เสี่ยเปิ้ล ย้ำว่า ครูชลธีน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า ในวงการเพลง มีการขาย 2 แบบ คือ หนึ่ง การซื้อเพลง 1 เวอร์ชั่น ดัดแปลงทำซ้ำไม่ได้ ทำได้แค่มาสเตอร์เดียว สอง เป็นการขายขาด หรือใช้คำว่า "โอนสิทธิ์" ซึ่งสิทธิ์ก็จะเป็นของผู้ซื้อโดยสมบูรณ์ สามารถทำอะไรก็ได้ จะเปลี่ยนเนื้อ เปลี่ยนทำนองได้หมด รวมทั้งปรับให้เผยแพร่บทเพลงได้ทุกแพลตฟอร์มได้ เพราะเป็นของทางผู้ซื้อแล้ว
ทั้งนี้ เสี่ยเปิ้ล บอกว่า ขอให้ครูชลธีกลับไปดูเอกสารสัญญาให้ดีๆ และจะถือว่า ครูชลธีจำสับสน หรือเข้าใจผิด รวมทั้งอาจจะอยู่ในภาวะที่สติสัมปชัญญะไม่พร้อม หรืออาจจะมีใครชี้นำ ทำให้ลุกขึ้นมาแจ้งความแบบนี้
"ที่ผ่านมา ในวงการเรามีอะไรก็ช่วยเหลือกันทุกอย่าง จะเบิกเงินล่วงหน้าก่อนนี่ถือเป็นเรื่องปกติ เรื่องการซื้อขายเพลง เราจะคัดเอาเพลงเด่นๆ ก็ไม่ได้ เวลาซื้อต้องเหมาหมด ที่เรียกว่าซื้อยกแข่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพลงไหนจะดังหรือไม่ดัง แต่เรามีการลงทุนหลายอย่าง ทั้งทำเพลง ทำดนตรี ทำโปรโมท กว่าเพลงนึงจะดังได้หมดเป็นล้าน ทุกคนจะรู้ดี...
ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาคุยกันครับ มาขอดูเอกสาร หรือกลับไปดูของตัวเอง เพราะถือคนละชุดอยู่แล้ว ถ้าจำไม่ได้ไม่เป็นไรครับ แต่ขอว่าอย่าให้มากไปกว่านี้ เพราะทางชัวร์ก็เสียหายเหมือนกัน ทางเราไม่เคยมีเรื่องฟ้องร้องกับใครมาก่อน อยู่มา 37-38 ปีแล้ว เพิ่งมาเจอเรื่องแบบนี้...
กรณีนี้ผมคิดซะว่า ครูชลอาจจะถูกคนแนะนำมาไม่ดี ขอให้กลับไปทบทวนใหม่นะครับ " เสี่ยเปิ้ล กล่าวทิ้งท้าย