เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 63 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุม "การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์และเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญของรัฐบาล" ว่า เพื่อเป็นการเร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ สร้างความพึงพอใจในคุณภาพการบริการ ดูแลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัด ลดระยะเวลาการรอคอย จึงได้มอบนโยบายสาธารณสุขสร้างชาติและการลดความแออัดเป็นแนวทางดำเนินการของทุกภาคส่วนให้เร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน สร้างความ พึงพอใจในคุณภาพ การบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลประชาชนให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัด ลดระยะเวลาการรอคอยและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เขตสุขภาพ ลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
นายอนุทิน กล่าวว่า นักเทคนิคการแพทย์ที่มีจำนวนอยู่ 19,000 คน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบสุขภาพ ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเจาะเลือดและเก็บตัวอย่างนอกโรงพยาบาล เพื่อลดระยะเวลาในการรอคอยการเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ การเจาะเลือดใกล้บ้านที่สถานบริการสุขภาพ คลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.).ใกล้บ้าน ก่อนนัดพบแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลได้มากกว่า 2-5 ชั่วโมง โดยต้องมีการวางระบบในการเก็บตัวอย่าง การส่งตัวอย่าง การส่งข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศ การกำกับดูแลมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้เริ่มในพื้นที่จังหวัดนครปฐมเป็นหน่วยงานนำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยจังหวัดนครปฐมเป็นหนึ่งในพื้นที่กลุ่มโรงพยาบาลจตุรทิศ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เพื่อที่จะพัฒนาและจัดระบบการให้บริการ เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล