ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563.

"อุตรดิตถ์" พบ กลุ่มเสี่ยงติด "โควิด-19" เพิ่มทะลุกว่า 40 ราย แห่ทัวร์ 5 ประเทศ ช่วงลดราคา

81.8K 5.1K

อุตรดิตถ์พบกลุ่มเสี่ยงเพิ่มทะลุกว่า 40 ราย แห่ทัวร์ 5 ประเทศ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวันและอิตาลี่ ช่วงลดราคา จังหวัดไล่ตรวจสอบข้อมูลยืนยันตัวบุคคล ภูมิลำเนาและอาชีพที่ชัดเจน เพื่อกักตัวเฝ้าระวังโรค 14 วัน "นายแพทย์เกษมยันไม่ปกปิดตัวเลขหากมีผู้ติดเชื้อ แต่ตอนนี้ยังไม่พบ"

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 63 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ สั่งการให้นายแพทย์อายุส ภมะราภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ ส่งทีมแพทย์ตรวจติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคโคโรน่าหรือโควิด-19 ในกลุ่มผู้เดินทางกลับจากการท่องเที่ยว เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เบื้องต้นพบจำนวน 4 ราย ประกอบด้วยนักการเมืองท้องถิ่นระดับ อบจ.และเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารในสำนักงานอบจ.อุตรดิตถ์ รวม 3 ราย และลูกจ้างเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์อีก 1 ราย ทั้งหมดเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องคอยติดตามว่า ได้รับเชื้อของโรคโควิท -19 หรือไม่ ทั้งหมดถูกให้กักตัวอยู่แต่ภายในบริเวณบ้านตนเองเป็นเวลา 14 วัน ห้ามออกไปพบปะผู้ใดนอกบ้านโดยเด็ดขาด ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวแพร่สะพัดออกว่าพบกลุ่มเสี่ยงเดินทางกลับจากท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 รายแล้ว ต่างมีการแชร์ข่าวเฝ้าระวังโรคไวรัสโควิด-19 กันอย่างแพร่หลายเพื่อแจ้งเตือนให้ทุกคนได้รับทราบและระวังเกี่ยวกับโรคนี้ อีกทั้งยังมีการพูดคุยกันในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรืออสม.ว่าตัวเลขที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยมานั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ข้อเท็จจริงทางกลุ่ม อสม.ในบางอำเภอตรวจสอบพบมีจำนวนแตกต่างกันไป และมีการพูดถึงตัวเลขรวมผู้เสี่ยงติดเชื้อไม่ตรงกัน บ้างบอกว่า 20 -40 ราย ส่วนเหตุผลที่คนอุตรดิตถ์แห่เที่ยวต่างประเทศช่วงที่ผ่านมาในเดือนนี้ เนื่องจากคณะทัวร์แต่ละแห่งจัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋วให้ถูกลง ทำให้มีคนอุตรดิตถ์แห่ไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ห้องประชุมภูสอยดาว ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ น.พ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับจังหวัดและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ รวมทั้งหมดประมาณ 50 นาย เพื่อรับฟังการรายงานเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่เดินทางไปยังต่างประเทศในกลุ่มเสี่ยง 9 ประเทศ อาทิ ประเทศจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเก๊า ฮ่องกง สิงคโปร์ อิหร่านและอิตตาลี่ ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประกาศออกมาว่า กลุ่มประเทศดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไข้หวัดโคโรน่าหรือโควิด-19

ที่ประชุมแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ อสม.ได้รายงานรายงานกลุ่มทัวร์ต่างประเทศ ทั้งเป็นตัวเลขข้อมูล แจ้งให้ทราบว่า พื้นที่ อ.ลับแล ต.ชัยจุมพล ต.ทุ่งยั้ง ต.ฝายหลวง ต.ไผ่ล้อม ต.แม่พูล ทัวร์สิงคโปร์ 15 ราย, พื้นที่ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทัวร์ครูช้างไปสิงคโปร์ ประมาณ 35 ราย, อ.ฟากท่า-อ.เมืองอุตรดิตถ์-อ.ลับแล ทัวร์จีน ไต้หวัน อำเภอละ 1 ราย มีครูอัตราจ้างด้วย, เกาหลีใต้ เป็นเด็กอนุบาล 1 ราย, อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด 4 ราย และกำลังติดตามผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเมืองอุตรดิตถ์ว่ามีเพิ่มอีกกี่ราย, และพื้นที่ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทัวร์อิตาลี่ จำนวน 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน

ทั้งนี้ มีผู้แจ้งเข้ามาทางโทรศัพท์ ทำให้พบตัวเลขกลุ่มเสี่ยงเป็นจำนวนมากและไม่ชัดเจนแน่นอน ซึ่งจะต้องมีตรวจสอบตัวเลขพร้อมชื่อบุคคล ภูมิลำเนาและอาชีพ หลังรับรายงานในที่ประชุมสร้างความตกใจให้กับผู้ร่วมประชุมเป็นอย่างมาก จากนั้นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวเลขที่ชัดเจนพร้อมชื่อที่อยู่รายบุคคลรวมถึงอาชีพด้วย เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไปตามขั้นตอนของกระบวนการสาธารณสุข ด้านการดูแลรักษาสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อต่อไป

น.พ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่อสม.ต่างอำเภอ พูดถึงจำนวนตัวเลขกลุ่มเสี่ยงของคนอุตรดิตถ์ เดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศและเดินกลับมาแล้ว โอกาสเสี่ยงที่จะติดไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 มีตั้งแต่ 20-40 คน ทั้งในเขตเมืองอุตรดิตถ์และเขตอำเภอลับแลว่า ตอนนี้ข้อมูลที่ได้รับรายงานมีผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงกว่า 40 ราย พบคนจังหวัดอุตรดิตถ์ไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ 9 ประเทศ จังหวัดอุตรดิตถ์พบผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเสี่ยงประเทศสิงคโปร์เป็นกลุ่มใหญ่สุดประมาณกว่า 30 ราย จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศอิตาลี่ ทั้งหมด 5 ประเทศและเดินทางกลับมาบ้าน

" สิ่งที่เราต้องดำเนินการในตอนนี้คือ ต้องดำเนินการติดตามกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ อันดับแรกจะต้องมีการยืนยันข้อมูลก่อนว่า ตัวตนใช่หรือไม่ ภูมิลำเนา อาชีพและหน้าที่การงาน เพื่อที่จะดำเนินการให้สุขศึกษากับผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ กับการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะต้องถูกกักบริเวณ ถูกคุมอยู่ในพื้นที่จำกัด เช่น ที่บ้าน ในระยะเวลาประมาณ 14 วัน

ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศผ่านสนามบินระหว่างประเทศ จะมีเครื่องวัดเทอร์โมสแกนสำหรับวัดไข้ อย่างไรก็ตามในกลุ่มเหล่านี้บางรายอาจจะยังไม่เกิดอาการ เพราะว่าโรคนี้ระยะฝักตัวอยู่ที่ 2-7 วัน ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องสังเกตอาการของเขาเป็นเวลา 14 วัน ตามอาการทางวิชาการ ดังนั้น ถึงแม้จะดักไม่เจอที่สนามบิน แต่ก็ต้องสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน" นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หากมีการพบผู้ติดเชื้อจริงจะมีการปกปิดตัวเลขไหม เนื่องจากประชาชนหวาดกลัวในเรื่องนี้ นายแพทย์สาธารณสุขกล่าวว่า ปกติการรายงานโรคจะต้องรายงานอย่างตรงไปตรงมา เราไม่มีเจตนาใดที่จะปกปิดข้อมูล เพราะว่าการปกปิดข้อมูลไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย ในการป้องกันโรคและควบคุมโรค ถ้ามีการปกปิดข้อมูลการระบาดของโรคจะรุนแรง การที่เรารายงานตรงไปตรงมาทำให้ทุกพื้นที่มีความตระหนัก การที่จะรายงานผู้ป่วยนั้น จะต้องรายงานตามหลักการวิชาการจริง

เรื่องโดย คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว | ภาพโดย News-Center
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend