ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563.

สมุนแก๊งอุ้มฆ่า ยอมเปิดปากรับสารภาพหมดเปลือก ตำรวจพบแล้วจุดเผาเหยื่อ

4.8K 28
สมุนแก๊งอุ้มฆ่า ยอมเปิดปากรับสารภาพหมดเปลือก ตำรวจพบแล้วจุดเผาเหยื่อ

ตำรวจกองปราบ คุมตัวแก๊งอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมนำตัวฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ผัดแรก ขณะที่สมุนร่วมแก๊ง 5 คน ยอมเปิดปากรับสารภาพ เหลือเพียง อดีต รมช.ชื่อดังที่ยังปฎิเสธเสียงแข็ง พบแล้วจุดเผาเหยื่อ ที่แท้อยู่ไม่ห่างจากไร่ของเมียจอมบงการ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ปิดล้อมตรวจค้น 21 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และกรุงเทพ เพื่อคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ นางสาวพนิดา  ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด กว่า 300 ล้านบาท หลังถูกกลุ่มคนร้ายข่มขู่ เพื่อให้ นางสาวพนิดา ตัดสินยกฟ้องคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ น.ส.กัณฐณา ศิวาธนะพล หรือน้ำตาล และ น.ส.อุรชา พรหมา หรือป้อนข้าว ตกเป็นผู้ต้องหา  

โดยจากปฏิบัติการครั้งนี้ ชุดสืบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี นายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 49 ปี นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข อายุ 34 ปี นายชาติชาย เมณฑ์กุล อายุ 31 ปีและ นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด อายุ 62 ปี ในความผิด 6 ข้อหา  โดยผู้ต้องหาบางส่วนรับสารภาพว่า ทำร้ายนายวีรชัยจนเสียชีวิตแล้วเผาศพนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ,  พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. , พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ไปเบิกตัวนายชาติชาย เมนฑ์กุล และนายแระชาวิทย์ ศรีทองสุข ที่สน.ห้วยขวาง จากนั้นได้มาเบิกตัวนายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ ที่สน.สุทธิสาร หลังกองปราบได้แยกผู้ต้องหาคุมขังตามโรงพักต่างๆ เพื่อนำตัว 3 ผู้ต้องหา แก๊งพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่ให้การรับสารภาพ ในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายวีรชัย ศกุลตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ

สำหรับจุดแรก ซอยรัชดา ฯ 33 แขวงและเขตจุตจักร กทม. เป็นอาคารสูง 4 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 300 ตรางวา  มีรั้วรอบขอบชิด โดยจุดนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยืนยันว่า เป็นบ้านของ พ.ต.ท.บรรยิน ก่อนเกิดเหตุได้มีการมาวางแผนที่บ้านหลังนี้ โดยในวันที่มีการวางแผน ทางนายมานัส ทับนิล ได้ขับรถพานายประชาวิทย์ และนายชาติชาย ซึ่งเป็นคนที่นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด จัดหามาให้  เพื่อมาพบพ.ต.ท.บรรยิน และ นายณรงศักด์ ที่บ้านพักหลังดังกล่าว โดยพ.ต.ท.บรรยิน ได้บอกกับทั้งห้าคนว่า มีงานให้ทำเป็นเรื่องอุ้มคนแก่ จากนั้น พ.ต.ท.บรรยิน ได้จัดหาชุดแต่งกาย และหมวกให้กับกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป 

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสาม ไปยังจุดที่ 2 บริเวณตรงข้ามศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซอยเจริญกรุง 63 แขวงเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดักรออุ้มตัว นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ ขึ้นรถเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าวพ.ต.ท.บรรยิน ใส่เครื่องแบบตำรวจสวมหมวกกันน็อค ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์

ซึ่งภายในรถคันดังกล่าวยังมี นายณรงศ์ศักดิ์ นายประชาวิทย์ และนายชาติชาย ร่วมนั่งอยู่ด้วย โดยทั้งสามคนสวมชุดที่ทางพ.ต.ท.บรรยินจัดเตรียมไว้ให้ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวใส่หน้ากากอนามัยสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า เมื่อมาถึงหน้าศาลและพบนายวีรชัย นายณรงค์ศักดิ์ รับว่าเป็นคนล็อคตัวนายวีรชัย ก่อนที่นายชาติชาย เป็นคนดันตัวเหยื่อให้ขึ้นรถ ซึ่งนายณรงศ์ศักดิ์ นั่งหน้าบริเวณหน้าคนขับ โดยมีนายประชาวิทย์ และนายชาติชาย นั่งประกบผู้ตายไว้ จากนั้นได้เอาผ้าเทปปิดปาก ก่อนนำถุงผ้าคลุมศรีษะผู้ตาย โดยระหว่างทางได้มีการโทรศัพท์ข่มขู่ผู้เสียหาย และมีการปรับเบาะที่นั่งในลักษณะเอนนอน ก่อนทำร่างกายนายวีรชัย ด้วยการต่อยไปที่สีข้างลำตัวหลายครั้ง

จากนั้นก็ได้ขับรถมุ่งหน้าเส้นทาง ถ.พระราม 5 บางบัวทอง สุพรรณบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปจ.นครสวรรค์ โดยระหว่างทางพี่ชายผู้พิพากษาเกิดเสียชีวิต ทำให้แผนของคนร้ายจากเดิมที่ต้องการกดดัน ต้องเปลี่ยนเป็นการอำพรางคดี จากนั้นนายมานัส ได้ขับรถมาถ่ายคนจากรถของพ.ต.ท.บรรยิน และทำหน้าที่ขับรถนำ เพื่อดูกว่ามีการตั้งด่านตามเส้นทางหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การชี้จุดดังกล่างใช้เวลาไม่นาน ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำไปรวมกับผู้ต้องหาอีก 3 ราย คือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ , นายมานัส ทับนิล และนายธงชัย วจีสัจจะ ที่ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

ต่อมาเวลา 08.00 น. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ เเละ นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาเเละลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าเยี่ยมพ.ต.ท.บรรยิน โดยการเข้าเยี่ยมครั้งนี้เป็นการเยี่ยมก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะคุมตัวพ.ต.ท.บรรยิน พร้อมพวกรวม 6 คน ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังเป็นผัดเเรก ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัวโดยนางวราภรณ์  กล่าวภายหลังจากการเข้าเยี่ยมพ.ต.ท.บรรยิน ว่า ได้เข้าไปหารือกับสามี กรณีจะชี้เเจงความบริสุทธิ์ของครอบครัวในช่วงวันเวลาเกิดเหตุ ซึ่งตนเห็นมีสื่อบางสำนักที่มีการนำเสนอข้อมูลว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ วันเกิดเหตุ มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายอยู่งานศพในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาบางคน ก็มีพยานยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุในวันดังกล่าวเช่นกัน ยอมรับว่า ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตน และครอบครัวได้พยายามจะขอข้อมูลในส่วนนี้ เพื่อนำมาประกอบกับการแสดงความบริสุทธิ์ของสามี สำหรับรายละเอียดอื่นๆ พ.ต.ท.บรรยิน อยู่ระหว่างการพิจารณาและหารือว่า จะบอกข้อมูลใดกับสื่อได้บ้างหรือไม่

ทางด้านพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่า แม้ว่าตำรวจจะยังไม่พบศพผู้เสียชีวิต แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนกระดูกที่พบ ก็เพียงพอในการดำเนินคดีเเล้ว 

ต่อมาเวลา 12.40 น. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป , พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.  พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปราม  ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบไปด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี นายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 49 ปี นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข อายุ 34 ปี นายชาติชาย เมณฑ์กุล อายุ 31 ปีและ นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด อายุ 62 ปี  ออกจากห้องคุมขังภายในอาคารกองบังคับการปราบปราม เพื่อไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดที่ 1 โดยทางพ.ต.ท.บรรยิน มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เช่นเดียวกันกับผู้ต้องหารายอื่นๆที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น 

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จนถึงช่วงสายของวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ให้การรับสารภาพ มีเพียงพ.ต.ท.บรรยิน เท่านั้นที่ยังคงให้การปฏิเสธ โดยคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย สอดรับกับข้อมูลและพยานหลักฐานที่พบตามจุดต่างๆ  โดยเฉพาะพื้นที่แห่งหนึ่งในตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ที่พบเศษโครงกระดูกจำนวนกว่า 20 ชิ้น ที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม  บางส่วนแตกละเอียดผสมกับกองขี้เถ้าที่ถูกเผาไหม้ รวมถึงยังพบแหวนที่มีลักษณะพิเศษคือรูปร่างคล้ายหัวเต่า และหัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมที่ยังเผาไหม้ไม่หมด ที่เชื่อว่าเป็นของผู้ตาย  ตกหลงเหลืออยู่ในบริเวณจุดนี้ ทั้งยังมีเศษยางและขดลวดที่ถูกนำมาทิ้งไว้ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานไปเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอเปรียบเทียบแล้ว  

อย่างไรก็ตาม  มีรายงานว่า ทางตำรวจกองปราบปราม ได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน มาบินเพื่อพิสูจน์ทราบหาจุดเผาศพในพื้นที่บริเวณเขาใบไม้ โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างรกร้าง และพื้นที่บางส่วนมีเล้าไก่ แอ่งน้ำ กระทั่งพบจุดเผาศพ  ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากไร่ของนางวราภรณ์  ตั้งภากรณ์  ภรรยาของพ.ต.ท.บรรยิน

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์