6-5-4-3-2-1 แถม 0 เป็นกลยุทธ์ของนันยาง โดย 6 คือโมโดลการขายนันยางเรด ภายใต้ 6 วัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.มีคุณค่ามากที่สุด เพราะเป็นสินค้าพิเศษเปิดขายครั้งเดียว ผลิตตามออเดอร์ที่สั่งซื้อในเวลาที่กำหนด ขายในราคา 600 บาท จาก 300 บาทต่อคู่ 2.จำนวนมากที่สุด คือเป็นสินค้าลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ขายถึง 12,598 คู่ สูงกว่าคาดการณ์ไว้เพียง 1,000 คู่ 3.ใช้เวลาน้อยที่สุด เพียง 90 นาที บวก 6 นาที (เวลาการเตะนัดชิงแชมป์) 4.ซื้อง่ายที่สุด เพียงพิมพ์ชื่อ เบอร์รองเท้าผ่านเฟสบุ๊ค รอการตอบกลับ โอนเงินง่าย 5.โดนด่าน้อยที่สุด เมื่อดราม่าบนโลกออนไลน์เกิดง่าย ติชม ไม่สวยได้ แต่ไม่ต้องการโดนด่า และ6.เสี่ยงน้อยที่สุด ผลิตแล้วต้องขายหมด ไม่เหลือสต๊อก กลับกันขายดีเกินคาด ซึ่งบทเรียนนี้ทำให้เกิดการขายแบบไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดเวลาหรือ Unlimited Limited Edition
5 คือปัญหาที่เผชิญ หลังเปิดขายคอมเมนต์ซื้อสินค้า 30,000 คอมเมนต์ แต่สามารถกดอ่านได้สูงสุดเพียง 5,000 คอมเมนต์ จึงต้องเจรจากับทีมเฟสบุ๊คเพื่อดึงข้อมูลลูกค้า แปลงเป็น Happy Crisis แทน 4 คือ นันยางลิมิเต็ด เอดิชั่น ตัวที่ 4 ก่อนหน้ามีนันยาง พิทักษ์ ๖๑ ผ้าไหมนันยาง และนันยางชูการ์ 3 คือ เวลาเตรียมตัว แผนการตลาดดึงภาพ "เด็กหลังห้อง" มาเป็นคาแร็กเตอร์แบรนด์ กลยุทธ์ต้องนิ่งพร้อมปฏิบัติ 2 คือ มีเชือก 2 สี เพื่อสร้างคุณค่าให้สินค้าและแบรนด์ และทำให้เกิด 1 คือความสำเร็จในการคว้าสุดยอดแคมเปญการตลาดแห่งปี จักรพล ยังยก 0 ให้เป็นความสำเร็จอีกข้อ เพราะแคมเปญดังกล่าว ได้ฟรีการลงสื่อหรือ Earn Media มหาศาล !"กระแสนันยางเรด ทำให้ได้ฟรีมีเดียมหาศาล สะท้อนว่าจินตนาการมีความสำคัญกว่างบประมาณ ดังนั้น นักการตลาดไม่ควรอ้างว่าไม่มีงบ แล้วทำการตลาดไม่ได้ เพราะวันนี้นันยางทำให้เห็นแล้วว่าไม่มีเงินก็ทำได้ และแบรนด์เก่าแก่(อายุแบรนด์กว่า 60 ปี)ที่มีสินค้าไม่กี่รายการ สามารถวางกลยุทธ์ ทำตลาดให้สำเร็จได้"