีความจำเป็นสูงสุดต่อการแข่งขันฟุตบอล เพราะเป็นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน ให้ทัดเทียมลีกฟุตบอลชั้นนำในต่างประเทศ ที่ผ่านมาระบบการตัดสิน ที่เป็นการใช้กรรมการทำหน้าที่ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการลงโทษผู้ตัดสิน ดังนั้นวีเออาร์จึงถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการที่จะยกระดับการแข่งขันให้ได้มาตรฐาน ก่อนเริ่มฤดูกาลไทยลีก 2020 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็มีซักซ้อมความเข้าใจมาโดยตลอดต่อการใช้วีเออาร์ และเมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้ เพราะฐานะทางการ เงินที่ไม่เอื้อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายของระบบซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 บาท ต่อ นัด และเสนอให้สโมสรสมาชิกเป็นผู้ดำเนินการเอง คือรับผิดชอบค่าใช้จ่าย จนมาถึงล่าสุดคือการไม่ให้ใช้ระบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความสับสนและขัดต่อแนวทาง ยกระดับการแข่งขันของฟุตบอลไทยลีกให้ไปสู่มาตรฐาน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคำถามไปถึงการบริหารงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวนโยบายที่วางเอาไว้

" ที่ต้องออกมาพูดในวันนี้ อย่าโกรธแป้งเลย แป้งเลือกพี่อ๊อด ( พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ) มา 2 สมัย เพราะเชื่อว่าจะพัฒนาวงการฟุตบอลได้ แต่เรื่องของวีเออาร์ที่สร้างความสับสน และไม่ชัดเจนกับแนวทาง รับไม่ได้จริงๆ ทุกทีมสำคัญ ทุกแมตช์สำคัญ การนำระบบวีเออาร์ จะทำให้ไทยลีก เป็นชาติแรกของอาเซียน ที่สามารถสร้างมตรฐานได้ ยกเรตติ้งให้สูงขึ้น มูลค่าของลิขสิทธิ์จะสูงขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องนำเอาวีเออาร์มาใช้ ในเมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็อยากให้ใช้งบประมาณ ที่บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด ( มหาชน) สนับสนุนให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นงบรายปี คือ 16 ล้านบาท ต่อฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย นำมาเป็นคำใช้จ่าย กับการทำระบบวีเออาร์ให้กับทีมไทยทั้งลีก 1 และไทยลีก 2 ทุกทีมจะต้องได้รับความเสมอ-ภาคกับระบบการตัดสิน ระบบวีเออาร์ที่ถูกเชื่อมโยไปถึงเรื่องโควิด -19 ของคนเพียง 8 คน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ชมในสนาม ที่ภาครัฐอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมได้ มันเป็นเรื่องสวนทาง และเป็นหน้าที่ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่จะไปเจรจากับภาครัฐ เพื่อให้บุคลากรทั้ง 8 คน ที่ทำหน้าที่ในการดูระบบ วีเออาร์ สามารถทำงานได้ " ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ระบุ

ขณะเดียวกัน นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ยังได้ทำหนังสือเปิดผนึก โดยมีข้อเรียกร้อง 7ข้อ เนื้อหาโดยสรุป คือ " 1. การขอคำอธิบายที่ชัดเจนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต่อการยกเลิกการใช้งานวีเอาร์ 2. การสร้างมาตรฐาน "คำไหนคำนั้น" ไม่กลับคำไปมา และปล่อยข่าวรายวัน จนก่อให้เกิดข่าวลือง ที่สร้างความไม่ชัดเจน 3. ความชัดเจน "เรื่องเงินสนับสนุน" ที่จะให้กับสโมสรสมาชิก เดิมสโมสรไทยลีก1 จะได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท และยังมีการสนับสนุนเงินจำนวน 5 ล้านบาทผ่านโครงการ FA Thailand Development เงินสนับสนุนเหล่านี้ยังมีหรือไม่ 4. ความชัดเจน "เรื่องลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด" ที่หายไป ใครจะถ่ายทอดสด จะถ่ายจำนวนกี่แมตช์ 5. ความตรงไปตรงมาจากสมาคมฯ ต่อการแข่งขันจบแบบข้ามปี (พฤษภาคม) โดยสมาคมฯ ไม่ได้มีการชี้แจงให้สโมสรสมาชิกทราบ ถึงผลที่จะตามมาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด 6. งบดุลและเงินคงเหลือของสมาคม ในฐานะสโมสรสมาชิก อยากขอให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ชัดเจน 7. ขอให้สมาคมฟุตบอล เปิดใจรับฟังสโมสรสมาชิก รับฟังทุกเสียงทั้งจากคนที่อยู่ในสนามและนอกสนาม อย่างแท้จริง" เนื้อความส่วนหนึ่งของจดหมายเปิดผนึก

วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฟุตบอลเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวว่า ปัญหาการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในขณะนี้ คือ ขาดความต่อเนื่องในการประสานงานกับสโมสรสมาชิกเพื่อประเมินสถานการณ์ จริงอยู่ที่โควิด 19 สร้างผลกระทบต่อวงการกีฬา ต่อการกำหนดแผนงาน แต่ก็อยากให้ศึกษากรณีของสมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น ที่ประสบปัญหาเช่นกัน แต่ก็สามารถผลักดันให้เจลีก กลับมาแข่งขันได้ และวางโปรแกรมการแข่งขันไปจนจบฤดูกาลในปีนี้ การแข่งแบบข้ามปี ปัญหาที่ตกกับสโมสรก็คือ เงินสนับสนุนที่มาจากสปอนเซอร์ ที่ให้แบบปีต่อปี ไม่ได้จ่ายแบบข้ามปี การที่ฟุตบอลไม่สามารถจบการแข่งขันในปีนี้ คือการแบกรับค่าใช้จ่ายของสโมสรสมาชิก

ขจร เจียรวนนท์ ประธาน สโมสรทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวว่า จุดยืนของทรูฯคือ ต้องการให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใช้วีเออาร์กับฟุตบอลไทยลีก 1 ไทยลีก 2 ทุกคู่ เพื่อให้การแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถอ้างอิงต่อการเป็นชาติแรกของอาเซียน ที่ใช้ระบบนี้

...........


จดหมายเปิดผนึกจากมาดามแป้งถึง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

จากกรณีโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงกรณีการระงับการใช้งานเทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) ในศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2020 ที่จะกลับมาเริ่มทำการแข่งขันนัดที่ 5 ในวันที่ 12-13 กันยายนนี้

"แม้สโมสรจะยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง...ก็ห้ามใช้"

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยลีก จำกัด ได้ดำเนินการส่งหนังสือถึงสโมสรสมาชิกเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเรื่อง VAR มาอย่างต่อเนื่องดังนี้

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 สมาคมฯ แจ้งขอให้สโมสรเตรียมความพร้อมในการนำระบบ Video Assistant Referee (VAR) มาใช้สำหรับฤดูกาล 2563 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ติดตั้ง พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ และอื่นๆ ซึ่งสโมสรสมาชิกรับทราบ และได้ดำเนินการตามนโยบายทุกด้าน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 บริษัท ไทยลีก จำกัด แจ้งขอยกเลิกการใช้งานระบบ Video Assistant Referee (VAR) สำหรับฤดูกาล 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่องบประมาณการดำเนินการจัดการแข่งขันในทุกๆ ด้าน และผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ยุติบทบาทถอนตัว พร้อมได้ย้ำชัดเจนในหนังสือว่า "หากสโมสรของท่านมีความประสงค์ที่จะขอใช้ระบบ Video Assistant Referee (VAR) ในการแข่งขันตามโปรแกรมที่บริษัท ไทยลีก จำกัด ส่งแจ้งต่อสโมสร สโมสรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อนัด ราคา 82,000 บาท พร้อมส่งหนังสือแจ้งกลับมายังบริษัท ไทยลีก จำกัด ภายในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 เวลา 17.00 น." ซึ่งทีมการท่าเรือ เอฟซี ได้รีบดำเนินการแจ้งตอบกลับในวันเดียวกัน (15 สิงหาคม 2563) กับที่ได้รับอีเมลว่า "ทางสโมสรการท่าเรือ ขอใช้ VAR ทุกนัด ทั้งนัดเหย้า และนัดเยือน ตามตารางการแข่งขันที่ทางสมาคมและไทยลีกกำหนด โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในทุกนัด" และเชื่อว่ามีหลายสโมสรที่แจ้งความประสงค์ขอใช้ VAR ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นมติของการประชุมสมาคมที่แจ้งยกเลิกการใช้ VAR ทุกกรณี เพื่อลดค่าใช้จ่ายของสมาคมฯ แม้สโมสรสมาชิกจะยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง จึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ และแนวทางของการมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการแข่งขันอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน ภายใต้หลักการของความน่าเชื่อถือ โปร่งใสและยุติธรรม เช่นเดียวกับลีกฟุตบอลอาชีพที่เป็นที่ยอมรับโดยสากลเช่น Premier League, La Liga Spain, Serie A Italy, Bundesliga Germany ซึ่ง ทุกลีกใช้ VAR ตลอดทั้งฤดูกาลที่จบไป และจะใช้ต่อเหมือนเดิมในฤดูกาลใหม่

ทำไมการนำระบบ Video Assistant Referee (VAR) มาใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะกับฟุตบอลลีกอาชีพรายการ ไทยลีก 1 ในฤดูกาล 2563 จึงมีความสำคัญมากสำหรับสโมสรสมาชิก..

ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับการแข่งขันให้ทัดเทียมกับระดับสากล แต่เพื่อลดความขัดแย้ง หรือการโต้เถียงกันของสโมสร ซึ่ง VAR จะเป็นหลักประกันของความน่าเชื่อถือ ความยุติธรรม ความเท่าเทียมกัน และความโปร่งใส แก่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทุกสโมสร อาทิ ผู้บริหารทีมงานสโมสร แฟนบอล นักกีฬา และรวมถึงผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในทำสนาม ซึ่งหลายครั้งถูกมองว่าทำหน้าที่ตัดสินผิดพลาด และมักถูกบทลงโทษให้เป็นผู้รับผิดชอบในความผิดพลาดนั้นๆ แม้บทลงโทษจะไม่ได้มีผลย้อนหลังกับสโมสรสมาชิกก็ตาม และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำไมจึงควรนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมโดยแท้จริง

ดังนั้น เพื่อให้วงการฟุตบอลสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยความรักความสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ในฐานะสโมสรสมาชิก ขอเรียกร้องต่อสมาคมดังนี้

1. หลายสโมสรยินยอมจ่ายเงินซื้อระบบการใช้งาน VAR เพื่อตอบโจทย์ความชัดเจนและความยุติธรรมให้กับการแข่งขัน และเพื่อไม่ให้ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในสนามต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แต่แล้ววันนี้สมาคมกลับบอกว่าทำไม่ได้ จึงควรต้องมีเหตุผลที่จะอธิบายสร้างความกระจ่างชัดแก่สมาชิกอย่างสมเหตุสมผล เพื่อการจัดการแข่งขันแบบมืออาชีพต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่สร้างข้อกังขา หรือการโต้แย้งกันไปมา

2. วงการฟุตบอลคือคนครอบครัวเดียวกัน "คำไหนคำนั้น" สมาคมควรต้องคำนึงถึงสโมสรด้วยความจริงใจ ไม่กลับคำไปมา และปล่อยข่าวรายวัน จนก่อให้เกิดข่าวลือต่างๆ ที่สร้างความไม่ชัดเจน นำไปสู่การบอกเลิกสัญญานักเตะก่อนครบกำหนด และได้เห็นหลายสโมสรขอใช้สิทธิ์พักทีม รวมถึงการขอถอนตัวของผู้สนับสนุนสโมสรหลายรายเช่นเดียวกันกับสมาคมฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีความแน่ชัด และข้อมูลที่แน่นอนให้กับสโมสรสมาชิก การปรับตัวของแต่ละทีมจึงดำเนินกิจการต่อไปได้ยาก

