ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

มีนัย! "นคร" โพสต์ถึงเวลาอภิวัฒน์ชาติอีกครั้ง!!

393 11
มีนัย! นคร โพสต์ถึงเวลาอภิวัฒน์ชาติอีกครั้ง!!

"รองหัวหน้าเพื่อไทย" โพสต์ยาวร่ายสงครามสองระบบ"ประชาธิปไตย-เผด็จการ"ผลัดกันแพ้-ชนะ ยืดเยื้อถึง 88 ปี เมื่อประชาชนตื่นรู้ ถึงเวลาอภิวัฒน์ประเทศอีกครั้ง .

(24 มิถุนายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

.24 มิถุนายน 2475 คณะราษฏรที่ประกอบด้วย ฝ่ายพลเรือน ทหาร ข้าราชการหัวก้าวหน้าสามารถทำการอภิวัฒน์สยาม เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จ แต่ไม่เด็ดขาดมีการประนีประนอมกันของสองระบอบ และได้ทำสงครามต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันมาโดยตลอด กลายเป็นสงคราม 2 ระบอบ ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะตลอดระยะเวลา 88 ปี

นับถอยหลังไป 6 ปี ที่คณะ คสช นำโดย พลเอกประยุทธ์ ตัวแทนของระบอบเผด็จการเข้ามายึดอำนาจทำรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 พวกเขาตกผลึกทางความคิด ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง อย่างเป็นระบบ มีการวางยุทธศาตร์ มีการวางแผนยุทธวิธี มีการสมคบคิดยึดอำนาจมีการร่างพิมพ์เขียวมาเป็นอย่างดี เพื่อให้การยึดอำนาจครั้งนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด สร้างระบอบเผด็จการให้เข้มแข็ง แก้ไขจุดอ่อนของระบอบเผด็จการ จึงให้มีรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คสช. ปี 2560 มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พวกเขาสร้างองคาพยพครอบคลุมทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ศาล องค์กรอิสระ รวมศูนย์อำนาจอยู่ในระบอบเผด็จการ สร้างรัฐไทย ให้เป็นรัฐทหาร ให้เป็นรัฐราชการ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ขัดขวางการกระจายอำนาจ ทำลายประชาธิปไตยรูปแบบตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ

รัฐสภาปัจจุบันเนื่องจาก กฎ กติกา เกมแห่งอำนาจฝ่ายรัฐบาลเผด็จการเป็นผู้กำหนดทั้งหมด ฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตยถูกทำให้ง่อยเปลี้ยเสียขา ถูกฝ่ายเผด็จการทรราช และองคาพยพของระบอบเผด็จการทำลาย จนไม่สามารถต่อกรกับระบอบเผด็จการได้ ฝ่ายค้านจึงเป็นแค่เพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้เผด็จการทรราชเท่านั้น

โดยองค์รวม ถือได้ว่าระบอบเผด็จการแข็งแกร่ง สมบูรณ์แบบที่สุดจนยากที่จะโค่นล้ม

หากแต่โลกยุคปัจจุบัน เป็นโลกการสื่อสารไร้พรมแดน คนไทยส่วนใหญ่ตื่นรู้แล้วเห็นความจริงว่า

รัฐบาลเผด็จการนี้สร้างวิกฤตทางการเมือง ทำให้ประเทศไทยของเราล้าหลังไปหลายสิบปี มีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมาย ไม่มีความยุติธรรม เป็นยุคมืดของประชาธิปไตยรัฐบาลเผด็จการนี้ สร้างวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง สร้างหนี้สินสูงที่สุด ทำให้สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็น อันดับหนึ่งของโลก

หลายองค์กร หลายสถาบันที่เคยศักดิ์สิทธิ์ กำลังเสื่อมและใกล้จะพังทลายลงจากภายในที่เขาทำลายตัวเองเมื่อประชาชนตื่นรู้ ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการ เมื่อประชาชนไม่สยบยอมอีกต่อไป เมื่อประชาชนไม่หวาดกลัว และเมื่อประชาชนลุกขึ้นสู้ ในทางทฤษฎีนั่นคือสถานการณ์ปฏิวัติโดยประชาชน ต่อให้ระบอบเผด็จการจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็อาจพังทลายลงได้ ซึ่งนั่นคือการอภิวัฒน์ประเทศไทยของเราอีกครั้งหนึ่ง และคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานแน่นอน


โดยก่อนหน้านี้ นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เคยเสนอมุมมองและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในเฟซบุ๊ก Nakorn Machim ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2563 ใจความสำคัญระบุไว้ ว่า

"สงครามสองระบอบ แม่ทัพฝ่ายปชต. ลั่นล้มเผด็จการ เป็นหน้าที่ของฝ่ายประชาธิปไตยทุกคน"

"การล้างมรดกบาปของคณะรัฐประหาร คสช. และระบอบเผด็จการ ถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายประชาธิปไตยทุกคน

คณะรัฐประหาร คสช. คือ ตัวแทนของระบอบเผด็จการ ที่ได้ทำสงครามสองระบอบ ประชาธิปไตย กับ เผด็จการมายาวนาน พวกเขาได้สมคบคิดและร่วมมือกับ นายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม และพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ สร้างสถานการณ์ยึดอำนาจประชาชนไปครั้งหลังสุดเมื่อ 22 พ.ค. 2557 และสืบทอดอำนาจเผด็จการมาถึงทุกวันนี้พวกเขาได้สร้างมรดกบาปหลายอย่างเช่น

รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการคสช ปี 60 ที่ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเลวร้ายที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมาแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยชนชั้นปกครองเพื่อสืบทอดอำนาจ กดขี่ให้คนไทยอยู่ในสถานะโง่ จน เจ็บ ตลอดไปพวกเขาแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา 250 คน แล้วกลับมาโหวตเลือกพวกเขาเป็นนายกรัฐมนตรี เปรียบเสมือนทายาทอสูร ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน

พวกเขาได้ร่วมกันก่อหนี้ให้ประเทศไทยของเรา 3.5 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์พวกเขาได้ย่อยสลายทำลายอำนาจของประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้อ่อนแอ ด้วยกฎ กติกาของโจรกบฏเมื่อพวกเขายึดอำนาจปล้นประเทศมา พวกเขาจึงไม่มีความชอบธรรมมาแต่ต้นที่จะปกครอง กฎ กติกา ที่พวกเขาออกมาถือว่าเป็นกฎ กติกาของโจรกบฏ และถือเป็นมรดกบาปแผ่นดิน เป็นสิ่งที่เลวร้ายจากผลพวงรัฐประหาร

จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายประชาธิปไตยทุกคนจะต้องร่วมกันล้างให้สิ้น

นคร มาฉิม

เรื่องโดย นคร มาฉิม | ภาพโดย เพจนคร มาฉิม
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend