วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ จากปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ คาดว่าจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดของไทยในปีนี้ได้รับความเสียหาย ปริมาณผลผลิตลดลง และราคาปรับตัวสูงขึ้น (ใส่กราฟฟิก) โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว และข้าวเปลือกเจ้า และคาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังจะเสียหายเกือบครึ่งหนึ่ง หรือจะมีผลผลิตเพียง 3.5-4 ล้านตันข้าวเปลือก จากปกติที่ประมาณ 8 ล้านตันข้าวเปลือก
นอกจากนี้ ราคาผักสดก็จะปรับตัวสูงขึ้น จากผลผลิตที่คาดว่าจะเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะผักใบ รวมถึงมะนาว ที่คาดว่าปีนี้ราคาน่าจะสูงกว่าที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ใช้มะนาวจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร ควรซื้อมะนาวในช่วงนี้ที่ยังราคาต่ำมาทำเป็นน้ำมะนาวแช่แข็งเก็บไว้ เพื่อเตรียมไว้ใช่ในช่วงหน้าแล้ง ส่วนเนื้อหมู คาดว่าราคาจะสูงขึ้นเช่นกัน จากสภาพอากาศร้อน ทำให้หมูโตช้า ซึ่งอาจมีมาตรการจำกัดการส่งออก เพื่อให้มีเนื้อหมูบริโภคในประเทศอย่างเพียงพอ และราคาไม่สูงมากจนเกินไป
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ หลังจากมีความกังวลจากเหตุความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เชื่อว่าจะเป็นผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น และไม่เกิดผลบานปลายเป็นสงคราม ผู้ประกอบการจะใช้เหตุผลของราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นข้ออ้างในการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ได้ และหากมีการฉวยโอกาส จะมีการเอาผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนปัจจัยเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนการผลิตสินค้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น