3. ขอความชัดเจน "เรื่องเงินสนับสนุน" ที่จะให้กับสโมสรสมาชิก เดิมสโมสรไทยลีก1 จะได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท และยังมีการสนับสนุนเงินจำนวน 5 ล้านบาทผ่านโครงการ FA Thailand Development เพื่อยกระดับสโมสรสู่ความเป็นสากล ซึ่งเป็นความคาดหวังตั้งแต่ต้นของสโมสรสมาชิก และเป็นคำมั่นสัญญาของสมาคมฯ ที่ให้ไว้กับสโมสรสมาชิก ในการแบ่งเบาภาระ การกำหนดแนวทางการพัฒนาทีม และการบริหารด้านการเงินของทีม ทั้งนี้ทีมท่าเรือเข้าใจในปัญหาที่สมาคมแจ้งว่าเกิดจากสภาวะ COVID-19 แต่สโมสรก็อยากขอความชัดเจนในจุดนี้ด้วยเช่นกัน

4. ขอความชัดเจน "เรื่องลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด" ที่หายไป ใครจะถ่ายทอดสด จะถ่ายจำนวนกี่แมตช์ เพราะไม่ได้กระทบแค่กับสมาคมฯ แต่รวมถึงคำสัญญาของสโมสรที่มีให้กับผู้สนับสนุนของตนเอง ที่จะได้เจอโลโก้หรือสื่อประชาสัมพันธ์ของตนเองผ่านการถ่ายทอดสดในแต่ละนัดก็หายไปด้วย กระทบทุกด้าน และผู้สนับสนุนเหล่านี้ บริษัทส่วนใหญ่มักจะปิดรอบบัญชีกันในเดือนธันวาคม 2563 ความชัดเจนจึงสำคัญมากเพื่อให้สโมสรสามารถวางแนวทางเดินต่อได้

5. ขอความตรงไปตรงมาจากสมาคมฯ เพราะในวันที่มีการประชุมร่วมกับสโมสรสมาชิก เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ให้สโมสรสมาชิกลงมติจัดการแข่งขันจบแบบข้ามปี (จบเดือนพฤษภาคม) โดยสมาคมฯ ไม่ได้มีการชี้แจงให้สโมสรสมาชิกทราบ ถึงผลที่จะตามมาเกี่ยวกับทรู หรือ "ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด" ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลเป็นอย่างมากต่อเงินสนับสนุนที่จะมอบให้กับสโมสรสมาชิกในฤดูกาลนี้ (ดังที่ได้ชี้แจงในข้อ 4.) จึงเป็นที่มาว่าทำไม สโมสรสมาชิกจึงมีมติลงคะแนนให้ดำเนินการจัดการแข่งขันข้ามปีได้

6. ตามที่มีข่าวผ่านสื่อทั่วไป เกี่ยวกับงบดุลและเงินคงเหลือของสมาคม หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องรายรับรายจ่ายของสมาคมฯในแต่ละปี (2560-2562) ในฐานะสโมสรสมาชิก อยากขอให้สมาคมออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ชัดเจน โดยให้มีการตรวจสอบจากบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง ได้มาตรฐานสากล เพื่อความสง่างามและแสดงความจริงใจของสมาคมฯ

7. ขอให้สมาคมฟุตบอล เปิดใจรับฟังสโมสรสมาชิก รับฟังทุกเสียงทั้งจากคนที่อยู่ในสนามและนอกสนาม อย่างแท้จริง เพราะฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของผู้บริหารสโมสร โค้ช หรือนักเตะเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องอีกมากทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เด็กเก็บบอล กรรมการ สื่อ รวมถึงแฟนบอลที่อยู่นอกสนาม ถ้าเราจะเดินไปข้างหน้า เราต้องรับฟัง และลงมือทำบางอย่างเพื่อพวกเขา อย่างตรงไปตรงมา ลงมือทำเพื่อพวกเขาด้วยความจริงใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้

กีฬาฟุตบอลคือกีฬาของมวลชน ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อภาพลักษณ์และแนวทางของการดำเนินงานของสมาคมในทุกมิติ เพื่อให้ "ฟุตบอล" คือ กีฬาแห่งสปิริต ที่รวมความสามัคคีและรวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริง

ขอแสดงความนับถือมาดามแป้ง(นางนวลพรรณ ล่ำซำ)

ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี.

เขียน ณ เวลา 23.59 น. วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เรื่องโดย โสภณ เพชรแท้ | ภาพโดย โสภณ เพชรแท้
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend