ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563.

นวดไทย เอกลักษณ์

122 20
นวดไทย เอกลักษณ์

จากคำเล่าที่ว่า "ชาวสยามเมื่อเจ็บป่วย...ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรกันมากแค่บีบๆนวดๆก็หาย" หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวนี้ จากละครไทย อยู่หลายเรื่อง คงไม่แปลกใจว่า การนวดไทยเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยและเป็นเสน่ห์ไทยที่สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้


จากบันทึกเรื่องราวของนายซิมองต์ เดอ ลาลูแบร์ อุปทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยที่เข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เขียนบรรยาย เกี่ยวกับการรักษาอาการป่วยไข้ด้วยการเหยียบ การบีป และการนวด จึงเกิดความเชื่อที่ว่าการนวดไทย สามารถใช้ในการรักษาอาการต่างๆของโรคได้มาตั้งแต่อดีต

องค์ความรู้ทางด้านการแพทย์แผนไทย ล้วนแต่เกิดจากประสบการณ์จริง หรือการปฏิบัติจริง ความรู้ส่วนหนึ่งจึงถูกบันทึกไว้เป็นการเฉพาะตัวของหมอผู้รักษา หรือเป็นความรู้ประจำท้องถิ่นนั้นๆ ต่อมาจึงได้เอามารวมรวบรวมไว้ที่ในรั้วในวังเพื่อเป็นการสร้างศูนย์กลางความรู้ด้านการแพทย์และในสมัยกรุงศรีอยุธยานี้เอง ความเจริญรุ่งทางด้านการรักษาด้วยวิธีการ เหยียบ บีป การนวด การประคบสมุนไพร จึงได้จัดวาง ดังที่เราได้เห็นในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ดังที่ระบุไว้ว่าในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งหน้าที่ของแพทย์ตามความชำนาญเฉพาะทางโดยแยกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น กรมแพทย์ยา กรมหมอยา กรมหมอกุมาร กรมหมอวัณโรค กรมนวด รวมทั้งโรงยาโอสถ เป็นต้น 

ที่สำคัญเอกลักษณ์ของการนวดไทย  มุ่งเน้นวิธี การบีบ จับเส้น ไล่เส้น ไปตามแนวเส้นประธานสิบ สามารถรักษาโรคต่างๆได้จริง ส่งผลให้เกิดเป็นตำราที่ตกผลึกจากบรรพบุรุษมาสู่ลูกหลานในปัจจุบันมากมาย  จึงบอกได้ว่า..ในสมัยโบราณนั้น คนไทยมีความสามารถในการรักษาด้วยการใช้ธรรมชาติบำบัด ฟื้นฟู จุดบกพร่องภายในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม จนเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติอีกเช่นเดียงกัน

        

ในปัจจุบันการนวดไทย มีการแบ่งการนวดออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือ การนวดราชสำนัก จะเป็นท่านวดที่นิยมกันมาก เพราะเป็นการนวดนุ่นนวล อ่อนโยน ไม่รุนแรง ในสมัยโบราณเป็นการนวดที่ใช้กันอยู่ในรั้วในวัง ในปัจจุบันนิยมใช้ในสถานบริการทั่วไป ส่วนอีกหนึ่งแบบ คือ การนวดเชลยศักดิ์ จะเป็นท่านวดที่เน้นกดจุด หรือโยกโยนตัว โดยใช้แรงจาก แขน ขาของผู้นวดเข้าช่วย ส่วนใหญ่เป็นการนวดของชาวบ้านทั่วไป ในปัจจุบันจะใช้ในลักษณะของหมอนวดชาวบ้าน เชื่อกันว่า การรักษาโดยใช้แรงของผู้นวดเข้าช่วย จะสามารถรักษาโรคได้ดี

และไม่ว่าจะเป็นการนวดแบบไหน ก็เป็นการนวดเพื่อรักษาโรคด้วยกันทั้งสิ้น ผู้รับการนวดรักษาจะต้องได้รับการนวดรักษาจากแพทย์แผนไทยที่ได้เรียนเรื่องการนวดมาไม่น้อยกว่า 800 ชั่วโมงเป็นแพทย์ชำนาญการ ซึ่งแพทย์แผนไทยเหล่านี้ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ อนาโตมี่ เรื่องกายวิภาคศาสตร์ ว่ากล้ามเนื้อชนิดไหนนวดแล้วรักษาอาการอะไร โดยยึดหลักของเส้นประธานสิบเป็นหลัก จึงจะทำให้การนวดนั้นปลอดภัยและได้ผลดี  

การรักษาตามแนวเส้นประธานสิบ ถือเป็นเอกลักษณ์การนวดประจำชาติไทย โดยยึดหลักที่ว่า ร่างกายของคนนั้นประกอบด้วยธาตุ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และเส้นประธานสิบจึงเป็นเส้นหลักที่สำคัญของการนวดไทยตามที่บูรพาจารย์ได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เชื่อกันว่ามีเส้นอยู่ในร่างกายถึง 72,000 เส้น แต่ที่เป็นเส้นประธานแห่งเส้นทั้งปวงมีเพียง 10 เส้นเท่านั้น ซึ่งเส้นประธานสิบเป็นเส้นทางเดินของลม และเป็นพลังของร่างกาย เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้ทำงานได้ตามปกติ

เส้นประธานสิบมีความสำคัญต่อการบำบัดรักษาด้วยวิธีการนวดไทย มาตั้งแต่อดีตที่สามารถใช้อธิบายความเป็นปกติ และผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของการติดขัด หรือการกำเริบของลมในร่างกาย สามารถนำอาการผิดปกติเหล่นนั้นมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุได้ ด้วยความสัมพันธ์ของธาตุต่างๆในร่างกายกับเส้นประธานเส้นใด จะสามารถกำหนดวิธีการนวดรักษาให้สอดคล้องกับเส้นประธานในร่างกายได้อย่างถูกต้องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าแก่ ควรแก่การอนุรักษ์ สืบทอด และถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่ามาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ให้อยู่คู่การแพทย์แผนไทยตลอดไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์