ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

(คลิป) แม่ทัพภาค 3 เผยพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลง 1,308.87 ไร่

458 17

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) แม่ทัพภาคที่ 3 ผนึกกำลัง ปปส. พลเรือน ตำรวจ แถลงผลการตัดทำลายฝิ่นและควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ประจำปี 2561 ชี้ผลการปฎิบัติงานทำให้พื้นที่ปลูกฝิ่นลดลงถึง 1,308.87 ไร่ คิดเป็น คิดเป็น 69.44% ของปีที่ผ่านมา ด้านเลขาปปส. ชี้ลดลงสูงสุดในรอบ 10 ปี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 กันยายน ที่กองกำลังผาเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่นปี 2561 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ,นางทิพาพร ทัศน์ภักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ให้การต้อนรับ

พล.ท.วิจักขฐ์ เปิดเผยในที่ประชุมว่า การควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปี 2561 เป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผลการปฏิบัติในปี 2561 พบว่าจำนวนพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงจากในปี 2560 อาจจะประเมินได้ว่ามีสาเหตุมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยมีฝนตกเป็นห้วงติดต่อกันระยะยาวกว่าปกติ ทำให้ฝิ่นที่ลักลอบปลูกและหวังเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนได้รับความเสียหาย และความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ 

เนื่องมาจากภาครัฐ ได้เข้มงวดกวดขันกับผู้นำท้องถิ่นและเพิ่มความถี่ในการติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวต่อทางราชการ และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และร่วมปฏิบัติการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตลอดจน การลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบของกำลังป้องกันชายแดน ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นเกิดความหวาดระแวง ไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนลักลอบปลูกซ้ำและการใช้มาตรการบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง 


ขณะเดียวกัน ยังดำเนินการในมาตรการเฝ้าระวังและป้องปรามอย่างเข้มงวดจริงจังในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก นอกจากนี้ ภาครัฐได้เข้าดำเนินการฝึกอบรม และแนะนำการประกอบอาชีพทางการเกษตร ให้กับราษฎรในพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการทำการเกษตร และให้ความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น

พล.ท.วิจักขฐ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินการตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี 2561 กองทัพภาคที่ 3 มีพื้นที่เป้าหมายที่รับผิดชอบของ จำนวน 65 พื้นที่เป้าหมาย ในปี 2561 ได้ตรวจพบพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นและตัดทำลายไร่ฝิ่นครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ , เชียงราย , แม่ฮ่องสอน , ตาก และจังหวัดกำแพงเพชร โดยผลการตัดทำลายไร่ฝิ่นทั้งในและนอกพื้นที่เป้าหมาย ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีการลักลอบปลูก จำนวน 1,885.02 ไร่ และในปี 2561 พบว่า มีการลักลอบปลูกจำนวน 576.15 ไร่ ลดลง 1,308.87 ไร่ คิดเป็น 69.44% ของปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกภาคส่วนได้ดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น เพื่อทำให้พื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่น และพืชเสพติดชนิดอื่นๆในภาคเหนือ มีปริมาณลดลงและหมดสิ้นไปในที่สุด

ด้านนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ปปส. กล่าวว่า โดยการสำรวจข้อมูลของทางปปส. ในพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 ถึง มิถุนายน 2561 พบว่า มีพื้นที่ปลูกฝิ่นอยู่ 682 แปลง รวมพื้นที่เป็น 593.42 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในเขตพื้นที่ อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง ของ จ.ตาก ติดต่อกับ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ส่วนใน จ.เชียงใหม่ พบที่ อ.พร้าว อ.เชียงดาว และ อ.แม่แตง นอกจากนั้นยังพบในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และจาการสำรวจพบว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นลดลงจากปีที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 69.44% ซึ่งลดลงสูงสุดในรอบ 10 ปี

นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า ในการทำลายนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจะอยู่ในพื้นที่สูงและเข้าถึงลำบาก ประกอบกับชาวไร่ที่ปลูกฝิ่น สามารถเก็บเกี่ยวและส่งออกผลิตได้ทันก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงในพื้นที่ โดยยาเสพติดที่ใช้ฝิ่นเป็นสารตั้งต้นในการผลิตคือ ยาเสพติดประเภทที่เป็นสารเคมี ยกตัวอย่างเช่น ยาไอซ์และเฮโรอีน จึงยังไม่สามารถควบคุมปริมาณของยาเสพติดเหล่านี้ได้


เรื่องโดย เกรียงไกร รัตนา | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์