ผกก.พหลโยธิน เผย ยังไม่มีกฏหรือข้อห้ามไม่ให้ รถจยย.ใช้เส้นทางวิ่งลอดอุโมงค์ ระบุ หากมีการบังคับใช้กฏหมาย ต้องทำให้ถูกต้อง ชี้เปิดอุโมงค์ลอดแยกรัชโยธินวันแรก การจราจรคล่องตัว

             จากกรณีกลุ่มรถจยย. ที่ได้รวมตัวกันยื่นข้อเสนอกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอใช้เส้นทางลอดอุโมงค์แยกรัชโยธิน และอุโมงค์อื่นๆด้วยนั้น                เกี่ยวกับเรื่องนี้ (5 พฤศจิกายน)  พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมนวล ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีกฎข้อบังคับห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์ใช้อุโมงค์ ดังนั้น ยังคงใช้ได้ตามปกติ แต่หากมีการออกกฎข้อบังคับ ก็จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง นอกยังนี้ยังมีการเร่งรัดให้สร้างสะพานลอยข้ามแยกอีกหลายถนน ซึ่งสำหรับสะพานลอยข้ามแยกรัชโยธินจะแล้วเสร็จภายในปีนี้                   พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์  กล่าวด้วยว่า สำหรับวันนี้ (5พ.ย.) ถือว่าเป็นวันแรกในการเปิดอุโมงค์ข้ามแยกรัชโยธิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า การจราจรคล่องตัวมากขึ้น และอาจยังมีประชาชนบางส่วนยังไม่ทราบ ดังนั้น จึงได้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้รับทราบ สำหรับมาตราการในการดูแลนั้น ก็จะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร  ซึ่งการเปิดอุโมงค์ข้ามแยกรัชโยธิน จะทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น ในเส้นทางของถนนมุ่งหน้าแยกรัชดาภิเษก เนื่องจากมีการเปิดช่องการจราจรถึง 6 ช่อง ซึ่งมากกว่าเดิมอีก 2 ช่อง แต่ในส่วนของเส้นถนนพหลโยธิน จะมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น เพราะเป็นเส้นทางที่กำลังก่อสร้างแนวรถไฟฟ้า               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสภาพการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินในช่วงเวลา 07.10 น. บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างปกติ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา รถยนต์สามารถสัญจรได้อย่างคล่องตัว ปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน  ทั้งบริเวณถนนพหลโยธินฝั่งขาออก (ฝั่งเมเจอร์รัชโยธิน) และฝั่งขาออก (ตึกช้าง) ส่วนถนนรัชดาภิเษกทั้งขาเข้าและออก รถยนต์สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน                  สำหรับอุโมงค์แยกรัชโยธิน ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มีความยาว 1,085 เมตร มีช่องทางจราจรขาไป-กลับ รวม 4 ช่องทาง สามารถรองรับปริมาณรถยนต์ได้ 200,000 คัน ต่อวัน ซึ่งจะเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างถนนรัชดาภิเษก และถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร โดยจะมีการเปิดใช้งานในวันนี้เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 10.00น. เป็นต้นไป                 ทั้งนี้กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จำนวน 20 นาย มาคอยอำนวยความสะดวกงานด้านจราจรในช่วงเช้า เพื่อให้รถยนต์ทุกเส้นทางสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง