ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

แฉเจ้าหน้าที่! การแพทย์ติดเชื้อโคโรนาไวรัสครึ่งพัน

14.3K 188

หลังจากที่ถกกันอยู่นาน องค์การอนามัยโลกตั้งชื่อให้กับโรคที่เกิดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มต้นระบาดจากเมืองอู่ฮั่นในจีนตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า โควิด - 19 ขณะเดียวกันทางการจีนก็บอกว่าหากดูจากสถิติต่าง ๆ จนถึงตอนนี้ การระบาดของเชื้ออาจจะถึงระดับสูงสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ในขณะที่ทางการประกาศว่าจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ไม่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสได้

ซ่ง หนานชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจระดับสูงสุดของจีน คาดว่าระดับการระบาดสูงสุดของไวรัสน่าจะอยู่ในเดือนนี้ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขการติดเชื้อรายใหม่ ๆ ที่ลดลงเป็นลำดับ และหากคำนวนตามหลักคณิตศาสตร์ การระบาดสูงสุดในเขตทางใต้ของจีน น่าจะอยู่ในราวกลางเดือนหรือปลายเดือนนี้


เขาบอกว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะคาดการว่าเมื่อไหร่ที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นแน่ และโดยหลัก เรื่องนี้ก็จะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการควบคุมและป้องกันการระบาดด้วย เพราะะปัจจุบันผู้คนจำนวนมากกำลังเดินทางกลับมาทำงาน โดยคาดกันว่าชาวจีน 160 ล้านคน จะเดินทางกลับมาทำงานในช่วงสัปดาห์หน้า ทำให้วิตกกันว่า จะยิ่งทำให้โรคระบาดมากขึ้นอีก

การคาดการว่าการระบาดจะถึงระดับสูงสุด เป็นการพิจารณาจากการที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ค่อย ๆ ลดลงเป็นลำดับมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม โดยตัวเลขเมื่อวันจันทร์อยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้่น อย่างตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีน ยกเว้นที่หูเป่ยเมื่อวันจันทร์มีแค่ 381 คน ขณะที่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์มีถึง 890 คน ซึ่งถือว่าลดลงมากถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในหูเป่ย ยกเว้นเมืองอู่ฮั่น ตัวเลขก็ลดลง 6 วันติดต่อกัน จาก1,121 คนเมื่อวันพุธที่แล้ว เหลือ 545 คนเมื่อวันจันทร์ โดยลดลง 55 เปอร์เซ็นต์

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลในอังกฤษก็ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อจะใกล้กับ 0 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่ก็เตือนว่ายังมีหลายปัจจัยที่อาจส่งอิทธิพลต่อแบบจำลองนี้

สำหรับชื่อ โควิด - 19 นั้น นายเทดรอส เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก อธิบายไว้ว่า เป็นการตั้งภายใต้แนวทางที่ตกลงกัน คือชื่อของโรคจะต้องไม่พูดถึงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ สัตว์ ตัวบุคคล หรือกลุ่มคน รวมทั้งต้องสามารถออกเสียงได้ และเกี่ยวข้องกับโรค การที่โรคต้องมีชื่อก็เพื่อป้องกันการใช้ชื่ออื่นที่อาจจะไม่ถูกต้องหรือเป็นตราบาป และเพื่อให้เป็นมาตรฐาน

ขณะที่เมื่อวาน ทางการจีนก็สั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส 2 คนของมณฑลหูเป่ย และส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางมานั่งแทน ถือเป็นการปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาด จากความล้มเหลวในการควบคุมโรค และมีสัญญาณว่าอาจจะมีการปลดมากขึ้นอีก เมื่อปักกิ่งเริ่มพิจารณามาตรการควบคุมโรคของมณฑลต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดมากขึ้น อย่างในกรณีของอู่ฮั่น มองกันว่าปัญหาเกิดจากการที่โรงพยาบาลปฏิเสธที่จะดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อย ทำให้เชื้อระบาดออกไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน ทางการรับผู้ป่วยเข้ามาดูแลทั้งหมดแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ปักกิ่งเตือนว่า เจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลย จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ขณะที่มีรายงานหลายกระแสบอกว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น ติดเชื้อไวรัสตัวนี้อย่างน้อย 500 คน เมื่อคิดจนถึงกลางเดือนมกราคม ทำให้โรงพยาบาลเกิดการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ รายงานบอกว่าทางการจีนเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางคนป่วยเพราะไวรัสตัวนี้ แต่ไม่ได้ให้ภาพรวมที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ถูกกำชับไม่ให้แพร่งพรายข้อมูลเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้ไปบั่นทอนกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการเสียชีวิของหมอหลี่ เหวินเหลียง ที่เป็นคนแรก ๆ ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องการระบาดของไวรัส

นอกจากเจ้าหน้าที่ 500 คนจะติดเชื้อแล้ว อีก 600 คนก็สงสัยว่าจะะติดเชื้อด้วย และมีรายงานยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่การแพทย์เสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย พวกเขาบอกว่าการขาดแคลนอุปกรณ์การป้องกัน ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การไม่ตระหนักถึงอันตรายของไวรัส เป็นเหตุผลหลักของปัญหานี้

เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย AP
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend