ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

Nation Documentary | แบนสารเคมี จุดเปลี่ยนเกษตรไทย

433 13
Nation Documentary | แบนสารเคมี จุดเปลี่ยนเกษตรไทย

ประเทศไทย เป็นประเทศที่นำเข้าและใช้สารเคมีในการเกษตรสูงที่สุดติดอันดับโลก และใช้มากเกินขนาดจนเป็นเรื่องปกติ ทำให้เกิดการปนเปื้อนและตกค้างในสิ่งแวดล้อมมหาศาล ในที่สุดคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็มีมติแบน สารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ง่ายนัก และหลังจากที่แบนสารเคมีไปแล้ว ก็ยังมีคำถามอีกมากมายถึงการทำเกษตรกรรมในระดับอุตสาหกรรม

หญ้าและแมลงเป็นศัตรูของชาวไร่ชาวสวนมานานแล้ว หลังจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเกิดขึ้น โลกใบนี้ก็เข้าสู่ยุคเกษตรกรรมแบบอุตสาหกรรม เกษตรกรจำนวนไม่น้อยถูกสอนให้ใช้สารเคมีเพื่อให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด

บนพื้นที่ 60 ไร่ในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มีทั้งสวนปาล์ม สวนกล้วย ไร่อ้อยและนาข้าว

"สมเกียรติ" เป็นเจ้าของไร่ และเป็นหนึ่งในเกษตรกรอีกหลายหมื่นคน ที่ใช้สารเคมีมาไม่ต่ำกว่า 40 ปี ปีหน้าจะเป็นปีที่ท้าทายการทำเกษตรของเขามากที่สุด เพราะสิ่งที่เคยชินมาตั้งแต่รุ่นพ่อกำลังจะเปลี่ยนไป หลังการแบนสารเคมีเกษตร ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

สมเกียรติ พาเราเดินชมสวน ท่ามกลางหญ้าที่ขึ้นรกรุงรัง การใช้พาราควอตฉีดพ่น เป็นวิธีกำจัดหญ้าที่ง่ายและสะดวกที่สุด เขาต้องวางแผนฉีดยาฆ่าหญ้าชนิดนี้ ก่อนวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันดีเดย์ ห้ามขายและใช้สารเคมี 3 ชนิด

ผู้ชายคนนี้เป็นหลานชายของ สมเกียรติ "สุรชัย"รับช่วงต่อในการเป็นผู้จัดการร้านขายสารเคมีรายใหญ่ในอำเภอจากพ่อ เขาบอกว่า หลังการแบนพาราควอต ยังก็ยังมีสารเคมีอีกชนิดหนึ่งที่จะเข้ามาแทนที่ แต่ปัญหาก็คือมีราคาที่สูงกว่า

ขวดแก้วฉลากสีแดงคือยาฆ่าหญ้าที่ชื่อว่ากลูโฟสิเนต มันมีราคาสูงกว่าพาราควอต 2-3 เท่า เกษตรกร ที่ไม่มีทางเลือกอาจจะต้องยอมแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นหากจะต้องกำจัดศัตรูพืช ด้วยสารเคมี

เจ้าของร้านขายสารเคมีคนนี้ ไม่เห็นด้วยกับการแบน เพราะเห็นใจเกษตรกร ที่แบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ยืนยันว่าแผนการตลาด หลังจากนี้ยังไม่มีการสต๊อกสินค้าตัวใหม่เพิ่ม

ในขณะที่ช่วงเวลานี้ ก่อนถึงวันที่ 1 ธันวาคมก็จะเป็นต้องเร่งระบายสต๊อกพารา ควอตไกลโฟเซต และคลอไพลิฟอส ที่เหลืออยู่ให้หมด

