ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

รักโลก by วชิรวิทย์ | วัฒนธรรมกินดิบ

1.8K 16
รักโลก by วชิรวิทย์ | วัฒนธรรมกินดิบ

เลือดหมูสีแดงสดถูกราดลงไปผสมกับเครื่องในจนฉ่ำน้ำ หลู้เป็นเมนูโปรดของคนที่นี่ บางคนเห็นแล้วเปรี้ยวปากอยากชิม แต่ใครหลายคนอาจไม่กล้ากิน มากไปกว่าความอยากกิน หรือไม่อยากกิน เมนูดิบๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรกินหรือไม่

ร้านอาหารเพิงสังกะสีเล็กๆ กลางหมู่บ้าน ที่มีเมนูอยู่เพียง 4 อย่าง มีอย่างเดียวที่เป็นอาหารปรุงสุกคือ แกงอ่อม ส่วน หลู้  ลาบ ส้า เป็นเมนูที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก เพราะรับประทานกันอย่างดิบๆ

หลู้หมูดิบเป็นเมนูที่ลูกค้าสั่งมากที่สุด แม่ค้าในวัย 54 ปีคนนี้ เริ่มต้นทำร้านอาหารมาแล้วกว่า 30 ปี เธอรู้ดีว่าทำเมนูเพียง 3 4 อย่างนี้ กิจการร้านอาหารพื้นบ้านก็อยู่ได้อย่างสบายๆ 

ประภาพร พงษ์พาณิชย์ บอกเคล็ดลับการทำเมนูดิบว่า สำคัญที่สุดคือการดับกลิ่มคาวเลือดและเครื่องในต่างๆ สำหรับเธอ เกลือ และตะไคร้ คือส่วนประกอบหลักในการทำอาหารดิบให้มีรสชาติดี ไม่มีกลิ่นคาว

ลูกค้าที่เดินเข้าออกร้านไม่ว่างเว้น บอกให้เรารู้ว่าความต้องการกินอาหารดิบ ของชาวบ้านที่นี่มีมากแค่ไหน 

ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเมนูหลู้ดิบ รู้แต่ว่าตั้งแต่เกิดมาก็ได้เห็นเมนูนี้แล้ว เมือถามว่าเป็นไปได้ไหม ที่ชาวบ้านจะเลิกกินดิบ เธอบอกว่าคงยาก เพราะมากไปกว่าความอร่อย การกินดิบเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อยู่คู่กับชุมชนมายาวนาน แต่ความสด ความอร่อยแบบดิบๆ อาจไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาอีกต่อไป ชายคนนี้เป็นชาวจังหวัดสุโขทัย เป็นกลุ่มจังหวัดทางภาคเหนือที่มีวัฒนธรรมการกินดิบไม่ต่างกัน 

มองผ่านๆ อาจดูเป็นเหมือนชายร่างกายปกติทั่วไป แต่การเดินอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ทำให้เรารู้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติสำหรับชายคนนี้ 

ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นพรัตน์ มิลินทานุช กลับไปบ้านเกิดในช่วงสงกรานต์ กับข้าวในวงสรรค์สันจะขาดหลู้หมูดิบเสียไม่ได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าอาหารดิบที่คุ้นเคย และกินกันมาตั้งแต่เกิด จะทำให้เขาต้องถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง และเกือบเอาชีวิตไม่รอด เชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตค็อกคัส ซูอิส หรือ โรคไข้หูดับ จากการกินเนื้อหมู และเลือดหมูดิบ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายคน จะมีระยะฟักตัว 1-3 วัน

เป็นที่มาของการติดเชื้อในกระแสเลือด เชื้อโรคต่างๆไปรวมอยู่ที่ปลายเท้า ทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย มีลักษณะ ดำ แข็ง แห้ง  และวิธีเดียวที่จะหยุดการแพร่เชื่อได้คือการตัดขาทิ้ง 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชายหนุ่มในวัยที่ยังทำอะไรอะไรได้อีกมากมาย ต้องทำใจยอมรับว่าชีวิตสูญเสียขาไปตลอดกาล  หากย้อนกลับไป นพรัตน์จะไม่กินดิบ และจนถึงวันนี้เขาไม่แตะต้องของดิบเลยตลอดชีวิต จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี 2561 มีผู้ป่วยโรคไข้หูดับ ทั้งหมด 338 ราย เสียชีวิต 29 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน  เดือนที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือพฤษภาคม จำนวน 50 ราย รองลงมาคือเดือนเมษายน จำนวน 45 ราย 

สำหรับในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 มีนาคม 2562 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับ 50 ราย เสียชีวิตแล้ว 10 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน นับว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หูดับมากที่สุดในโลก

อธีบดีกรมอนามัยเป็นห่วงสถานการณ์โรคนี้ จึงแนะนำให้ประชาชนกินอาหารปรุงสุกมากกว่าที่จะกินแบบดิบๆในช่วงตะวันโพล้เพล้ ชายหนุ่มในหมู่บ้านจับกลุ่มพูดคุย ตั้งวงสรรค์สันต์  เหล้าดีกรีแรงถูกยกออกมาให้ลิ้มลอง และที่ขาดไม่ได้คือ เมนูหลู้หมูดิบอีกเช่นเคย 

วัฒนธรรม และวิถีชีวิตการกินดิบ ยังคงมีอยู่ต่อไป คำถามน่าจะอยู่ที่ว่ากินดิบอย่างไรให้ปลอดภัย 

อธิบดีกรมอนามัย ยืนยันว่าการปรุงสุกเป็นวิธีทางที่ปลอดภัยที่สุด หรือหากห้ามไม่ได้ การตรวจสอบที่มาของเนื้อสัตว์ จากฟาร์มที่สะอาดได้คุณภาพมาตรฐานน่าจะเป็นวิธีที่จะทำให้การกินดิบปลอดภัยที่สุด เช้าวันนี้แม่กำนันจะทำเมนูหลู้หมูดิบ เพื่อต้อนรับทีมข่าวของเรา เริ่มต้นด้วยการไปซื้อเครืองในและเลือดหมูจากร้านที่สะอาดและปลอดภัย 

เมื่อมาถึงหน้า ร้านดูสะอาดอ้าน มีห้องกระจกกั้นกันแมลงวันตอม เชื่อถือได้ว่าหากซื้อมาทำกินจะไม่เป็นโรคอะไรตามมา 

บอกแค่ว่าซื้อชุดหลู้ แม่ค้าก็จัดเตรียมสิ่งที่ต้องใช้ไว้ครบครัน พร้อมกับเลือดหมูสดๆ สีแดงเข้ม 

จากนั้นเราก็มาตลาดเพื่อซื้อผักสด ไปทานคู่กัน 

มาถึงบ้านบรรดาแม่ๆ ขะมักขะเม่นอยู่กับการเตรียมเนื้อหมูดิบที่ซื้อมา หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ทอดเส้นหมีในกรอบใส่โป๊ะไปบนหลู้ มีสีสันตัดกับเลือดสีแดงสด เป็นอันเสร็จสิ้นและพร้อมรับประทาน กว่าจะเสร็จก็ทันมื้อเที่ยงพอดี และเราจะทานอาหารกับร่วมกันกับชาวบ้านที่นี่ ที่หนึ่งในเมนูวันนี้ คือหลู้ดิบ 

ทีมข่าวที่มาจากกรุงเทพ กล้าๆ กลัวๆ เมื่อถูกเชิญชวนให้ลิ้มลอง และหากเราจะปฏิเสธ ชาวบ้านก็ไม่ว่ากัน 

ท่ามกลางวัฒนธรรมที่ต่างกัน ไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรถูกหรือผิด เพราะย้อนไปหลายร้อยปีก่อน การปศุวัตว์ที่ยังไม่ใช่อุตสาหกรรม ไม่มีอะไรแปดเปื้อน เหมือนอย่างยุคสมัยปัจจุบัน  

และย้อนไปก่อนที่มนุษย์จะเรียนรู้การปรุงอาหารให้สุก ก็เคยอยู่กินกันแบบดิบๆมาก่อน แต่โลกที่เปลี่ยนไป ทำให้ไม่มีอะไรปลอดภัย 

สถิติผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หูดับยังคงน่าเป็นห่วง ขณะที่ความถวิลหารสอาหารอันคุ้นเคยยังฝังรากลึกลงไปในจิตใจของใครหลายคน 

พร้อมกับความท้าทาย คือการทำให้อาหารดิบ   ไม่ต้องพรากชีวิตของใครในครอบครัวไปอีก 

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์