ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

(คลิปข่าว) ญี่ปุ่นซื้อเครื่องบินรบ เฉียด 200 ลำ อัพเกรดยุทโธปกรณ์อีกเพียบ

7.44K 5.87K

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) จับตาอย่างต่อเนื่องต่อความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นในการเสริมสร้างกองทัพให้มีความแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางด้านคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติแผนกลาโหมในระยะ 5 ปี ซึ่งกำหนดวงเงินงบประมาณจัดซื้อฝูงบินขับไล่สเตลธ์และระบบเรดาร์อันทันสมัยนอกจากนั้นแล้วจะมีการอัพเกรดเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำให้กลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน ชุดแรกของประเทศในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีน

ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ได้เดินหน้าเพื่อพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนั้นก็ออกมายืนยันว่า แผนกลาโหมในระยะ 5 ปี ที่จะใช้ในการซื้อฝูงเครื่องบินรบสเตลธ์ และ ระบบเรดาร์ และการใช้งบประมาณในการอัพเกรดเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในยามที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญความท้าทายด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ และการแผ่อิทธิพลทางทหารของจีนซึ่งสร้างความกังวลให้กับญี่ปุ่นอย่างยิ่ง

สำหรับแผนกลาโหมซึ่งผ่านการอนุมัติได้กำหนดงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเอาไว้สูงถึง 27.47 ล้านล้านเยนภายในระยะเวลา 5 ปีจนถึงเดือน มี.ค. ปี 2024 ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดเรือพิฆาตชั้นอิซุโมะ 2 ลำให้สามารถรองรับฝูงบินขับไล่ที่ใช้ทางวิ่งระยะสั้นและขึ้น-ลงแนวดิ่งอย่าง F-35B ของค่าย ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐฯ ได้

รัฐบาลญี่ปุ่นยังประกาศแผนจัดซื้อฝูงบินขับไล่ F-35B จำนวน 42 ลำในระยะ 10 ปีข้างหน้า นอกเหนือไปจาก F-35A ซึ่งเป็นรุ่นขึ้น-ลงธรรมดาและไม่สามารถใช้กับเรือบรรทุกเครื่องบินได้อีก 105 ลำ



สำหรับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่นี้อาจมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านเยน หรือ 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากอัพเกรดยุทโธปกรณ์เดิมแล้ว และมีการสั่งซื้อฝูงบินรบที่ทันสมัยแล้ว ญี่ปุ่นยังได้จัดซื้อระบบเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศเอจิสอชอร์ จำนวน 2 ตัว เพื่อใช้สกัดกั้นขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ นอกจากนั้นแล้วยังได้จัดซื้อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-46 Pegasus จากค่ายโบอิ้งอีกจำนวน 4 ลำ ดัวยกัน และ เครื่องบินเตือนภัย E-2 Hawkeye จากนอร์ธร็อปกรัมแมนอีก 9 ลำดับด้วยกัน 

ญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังถูกกดดันจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่พอใจยอดขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ มีต่อญี่ปุ่น ในขณะที่ทางด้านผู้นำญี่ปุ่นเองก็ต้องการความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน

การเดินหน้าเพิ่มศักยภาพของกองทัพของญี่ปุ่น นั้นควรจะจัดตามองอย่างยิ่งเพราะที่ผ่านมาญี่ปุ่นขาดการพัฒนาด้านกองทัพมานานพอสมควรหลังจากพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เวลานี้ญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นยักษ์ที่หลับไปแล้วก็ตื่นขึ้นมา และแน่นอนว่าเวลานี้ญี่ปุ่นไม่ได้เพียงมองว่าต่อต้านขยายอำนาจของจีนเท่านั้น แต่ญี่ปุ่นมองไกลถึงการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอีกขั้ว กันเลยทีเดียว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์