สำหรับยาฆ่าหญ้าสำหรับยาฆ่าแมลง สุรชัยไม่กังวล เพราะนอกจากคลอไพลิฟอสแล้ว ยังมีสารเคมีตัวอื่นที่ใช้ฆ่าแมลงได้ แต่ยาฆ่าหญ้ามีเพียงไม่กี่ชนิดที่ใช้ได้ผลดี พาราควอต และไกรโฟเซต คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร

ความพยายามในการแบนสารเคมีภาคการเกษตร ทั้ง 3 ชนิด ใช้เวลาเกือบ 6 ปีแต่มาสำเร็จในรัฐบาลยุคนี้ ในช่วงรอยต่อสำคัญ ความเข้มข้นของความพยายามแบนเกิดขึ้น หลังจากที่นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามีบทบาทอย่างมาก ที่ทำให้การแบนสารเคมีครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

ภาพของรัฐมนตรีช่วยหญิง ที่บุกเข้าไปตรวจสต๊อกสารเคมี ท่ามกลางการไม่ได้รับให้ความร่วมมือของข้าราชการในกรมที่กำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะข้อมูล สารเคมีที่เธอต้องแรงกดดันพอสมควร กว่าจะได้ทราบความจริง เป็นหนึ่งในความพยายามในการแบนสารเคมีการเกษตรของเธอ

ขณะที่ภาพของ โรงพยาบาลหลายแห่งขึ้นป้ายแบนสารเคมี ก็เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ทำให้น้ำหนัก และเหตุผลความจำเป็นที่ต้องแบน มีมากขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของนายอนุทินชาญวีรกูล ที่ออกหน้ารับแรงต้านจากผู้เสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนสารเคมี มูลค่าหมื่นล้าน เป็นแรงผลักดันให้ผู้ที่ทำงานวิชาการด้านนี้มี กำลังใจที่จะทำงานต่อ

จุดหมายปลายทางคือคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะต้องมีมติแบนสารเคมีดังกล่าว นอกจากข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่บ่งชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ ของการใช้สารเคมีแล้ว เหตุผลสนับสนุนของกระทรวงเกษตร จะมีน้ำหนักมากที่สุด ในฐานะผู้ใช้งาน ซึ่งในที่สุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีมติที่จะให้แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด และส่งความเห็นนี้ไปยังที่ประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

หลังจากที่กระทรวงเกษตร มีความเห็นว่าควรจะแบนสารเคมี ปฏิกิริยาของกลุ่มที่คัดค้านการแบนสารเคมีก็ทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้นในนามของกลุ่มเกษตร

และนี่คือครั้งแรกที่กลุ่มหนุนและกลุ่มต้าน การแบนสารเคมีเผชิญหน้ากันเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยในห้องประชุมของกระทรวงเกษตรมีหลายเหตุผล ที่กลุ่มคัดค้านจานแบนสารเคมี ยกขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น สารตกค้างในพืชผักที่ตรวจพบ ไม่ตรงกับความจริง หรือแม้กระทั่งผลกระทบในภาคการเกษตรที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม โดยที่รัฐบาลไม่สามารถจะหามาตรการเยียวยาได้ท้ายที่สุดเมือมีการแบนสารเคมี พวกเขาก็จะเดินหน้าฟ้องศาลปกครอง

เกษตรอินทรีย์ หรือ เกษตรเคมี อย่างไหนดีและคุ้มค่ามากกว่ากัน เป็นคำถามที่ถกเถียงกันมานานแล้ว แต่หลังการแบนสารเคมี แน่นนอนว่าเกษตรเคมีเชิงเดี่ยวอาจประสบปัญหา ส่วนเกษตรอินทรีย์จะคือ ภาพอนาคตของเกษตรกรรมไทย ได้หรือไม่

หนึ่งในเหตุผลการแบน 3 สารเคมีเกษตร 3 ชนิด คือ พบสารเคมีปนเปื้อนในเลือดของชาวบ้านและเด็กๆในชุมชนที่ทำเกษตรเคมีเชิงเดียว กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกินผักที่ปนเปื้อนสารเคมี

วชิรวิทย์ เคยมาทำข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของนักเรียน โรงเรียนปอวิทยา อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ที่พบสารปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรในเลือด จากการตรวจคลอรีนเอสเตอเรส ซึ่งบ่งชี้ว่ามีสารกำจัดฆ่าแมลงที่ตกค้าง

การตรวจคลอรีนเอสเตอเรส เป็นโครงการของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่มีตรวจอยู่ในหลายชุมชนและพบข้อบ่งชี้ใกล้เคียงกัน ถึงลักษณะชุมชนที่มีการกระทำเกษตรเชิงเดี่ยว จะพบกลุ่มเสี่ยงที่มีสารปนเปื้อนในเลือดสูงเกินค่ามาตรฐาน

เราเดินทางกลับมาที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายอีกครั้งหลังจาก คณะกรรมการวัตถุอันตรายแบนสารเคมี3 ชนิด เพื่อสำรวจว่าแนวโน้มและการรักษาชาวบ้าน ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงว่ามีแนวทางอย่างไร

ที่นี่เราได้พบกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปอ เขาบอกว่าไม่มียาปฏิชีวนะที่ช่วยขับสารพิษ จะมีก็แต่รางจืด สมุนไพร สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งนี้ รางจืด เป็นยาตัวยาสำคัญที่มีอยู่ในสต๊อก เพื่อไว้แจกจ่ายชาวบ้านที่พบว่ามีสารเคมีตกค้างในเลือดจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ มีการขับเคลื่อนเรื่องการทำเกษตรปลอดภัย หลังจากพบสารเคมีตกค้างในเลือดชาวบ้าน เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปอ อ.เวียงแก่น เป็นสถานพยาบาล เริ่มต้นด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้ในรั้วของโรงพยาบาลเพื่อเป็นต้นแบบให้ชาวบ้านทำตาม

ความตื่นตัวรณรงค์ให้ชาวบ้านหยุดใช้สารเคมีการเกษตร เกิดขึ้นหลังจากที่ตัวของผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งนี้ก็พบสารตกค้างในเลือดเช่นเดียวกัน

ไม่มีอีกแล้วความปลอดภัยในอาหาร เพราะทุกอย่างที่กินเข้าไปไม่มีใครรู้ว่าจะมีสารพิษเจือปนอยู่ในระดับที่มากน้อยแค่ไหน การกินรังการกินชารางจืดจึงเป็น การรักษาตัวเอง ของชาวบ้านหลายคนรวมถึงหมอในชุมชน ที่สามารถสามารถหลีกเลี่ยงได้

นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยน ของการทำเกษตรกรรมในระดับครัวเรือน"น้อม ไซลังการ" ชาวบ้าน ตำบลป่าปอ ปลูกผักในพื้นที่ครึ่งไร่ เพื่อกินเองและส่งขาย ในอดีตเธอและสามีเคยใช้สารเคมีแต่เมื่ออายุมากขึ้นประสบปัญหาทางสุขภาพ ที่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการได้รับสารพิษ

พืชผักที่ปลูกมีหลายอย่าง เธอมีวิธีการกำจัดแมลง ที่เรียบง่าย และเหลือเชื่อ (ใช้ผงชูรส ผสมกับ M150 ฉีดพ่น)

ชาวบ้านอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายค่อนข้างตื่นตัวกับการทำเกษตรปลอดภัย ส่วนหนึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับเปลี่ยนในระดับครัวเรือน ไม่อาจสามารถเป็นต้นแบบให้กับเกษตรที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ที่มักบอกเสมอว่าสารเคมีเป็นสิ่งจำเป็น

วิสาหกิจชุมชนบางปอ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการทำเกษตรในเชิงอุตสาหกรรมที่ไม่พึ่งพาสารเคมี โรงพักจำนวน 6 โรง กางมุ้งปิดมิดชิดเพื่อกันแมลง เป็นต้นทางของผักในโครงการหลวง

ผักที่ปลูกทั้งหมดเป็นผักคะน้า มีรอบระยะเวลาการปลูก 25 วันจึงสามารถตัดส่งขายได้ การทำเกษตรอินทรีย์แบบนี้ลงทุนมากหน่อยในช่วงเริ่มแรก โดยเฉพาะค่าโรงเรือนหลังละ 70,000 บาท แต่ถ้าทำจากไม้ไผ่ราคาจะย่อมเยาว์ลงมา ทั้งยังต้อง ลงทุนในการสร้างระบบน้ำ อีก 10,000 บาท เป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นคือการลงแรง และรอผลกำไร โดยแต่ละโรงเรือน จะให้ผลผลิตเป็นเงินประมาณ 5,000 บาทต่อรอบการผลิต

กำนันตำบลปอ เป็นผู้นำ ในการทำวิสาหกิจแห่งนี้ ยืนยันว่าแม้ต้นทุนรอบแรกจะสูงแต่ผลที่ได้คุ้มค่าเพราะราคาผักปลอดสารพิษมีราคาสูงกว่าผักเคมีในท้องตลาด ต่างกัน 5-6 เท่าวิสาหกิจแห่งนี้ มีชาวบ้านร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 12 คน และตั้งเป้าหลังการแบนสารเคมีจะเพิ่มกำลังการผลิต ให้ได้ถึง 26 โรงเรือน เพื่อจะสร้างเม็ดเงินในระดับแสนบาทต่อเดือนและเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น

นอกจากการรวมกลุ่มรูปแบบวิสาหกิจชุมชนแล้ว ยังมีในลักษณะทำแบบเกษตรอินทรีย์แบบรายบุคคล "มหาสวัสดิ์ ไซลังการ" เป็น เกษตรกรในเครือข่ายไร่เชิญตะวันของ ท่านว.วชิรเมธี ซึ่งเริ่มทำเกษตรแบบอินทรีย์มาได้ 3 ปีแล้ว

ทุ่งนาที่เห็นนี้จำนวน 6 ไร่ ชุมชนบ้านผาแล ไม่ใช้สารเคมีทั้งหมด อาจจมีหญ้าขึ้นในนาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเมื่อเทียบกับนาที่ใช้สารเคมี ผลผลิตอาจน้อยลง แต่ปลอดภัยกว่า ก็เป็นสิ่งที่ยอมแลกกันได้ในขณะเดียวกันรายได้ที่มาเสริมอีกทางหนึ่งคือการปลูกผักปลอดสารพิษ

ทัศนคติของเกษตรกรทั้งสองกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ใช้สารเคมีและกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ช่างมีวิธีคิดที่แตกต่าง คนใช้สารเคมีรู้สึกว่าขาดไม่ได้และมีต้นทุนสูงขึ้นหากไม่ได้ใช้ สวนทางกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่บอกว่าไม่ใช้สารเคมีคือการลดต้นทุนและมีความสุขกว่า

แต่มากกว่าข้อถกเถียง ของกลุ่มเกษตรกรทั้งเคมีและอินทรีย์ คือท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย ไปสู่เกษตรแบบยั่งยืนไร้สารเคมี อาจด้วยเพราะเป็นผู้นำเข้าสารเคมีรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ

ในช่วงเวลานี้ถึงได้เห็นท่าทีที่แปลกประหลาดของสหรัฐอเมริกา ทั้งในระดับกรม กระทรวงและประธานาธิบดี ทั้งการส่งหนังสือคัดค้านการแบนไกลโฟเสท ลุกลามไปถึงการตัดสิทธิ์ จีเอสพี ควบคุมการนำเข้าอาหารทะเล เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสิทธิแรงงาน อย่างงงๆ

หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้จึงมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างเหลือเชื่อ ไม่ต่างอะไรกับการเด็ดดอกไม้ แต่สะเทือนถึงดวงดาว

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์