"ทะเลสองห้อง" ปล่องภูเขาไฟดึกดำบรรพ์

ฝรั่งครูสอนดำน้ำดำดิ่งลงไปชมความงามในถ้ำใต้น้ำ "ทะเลสองห้อง" อ.ทุ่งใหญ่ เมืองคอน -โผล่ขึ้นมาอีกทีกลายเป็นร่างไร้วิญญาณนอนกอดถังออกซิเจนคาดอากาศหมดขณะดำน้ำลึก-สังเวยตำนานอาถรรพ์เมืองบาดาล "ลึกไม่รู้สิ้นไม่รู้สุด"
ข่าว
จากการสอบสวนทราบว่าในช่วงฤดูร้อนของทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนและต้องการพิสูจน์อาถรรพ์และความเร้นลับของ "ทะเลสองห้อง" ในท้องที่หมู่ 6 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเหมือนหนองน้ำขนาดใหญ่ 2 บ่อต่อเองกัน และมีถ้ำใต้น้ำ โดยปากบ่อหรือปากถ้ำบนพื้นดินเต็มไปด้วยหินแข็งคล้ายลาวาจากภูเขาไฟ 2 ปล่อง ซึ่งสามารถดำน้ำชมความสวยงาม วิจิตรตระการตาภายในถ้ำใต้น้ำตลอดทั้งปี โดยปากบ่อห้องแรกกว้างประมาณ 20ไร่ ส่วนอีกบ่อกว้างประมาณ 10 ไร่ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ทะเลสองห้อง" ซึ่งในช่วงหน้าแล้งน้ำลดจะมองเห็นเป็น 2 ส่วนหรือ 2 ห้องอย่างชัดเจน และเป็นถ้ำใต้น้ำที่ท้าทายบรรดานักดำน้ำทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครเคยดำน้ำลงไปสำรวจถึงก้นบ่อได้สำเร็จ
สำหรับทะเลสองห้องบรรดานักธรณีวิทยาและนักดำน้ำชาว่างชาติระบุว่าทะเลสองห้องเป็นปล่องภูเขาไฟในสมัยดึกดำบรรพ์เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว มีความลึกไม่เคยมีใครหยั่งถึงจนเป็นตำนานอาถรร์กล่าวขานมาตั้งแต่โบราณว่า "ทะเลสองห้องลึกไม่รู้สิ้นไม่รู้สุด" และกลายเป็นถ้ำใต้น้ำที่ท้าทายให้นักดำน้ำจากทั่วโลกแห่เดินทางมาดำน้ำชมถ้ำใต้น้ำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง เพราะมีน้ำใสเย็น สะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ แต่ต้องระมัดระวังเด็ก ๆ ให้เล่นได้เฉพาะบริเวณริมตะลิ่งหรือขอบปล่องภูเขาไฟเท่านั้น หากพลัดตกลงไปในจุดที่ลึกจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ ที่ผ่านมาเคยมีนักดำน้ำดำน้ำลงไปถ่ายภาพถายในถ้ำซงมีความสวยงามวิจิตรตระการตา โดยเมื่อหลายปีก่อนมีครูดำน้ำต่างชาติเดินทางมาดำน้ำพิสูจน์ความลึกและเกิดสูญหายไร้ร่องรอยเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีใครกล้าไปเล่น เพราะมีการเล่าลื่อและเชื่อว่าถึงอาถรรพ์ว่า"ทะเลสองห้อง"คือเมืองบาดาลที่อาศัยของพญานาค หากผู้ใดดำน้ำลึกลงไปจนถึงเขตพระราชวังของเจ้าเมืองพญานาคก็จะถูกจับไปลงโทษหมดโอกาสที่จะกลับขึ้นมาสู่โลกมนุษย์
ยุทธนะ เตมะศิริ นครศรีธรรมราช