..โดยเฉพาะหากผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหา เป็นทหารประจำการ!
ที่ผ่านมามีการคาดเดาและวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ "ยิงคน-ปล้นทอง" อาจเป็นคนมีสี หรืออาจเป็นทหาร โดยพิจารณาจากความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ การบุกเข้าโจมตีเป้าหมาย และที่สำคัญคือเมืองลพบุรี ถือว่าเป็นเมืองทหาร มีหน่วยทหารอยู่เป็นจำนวนมาก
แม้จนถึงขณะนี้ฝ่ายตำรวจยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าคนร้ายเป็นทหารหรือไม่ แต่ถ้าตั้งสมมติฐานว่า ผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยเป็นทหาร จุดนี้ก็อาจเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้การดำเนินการมีความล่าช้า เนื่องจากการจะจับกุมทหาร หรือแม้แต่ตรวจค้นหน่วยทหาร ต้องปฏิบัติไปตาม "ข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทย เรื่องการปฏิบัติและประสานงานเกี่ยวกับกรณีที่ทหารเป็นผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหาในความผิดอาญา" ซึ่งข้อตกลงนี้มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2498 เลยทีเดียว
สาระสำคัญในข้อตกลงฯ เป็นการกำหนดขั้นตอนการดำเนินคดีอาญากับทหารประจำการ ตั้งแต่การจับกุม แจ้งข้อหา และตรวจค้น มีหลักปฏิบัติที่ต้องยึดถือ เช่น
..การจับทหารขณะแต่งเครื่องแบบ ไม่สามารถกระทำได้ ต้องแจ้งให้สารวัตรทหารเป็นผู้จับ
..การบังคับให้ถอดเครื่องแบบไม่สามารถกระทำได้ ยกเว้นเจ้าตัวยินยอมถอดเอง
..การคุมขังขณะสวมเครื่องแบบไม่สามารถกระทำได้