ขณะที่เวลาต่อมา ทนายรัชพล ได้โพสต์สเตตัสต่อเนื่องอีกหลายหัวข้อ ได้แก่
- ได้ข่าวสารวัตรแจ๊ะจะฟ้องทนายรัชพล คดีนรินยกฟ้อง เรื่องจริงทั้งนั้น
- ลุงแถวบ้าน ทำผิดพลาดควรสำนึกตัว ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็งซะเอง #ฝากไว้ให้คิด
- ฟ้องศาลแล้วถ้าศาลยกฟ้อง จะหน้าแหกซ้ำ2 นะ 🤣
- ชาวบ้านวิจารณ์สุจริตการทำงาน ตร ได้ #ฟ้องปิดปาก สมควรมั้ย?
- ขนาด ตร จะฟ้องศาล ยังต้องจ้างทนายเอง มันไม่เป็นความผิดใช่หรือไม่ ถึงไม่ใช้สิทธิแจ้งความ
โดยล่าสุด ทนายนรัชพล ได้โพสต์ข้อความระบุว่า..
ถ้าทำตามหน้าที่รอบคอบ มันไม่ควรมีคนติดคุกฟรีป่าววะ แล้วใครจะรับผิดชอบ คนที่ตกเป็น "แพะ"
"สารวัตรแจะ" ยันไม่เคยกลั่นแกล้งใคร
พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือ "สารวัตรแจ๊ะ" กล่าวว่า คดีนี้เกิดจาก ทนายรัชพล โพสข้อความใส่ร้ายตนนั้น การจับกุมจำเลยคดีดังกล่าวตนได้ทำไปตามหลักของการสืบสวน ไม่ได้มีการใส่ร้าย หรือกลั่นแกล้งจับกุม ตนมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมให้ศาลพิจารณา แม้คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง ก็ยกฟ้องด้วยเหตุสงสัย
ต่อมาศาลอุธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจหักล้างหลักฐานของโจทก์ได้ จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 2 ปี และเนื่องจากจำเลยมีประวัติความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา เป็นเหตุให้เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน
“แม้ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ก็ยังยกฟ้องด้วยเหตุสงสัย ไม่ได้ยกฟ้องเพราะเห็นว่ามิได้กระทำความผิดโดยศาลวินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย” สารวัตรแจ๊ะ ระบุ
สารวัตรแจ๊ะ ยืนยันว่า การมาฟ้องในวันนี้ถือเป็นการปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ทุกวันนี้ทำงานมีหน้าที่ต้องปกป้องประชาชน ถ้าวันนี้ปกป้องตัวเองไม่ได้ จะไปปกป้องคนอื่นได้ยังไง การกล่าวหาว่าพาผู้ต้องหาไปอยู่เซฟเฮ้าส์ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงทำไมทนายไม่แนะนำให้ลูกความดำเนินคดีกับฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวไปเลย ทนายมาทำผิดเสียเอง โพสข้อความใส่ร้ายผมตอนนี้ต้องการอะไร
ด้าน ทนายอาชิรญาณ์ กล่าวเสริมว่า การให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 วรรคสอง ต่างจากการยกฟ้องเพราะเห็นว่ามิได้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
ตามหลักกฎหมายการพิสูจน์คดีอาญา ถ้าพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อศาลยังมีข้อสงสัยอยู่ ว่าจำเลยกระทำความผิดจริงหรือไม่ ศาลก็จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย หลักนี้มีในกฎหมายไทยและเป็นหลักสากลอยู่แล้ว และคดีที่สารวัตรแจ๊ะถูกกล่าวหาศาลอุธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย นั้นหมายความว่ามีพยานหลักฐานหนักแน่นยืนยันได้ว่าจำเลยกระทำความผิด เพียงแต่ศาลฎีกายกฟ้องเพราะเหตุแห่งความสงสัยบางประการ ไม่ได้หมายความว่าจำเลยจะไม่ได้กระทำความผิด และศาลก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด
การที่เป็นนักกฎหมาย หรือทนายความออกมาพูดกล่าวหาสารวัตรแจ๊ะแบบนี้ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ถ้ามีประชาชนหรือผู้ติดตามเพจสื่อโซเชียลมีเดียเกิดหลงผิดเชื่อขึ้นมา หรือไม่เข้าใจข้อกฏหมาย การพูดแบบนี้ถือว่าเป็นการทำลายหลักกฎหมาย และทำลายตำรวจที่กำลังทำงานเพื่อประชาชนอยู่ ถ้าตำรวจจับโจรแล้วศาลยกฟ้อง แล้วตำรวจต้องถูกกล่าวหาว่าจับแพะ ตำรวจคงไม่กล้าจับคนร้าย