ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

งูเห่า ‘เพื่อไทย’ ตัวไหนชูคอ

1.51K 53
งูเห่า ‘เพื่อไทย’ ตัวไหนชูคอ

สถานการณ์ทางการเมืองภายในของพรรคเพื่อไทยเวลานี้ ต้องยอมรับว่าเกิดอาการระส่ำไม่น้อย เพราะต่างมีศึกนอกและศึกในรุมเร้าอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพาพันธุ์ แสดงท่าทีหลัง ส.ส.เพื่อไทยไปรับประทานอาหารกับแกนนำพลังประชารัฐ

ศึกในที่ปรากฎเห็นได้ชัด คือ การวิวาทกันระหว่าง 'นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น และ 'ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร'ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ถึงขั้นมีการลงไม้ลงมือกันในพรรค แต่ศึกในว่าหนักแล้ว ปรากฎว่าศึกนอกหนักยิ่งกว่า เพราะศึกนอกที่ว่านั้นกำลังลุกลามมาสร้างความเดือดร้อนถึงภายในพรรคด้วย ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ของส.ส.พรรคเพื่อไทยที่กำลังถูกพรรคพลังประชารัฐตามจีบอย่างหนัก

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานว่าเพิ่งมี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งไปรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐอย่าง 'สมศักดิ์ เทพสุทิน' และ 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' ก่อนการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ และการไม่แถลงที่มารายได้ของนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ทันทีที่ประเด็นนี้ออกมาสู่สาธารณะสร้างความเกรี้ยวกราดให้กับแกนนำพรรคเพื่อไทยไม่น้อย โดยเฉพาะท่าทีที่แสดงออกมาจาก 'คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพาพันธุ์' ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

 "โชคดีที่คนของพรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชนและเล่าให้ฟังหมด พรรคมีโอกาสได้รวบรวมคลิปเสียง รวบรวมหลักฐาน ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยรายละเอียดตอนนี้ โดยจะใช้หลักฐานเหล่านี้ดำเนินการ เพราะคนที่มาเสนอเงินให้ ส.ส.นั้นมีความผิด หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะมีส.ส.พร้อมจะช่วยดำเนินการ" ท่าทีอันแข็งกร้าวของคุณหญิงสุดารัตน์ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

 ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพภายในของพรรคเพื่อไทยออกอาการระส่ำอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในซีกของกลุ่มส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เพราะการเป็นฝ่ายค้านย่อมมีผลให้การทำกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่นั้นทำได้ไม่เต็มที่ เมื่อเทียบกับสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล

 ดังจะเห็นได้จากกรณีของ 'ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม' ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่จ.สุรินทร์ ซึ่งกรณีของครูมานิตย์เป็นการแสดงออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะการสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นไม่เป็นทางการต่อสาธารณะยังมีอีกนับไม่ถ้วน เพียงแต่รอเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มีใจออกห่างจากพรรคก็ตกอยู่ในสภาพ "กลับตัวไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่ถึง" กล่าวคือ ส.ส.ในภาคอีสานครั้นจะออกจากพรรคเพื่อไทยและไหลไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐด้วยการให้พรรคเพื่อไทยมีมติขับออก ก็ยังไม่มีความกล้ามากนัก เนื่องจากฐานเสียงในพื้นที่ยังติดกับความเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลมากนัก หากส.ส.กลุ่มนี้ออกจากพรรคเมื่อไหร ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยก็จะมีตัวตายตัวแทนทันที ซึ่งแสดงให้เห็นมาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้จะเจอกับแรงกดดันทางการเมืองจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ก็ยังสามารถมีส.ส.มากที่สุดในสภา

 ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ถึงจะเป็นรัฐบาลแต่ก็เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งในการประชุมสภาสมัยสามัญครั้งถัดไปที่จะเริ่มขึ้นในเดือนพ.ย. รัฐบาลเองก็เตรียมขับเคลื่อนการทำงานด้วยการออกกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารราชการแผ่นดิน หรือ เตรียมพร้อมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้เสียงในสภาให้มากที่สุด เพื่อชดเชยกับคะแนนเสียงของพรรคเล็กที่หายไปไม่น้อย

 ด้วยเหตุนี้พรรคพลังประชารัฐจึงเดินหน้ากลยุทธ์ "แนวร่วมฝ่ายตรงข้าม" ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาในพื้นที่ที่มีส.ส.ของพรรคเพื่อไทยตามแผนแนวร่วมฝ่ายตรงข้าม หวังให้ออกเสียงสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ แม้ตัวจะไม่มาอยู่ด้วยกัน แต่ขอส่งใจมาให้พรรคพลังประชารัฐเท่านั้น

 ดังนั้น บรรดางูเห่าของพรรคเพื่อไทยอาจจะชูคอได้ไม่เต็มที่ เพราะติดขัดในเรื่องพื้นที่ทางการเมือง แต่เมื่อพรรคพลังประชารัฐส่งสัญญาณซื้อใจกันขนาดนี้แล้ว ความเป็นเอกภาพของฝ่ายค้านที่เคยคิดว่าแข็งแกร่งก็อาจทลายลงมาก็เป็นไปได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend