ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564

พร้อมให้ความเป็นธรรมวิสามัญแหกด่าน

1.21K 44
พร้อมให้ความเป็นธรรมวิสามัญแหกด่าน

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เผยพร้อมให้ความเป็นธรรมวิสามัญผู้ต้องสงสัยขัยรถแหกด่าน เพื่อขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน พ่อผู้เสียชีวิตย้ายศพเก็บโรงพยาบาลถลาง รอผลพิสูจน์วิถีกระสุน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต และสภ.เชิงทะเลร่วม กันวิสามัญนายชิษณุพงษ์ เครือจันทร์ อายุ 29 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากผู้ตายได้ขับรถแหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต และหลบหนีไปยังพื้นที่ สภ.เชิงทะเล อ.ถลาง โดยในระหว่างหลบหนี นายชิษณุพงษ์ฯ ได้ขับรถยนต์กระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คันที่จอดติดสัญญาณไฟแดงบริเวณสามแยกหน้าโรงไฟฟ้า ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออกเมืองภูเก็ต ต.รัษฏา อ.เมืองภูเก็ต จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ใน 3 ราย ที่ถูกขับรถชน คือ นายซัมซูรี (ขอสงวนนามสกุล) นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ได้รับบาดเจ็บบริเวณช่วงเอวและสะโพกจากการถูกกระแทก เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนกับเพื่อนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านพักไปธุระที่บ้านเพื่อนในพื้นที่ ต.เกาะเก้ว อ.เมืองภูเก็ต ขณะจอดติดไฟแดงอยู่ข้างๆ กับรถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บอีกคันนั้นรู้สึกได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากด้านหลัง จึงพยายามหันกลับไปดู แต่ยังไม่ทันเห็นก็ถูกชนกระแทกจากด้านหลังอย่างจังจนตนเองและรถ รวมถึงผู้บาดเจ็บอีก 2 รายกระเด็นไปตกอยู่กลางถนน ก่อนที่รถคันดังกล่าวขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เพื่อนซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาด้วยกระโดดหลบออกไปด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บหลังเกิดเหตุ พบว่ารถจักรยานยนต์ของตนพังเสียหาย และตนรู้สึกเจ็บที่เอวและสะโพก แต่ไม่ได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล และตอนนั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นการขับรถแหกด่านเจ้าหน้าที่ แค่คิดว่ารถคันดังกล่าวอาจจะมีปัญหาเรื่องระบบเบรกทำให้พุ่งชน และมาทราบภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวไปสอบปากคำ ซึ่งตนยังรู้สึกผวาเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ และจะต้องมองกระจกมองข้างรวมทั้งฟังเสียงดังผิดสังเกตอยู่ตลอด


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าผู้บาดเจ็บซึ่งถูกนายชิษณุพงษ์ฯ ขับรถพุ่งชนอีก 2 รายนั้น ขณะนี้ออกจากโรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว คือนายนพดล บรรเลง ทราบว่าได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะแตก เย็บ 6 เข็ม และ น.ส.ศิริพร แก้วรา ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ แขน ขา ต้องเย็บแผลรวมกว่า 16 เข็ม ขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวถึงการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดวิสามัญหนุ่มขับรถแหกด่านฯ ว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้เสนอคำสั่งการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ทั้ง 7 นายมายังตนแล้ว และขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเป็นการชั่วคราว ในระหว่างการตั้งกรรมการเพื่อตรวจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งเพื่อลดความกังวลของผู้สูญเสีย รวมถึงในส่วนขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฎิบัติงานด้วย พร้อมกันนี้ยังได้กำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตในการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนข้อเท็จจริงให้ทราบผลโดยเร็ว และต้องละเอียดรอบคอบ เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้วยเช่นกัน

ทางด้านนายอรุณ เครือจันทร์ บิดาของนายชิษณุพงศ์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายศพของลูกชายมาเก็บไว้ที่โรงพยาบาลถลาง เพื่อรอผลการพิสูจน์วิถีกระสุนจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังทราบผลจะมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งยังไม่สามารถบอกระยะเวลาที่แน่นอนได้ หากผลออกมาไม่เป็นไปตามหลักฐานที่มีอยู่โดยเฉพาะคลิปวิดีโอที่ปรากฎ ก็จะส่งศพไปตรวจต่อที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และหลังจากนั้นจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่า จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานว่า กระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนที่ชัดเจนอีกครั้ง

เรื่องโดย สาลินี ปราบ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์