ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

อนุกมธ.กัญชง เตรียมเสนอกฎหมายให้สภาฯ

283 23
อนุกมธ.กัญชง เตรียมเสนอกฎหมายให้สภาฯ

อนุกมธ.กัญชง หวังผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจ เตรียมทำกฎหมายเสนอสภา "พรรณสิริ" ชี้ ปลูกได้ดี เหมาะกับอากาศไทย เผย ตลาดโลกต้องการสูง มูลค่ารวมกว่า 1.2 แสนล้าน

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชงอย่างเป็นระบบ กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ ว่า เราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมมาเพื่อหารือแล้ว 7 ครั้ง โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้พืชกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ทั้งนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า พืชกัญชงที่มีคุณค่าประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในด้านการแพทย์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องอุปโภคบริโภค จึงควรส่งเสริมพืชกัญชงให้เป็นพืชทางเลือกของเกษตรกรไทย เนื่องจากพืชกัญชงมีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการเพาะปลูก และประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารและ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก เพื่อประโยชน์ทางเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมทั้งการสืบสานให้เป็นพืชทางวัฒนธรรมของชาติสืบต่อไป 

"อนุกรรมาธิการฯ ได้กำหนดเป้าหมายของการศึกษาเกี่ยวกับการใช้กัญชงอย่างเป็นระบบ โดยใช้กรอบการศึกษา 3 ด้าน คือ 1. ด้านการปลูก ด้านการผลิตและด้านการแปรรูป 2. ด้านเศรษฐกิจ การนำเข้าและการส่งออก และ 3.ด้านกระบวนการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบและการควบคุมมาตรฐานพืชกัญชง ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อส่งเสริมและรับรองสายพันธุ์กัญชง จากมูลนิธิโครงการหลวง โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เป็นสายพันธุ์ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 โดยในอนาคตรัฐบาลมีโครงการจะรับรองสายพันธุ์พื้นบ้านเพิ่มเติมอีกประมาณ 5-10 สายพันธุ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการปลูกกัญชงในระดับพื้นบ้านเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศอีกชนิดหนึ่งต่อไป" นางพรรณสิริ กล่าว


นางพรรณสิริ กล่าวว่า พืชกัญชงกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก จากสารประกอบที่สำคัญ คือ CBD (Cannabidiol) ที่สามารถนำมาผลิตและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์เครื่องอุปโภค บริโภค เป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม มีเมล็ดที่แปรรูปเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่ว่าจะรับประทานเป็นเมล็ดแห้งหรือผสมน้ำมัน รวมทั้งใช้ในการผลิตเครื่องสำอางที่มีมูลค่ารวมในตลาดโลกปัจจุบันถึงราว 120,000 ล้านบาท เราคาดว่าประชาชนทุกคนผู้ตั้งใจบุกเบิกพืชเศรษฐกิจใหม่นี้ จะก้าวสู่ความสำเร็จได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้การดำเนินงาน ของคณะอนุกรรมาธิการฯ มุ่งเน้นกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อเสนอแนะอื่น ๆ ที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และจะจัดทำข้อมูลสรุปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ด้าน นพ.มารุต มัสยวาณิช ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ กล่าวว่า กลไก ทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการใช้กัญชงอย่างเป็นระบบ โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ 1.พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522  และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2. กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จําหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์พ.ศ. 2559 3.ประกาศคณะกรรมการควบคุม ยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง (Hemp) พ.ศ.2562 4. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 5. ร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. .... รวมถึงยังมีกฎหมายประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ แนวปฏิบัติ กฎ และระเบียบในกระบวนการดูแล กำกับ ติดตามการใช้พืชกัญชงให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการปลูก การผลิตและการแปรรูป รวมถึงการนำเข้าและการส่งออก นำไปสู่การพัฒนากัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย 

เรื่องโดย Nationtv​ | ภาพโดย Nationtv​
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend