ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

"ผู้กองณัฐ" สารภาพสิ้น รีดเงินเที่ยวเตร่ - เปย์สาว

28.4K 54
ผู้กองณัฐ สารภาพสิ้น รีดเงินเที่ยวเตร่ - เปย์สาว

ภาพการจับกุม ตำรวจเก๊! ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็น "ผู้กองณัฐ" สังกัดกองปราบ ออกกรรโชกทรัพย์ประชาชน ล่าสุดข่มขู่แม้กระทั่งเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดบุรีรีมย์ สารภาพหมดเปลือก ลงมือมาแล้วหลายครั้ง เงินที่ได้ นำไปเที่ยวเตร่ แจกหญิง

วันนี้(29 พ.ค.256) ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม(ผกก.3 บก.ป.) แถลงการจับกุมตัวนายอรรฆเดช ขันน้อย อายุ 35 ผู้ต้องหาในคดี "กรรโชกทรัพย์" เจ้าอาวาสวัดกมลาวาส ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ หลังจับตัวได้ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม


จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง โดยจะอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ชื่อ "ผู้กองณัฐ" พร้อมพกอาวุธปืนไปด้วยเพื่อทำให้เหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งข่มขู่เหยื่อว่ากระทำผิดกฎหมายต่างๆ เช่น ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำหน่ายสุรา หรือดื่มสุรา โดยครั้งนี้มีการไปเรียกรับเงินเจ้าอาวาส ข่มขู่ว่า ขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด และขับรถชนคนบาดเจ็บ เรียกทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ 2 บาท และเงินสดประมาณ 5,000 บาท รวมมูลค่า ประมาณ 5 หมื่นบาท รวมถึงยังไปกรรโชกทรัพย์ประชาชน อีก 2 ราย ในลักษณะเดียวกัน รายแรกได้เงินไป ประมาณ 1 หมื่น ส่วนรายที่ 2 เหยื่อไม่หลงเชื่อ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ ผู้ต้องหาจะนำไปจำหน่ายก่อนจะนำเงินโอนเข้าบัญชีหญิงสาว 3 คน ซึ่งไม่ใช่ญาติ บางส่วนนำไปใช้เที่ยวเตร่

ทั้งนี้ ทางตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ ขณะที่จากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หลายคดี รวมถึงยังมีคดีพรากผู้เยาว์ ถูกจำคุกมานานหลายสิบปี เมื่อออกจากคุกก็มาประกอบอาชีพ ส่งออกเนื้อเป็ดไปขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีการปิดชายแดน จนกระทบต่อธุรกิจ จึงกลับมาก่อเหตุลักษณะดังกล่าว

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ "บิ๊กไบค์" สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส ในต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ โดยอ้างตัวว่าเป็น "ผู้กองณัฐ" สังกัดกองปราบปราม จากนั้นพูดจาข่มขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล เจ้าอาวาส อายุ 63 ปี และพยามยามยัดข้อกล่าวหาว่า เจ้าอาวาสขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด ทั้งเคยก่อคดีขับรถชนคนบาดเจ็บ โดยเรียกเงินจำนวน 250,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ปืนข่มขู่ ทั้งที่เจ้าอาวาสได้ปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยกระทำการดังกล่าวตามที่กล่าวอ้าง แต่ผู้ต้องหาก็ยังข่มขู่ ทำให้ญาติของเจ้าอาวาส ยอมปลดสร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาท เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend