ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

"จตุพร" ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา

1.3K 28
จตุพร ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา

ศาล ยกฟ้อง 24 อดีตแกนนำ-แนวร่วม นปช. คดีก่อการร้าย ปี 2553 ชี้ เป็นการชุมนุมทางการเมืองเรียกร้องตามเสรีภาพ ไม่เข้าองค์ประกอบก่อการร้าย และ ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า การกระทำความรุนแรงต่างๆ เป็นการกระทำของกลุ่มแกนนำ

ด้านจตุพร ขอบคุณศาลฯ ที่เมตตาตัดสินคดีอย่างยุติธรรม ขณะที่ ณัฐวุฒิ ฝากถึง รัฐบาลอภิสิทธิ์ วันนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะ เพราะชัยชนะ ที่แท้จริงคือ การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย"

อดีตแกนนำ และแนวร่วม กลุ่ม นปช.เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในคดีร่วมกันก่อการร้าย ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 และกลุ่มผู้ค้าที่ได้รับความเสียหายรวม 42 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. /นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช /นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. / นพ.เหวง โตจิราการ ,นายก่อแก้ว พิกุลทอง /นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก /นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำและแนวร่วม นปช. อื่นๆอีก รวม 24 คน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1- 24ในความผิด ฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2 และร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

จากกรณีที่จำเลยและพวกได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค. 2553 เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภา

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หลักฐานการนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฎชัดว่าการกระทำเหตุการณ์ต่างๆเป็นการกระทำที่ของแกนนำกลุ่ม นปช.

และศาลชี้ว่า การดำเนินการของกลุ่ม นปช.เป็นการชุมนุมทางการเมือง ที่ใช้สิทธิเรียกร้องตามเสรีภาพ ไม่ได้เข้าองค์ประกอบที่มีลักษณะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ /ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ /ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ /ความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

และระหว่างการชุมนุมของ นปช.มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นมากมายแต่พยานโจทก์มิได้เบิกความยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำใดฝ่ายใด ส่วนการวางเพลิง เผาห้าง เกิดขึ้นหลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุมแล้ว และศาลฎีกามีคำพิพากษาอล้วว่าไม่ได้เป็นการกระทำของกลุ่ม นปช. ทั้งนี้ศาลจึงพิพากษ่ยกห้องจำเลยทั้ง 24 คน

ด้านนายจตุพร บอกภายหลังศาลมีคำพิพากษา ว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาดีใจ เพราะยังมีเรื่องที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งนี้ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตาพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม และวันนี้ยังไม่ได้เป็นวันที่ยุติ ทุกคนยังต้องเดินหน้าต่อสู้คดีนี้ในชั้นอุทรณ์ และฎีกา รวมถึงคดีอื่นๆอีก

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ บอกด้วยว่า น้อมรับในคำพิพากษา และก่อนหน้านี้มั่นใจในข้อเท็จจริง ในการพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม และยืนยันมาตลอดว่า การต่อสู้ของกลุ่ม นปช. อยู่บนหลักการประชาธิปไตย สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง

ซึ่งคำตัดสินวันนี้ไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากศาล และถือเป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับมวลชนที่บาดเจ็บล้มตาย เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาเพื่อเป็นการเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ก็ต้องเตรียมพร้อมในการต่อสู้คดีต่อไป เพราะยังมีคดีอีกมาก

ทั้งนี้อยากฝากบอกไปถึงรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้น ด้วยว่า การตัดสินวันนี้ไม่ได้ถือแพ้ชนะกันที่คดี ชัยชนะถ้าจะมีจากการต่อสู้ทางการเมืองต้องเป็นชัยชนะร่วมกันของสังคมไทย ชัยชนะ ที่แท้จริงคือการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

สำหรับคดีนี้อัยการ ได้ยื่นฟ้องกลุ่มแกนนำ นปช.มาตั้งแต่ ปี 2553 ซึ่งใช้เวลาพิจารณาพยานหลักฐานและสืบพยานบุคคล มานานร่วม 9 ปี

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend