ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รักแท้มีอยู่จริง!!! "เพลง กวิตา" เข้าเรือนหอแล้ว หลังคบแฟนหนุ่มมา 16 ปี

5.41K 350
รักแท้มีอยู่จริง!!! เพลง กวิตา เข้าเรือนหอแล้ว หลังคบแฟนหนุ่มมา 16 ปี

"เพลง" กวินตา เปิดใจได้ชื่อว่าเป็น "นาง" แล้ว หลังเข้าพิธีหมั้นและจดทะเบียนกับแฟนหนุ่ม "ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง" ผู้บริหารสายการบิน หลังคบหาดูใจกันมา 16 ปี ซึ่งได้เข้าพิธีแต่งงานไปแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

สำหรับนางเอกสาว "เพลง" กวิตา กับ "ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง" นักธุรกิจผู้บริหารสายการบิน ที่ รร. Oriental Residence โดยมี "คุณแม่อ้อย" กาญจนา จินดาวัฒน์และครอบครัว พร้อมแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีอย่างอบอุ่น โดยสินสอดประกอบด้วยแหวนเพชร ชุดเครื่องเพชน ทองคำ และเงินสด รวมมูลค่า 9 ล้านบาท โดยบ่าวสาวเตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในวันที่ 1 กันยานยน ที่ห้องนิภาลัย บอลลูม โรงแรมดุสิตธานี 

ล่าสุด ได้เจอกับสาวเพลง ในงาน "A BRIGHTER FUTURE FOR CHILDREN" ที่ สยามสมาคมฯ จึงถามถึงเรื่องนี้ 

"ก็สดๆร้อนๆ เพิ่งผ่านว่นพิธีเช้าไปเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคมค่ะ ก็เป็นบรรยากาศเล็กๆ แล้วก็เพื่อนที่สนิทมากๆจริงๆค่ะ ก่อนหน้านี้เตรียมงานเครียดมาก แต่ว่าในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็เสียน้ำตาเยอะมากในงาน เพราะว่าซึ้งมาก กับที่ญาติๆแล้วก็เพื่อนอวยพร แล้วก็รู้สึกใจหายด้วย เพราะว่าวันนั้นก็มีการจดทะเบียนทแล้วก็มีการส่งตัวเข้าหอ โดยเฉพาะคุณแม่นี่ดราม่ามาก(หัวเราะ) เพราะว่าเหมือนเขาก็คงจะใจหาย เพลงเป็นลูกสาวคนโตนะคะ แล้วก็เหมือนในญาติที่อยู่ด้วยกัน เพลงก็เหมือนเป็นพี่โตสุดเลย ไม่คุ้นชินกับการแต่งออกไป แม่ก็บอกใจหายจังเลยปกติเคยรอลูกกลับบ้านทุกวัน เราก็ใจหายไปด้วย เขาก็จะชอบพูดว่าอย่าว่าแม่ อย่าบ่นแม่นะ เดี๋ยวก็ไม่ได้ดูแล้วลูกแล้ว เราฟังก็ใจหายทแต่ก็พยายาทบอกเขาว่าเพลงก็กลับบ้านเหมือนเดิมนะ ยังดูแลกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ก็พยายามปลอบใจแม่ รวมถึงตัวเองด้วย"

เรียกว่าแต่งเลยไหม

"จริงๆจะเรียกว่าแต่งก็ได้ เพราะมันมีการรดน้ำ ทำพิธีไปแล้ว มันทั้งหมั้นและแต่งเลย แต่มันเป็นพิธีเช้า เพราะว่าฤกษ์ดีมันได้วันศุกร์ทก็เลยตัดสินใจว่างั้นเราจัดวันศุกร์ตอนเช้าง่ายๆ เฉพาะครอบครัวญาติๆ แล้วเราไปเลี้ยงฉลองวันหนึ่ง เป็นวันเสาร์เพื่อที่จะสะดวกกับแขกที่มา"

ตอนนี้ก็คือเป็นภรรยา มีสามีแล้ว

"มีสามีแล้ว(หัวเราะ) จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ก็ยังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่"

ตอนนี้คือย้ายออกเลยใช่ไหม

"ใช่ค่ะ ก็คือทำพิธีส่งตัวเรียบร้อยตั้งแต่คืนวันนั้นเลย (อยู่เรือนหอ หรืออยู่บ้าน ?) ก็ไม่ถึงกับเรือนหอหรอกค่ะ พอดีว่ามีแพลนจะสร้างบ้านที่เป็นเรือนหอจริงๆ ในปีหน้า ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของแฟนชั่วคราว ประมาณ1-2ปี เพื่อรอที่จะสร้างบ้านจริงๆของเราค่ะ"

ใช้นามสกุลอะไร เหมือนเดิมไหม

"ก็คือถ้าในทางเอกสารก็มีการติ๊กเปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนเป็นนาง เพราะว่าทางคุณแฟนเขาเป็นคนจัดการติ๊กให้ เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าเปลี่ยนไม่เปลี่ยน ก็เลยน่าจะต้องไปทำเรื่องเร็วไปๆนี้ แต่ว่าคิดว่าในวงการเราก็อาจจะยังไม่ได้ป่าวประกาศอะไรมาก ว่าเปลี่ยนแล้ว เพระว่ายังอยากเป็นคนเดิมอยู่(หัวเราะ)"

ความรู้สึกหลังแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง

"ก็คือแปลกมาก แต่ว่าด้วยความที่คบกันมานาน 16 ปีเลยทีเดียว  ก็เหมือนกับว่าเราค่อนข้างชินกับตัวเขา ครอบครัวเขา กับบ้านเขา ก็เลยไม่รู้สึกว่ามันไม่อบอุ่นอะไร เพราะเหมือนคนคุ้นเคยกัน แต่ว่ามันก็จะมีความแปลก ปกติเราเคยกลับบ้านตอนนี้เราก็ไม่ได้กลับบ้านแล้ว ก็รู้สึกเป็นห่วงที่บ้านมาก ฝากฝังกับน้องชายอย่างแรงเลย ว่าต้องดูแลพ่อแม่นะ ไปไหนต้องบอกแม่ด้วย ฝากเยอะมาก ทั้งที่จริงๆแล้วบ้านก็ไม่ได้ห่างกันไกลเท่าไหร่หรอก แต่เหมือนเป็นอีกสเตปหนึ่งของชีวิตเรา เราก็ใจก็รู้สึกใจหาย

แล้วก็แอบมีบางคนคอมเมนต์ในไอจีว่าสเปกชอบแบบนี้เหรอ ชอบคนรวยๆเหรอ (เราฟังแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?) เขาเป็นแค่คนที่บริหารในนั้นค่ะ อ่านแล้วรู้สึกแย่มาก อยากจะบอกว่าช่วยดูนิดหนึ่งว่าเรามีแฮชแท็กว่า 16 ปีแอนด์มอร์ คือมันไม่ใช่ เราคบกันมาตั้งนานแล้ว มีการวางแผนมาก่อนหน้านี้เป็นปีไม่ใช่มาแต่งสายฟ้าแล่บอะไร เคยแต่เห็นที่คนอื่นโดยคอมเมนต์เนอะ เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเกิดกับเรา เพราะว่าเราก็รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องดีๆ มันก็ไม่น่าจะมีคนมาคอมเมนต์ทางลบแบบนี้ แล้วบางคนก็มาบอกว่าไม่เคยเห็นเปิดตัวเลย ท้องหรือเปล่า ท้องอะไรล่ะ เราก็แบบเล่นมุกกับเพื่อนๆว่านี่แค่อ้วน ไม่ได้ท้อง แต่ว่าตอนแรกก็รู้สึกแย่นะคะ แต่พอไปเรื่อยๆแล้วมันก็เหมือนเป็นแค่นักเลงคีย์บอร์ด มีคนที่ยินดีกับเราเยอะมากกว่านั้น"

แฟนเราเขาน้อยใจไหมที่วันแต่งงานกลับต้องมาเจอกระแสแบบนี้ 

"ก็ให้เขาอ่านนะคะว่ามีคนคอมเมนต์อะไรมาบ้าง แต่เขาก็เฉยๆ และก็มองว่ามันตลกมากกว่า อย่าไปใส่ใจเลย"

เรามีอะไรอยากจะอธิบายไหมกับคนที่เข้าใจในความรักของเราผิด และมองไปอีกมุมหนึ่ง

"อยากจะฝากให้ดูแฮชแท็กนิดหนึ่งนะคะ เสิร์ชกูเกิ้ลสักนิดหนึ่งก็ได้ เพราะทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปจริงๆ มันไม่ใช่ยุคที่เราจะต้องมาจับคนรวยแล้ว เราทำมาหากินเองได้ และสิ่งที่เขามองมามันก็ไม่ใช่นิสัยของเราด้วย รวมถึงการที่เพลงแต่งงานครั้งนี้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเพลงจะต้องออกจากวงการ ออกไปให้สามีเลี้ยง แต่เพลงยังคงทำงานอยู่ ยังเป็นนักแสดง และรักอาชีพนี้มากๆ แต่เพลงก็เข้าใจได้นะคะว่ามันอาจจะเป็นเพราะเพลงไม่ได้ต่อสัญญากับช่อง 7 คนก็เลยตีความไปเองว่า เพลงจะออกจากวงการเพื่อไปเกาะสามี แต่ยังไงก็ยืนยันค่ะว่าไม่ใช่ เพลงยังคงเป็นเพลงเหมือนเดิม และก็จะช่วยกันกับสามีสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวของเราค่ะ"

คุณแม่ของเราท่านทราบไหมว่าเรากับสามีเจอกับกระแสข่าวลักษณะนี้ 

"เพลงไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าแม่เห็นหรือเปล่า แต่ถ้าถามถึงตัวเพลงเอง เพลงก็ไม่ได้บอกอะไรท่าน หรือจริงๆ ถ้าท่านเห็น ท่านก็คงไม่อะไรหรอกค่ะ เพราะท่านอยู่ในวงการมานาน ท่านน่าจะชินและก็คงไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องพวกนี้"

ได้มีโอกาสตอบกลับ หรือชี้แจงความจริงกับคนที่เข้าใจผิดบ้างไหม 

"ส่วนใหญ่เพลงเห็นจากที่เพื่อนส่งมาให้มากกว่าค่ะ ก็เลยไม่ได้มีการตอบกลับอะไร แต่เอาจริงๆ นะ เพลงมองว่าเราคงไม่ต้องไปหรอก เพราะความจริงมันก็บอกทุกอย่างแล้ว"

ถามถึงความรู้สึกของคุณแม่ ในวันนั้นท่านเป็นยังไงบ้าง เพราะเราเองก็เป็นลูกสาวที่ท่านดูแลมากอย่างทะนุถนอม

"คุณแม่ก็ใจหายค่ะ รวมถึงตัวหนูเองด้วย โดยเฉพาะคืนก่อนแต่งงาน คือหนูร้องไห้ทั้งคืน และก็นอนไม่หลับ (หัวเราะ) มันเป็นเหมือนความรู้สึกใจหายของเราสองคนมากกว่า"

 

ท่านได้บอกกล่าวหรือฝากฝังอะไรกับสามีเราบ้างไหม 

"ท่านก็ฝากดูแลเพลงด้วย เพราะเพลงคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับท่าน และท่านก็อยากจะมอบให้ช่วยดูแล ดังนั้นก็อย่าทำให้ผิดหวัง อย่าทำให้เสียใจ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้ทางครอบครัวของสามีเพลง ท่านก็เอ็นดูเพลงอยู่แล้ว ให้การต้อนรับเพลงดีมากๆ เลยค่ะ"

ความรักของเราสองคน ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี มันบอกอะไรบ้าง กว่าจะมีวันนี้ 

"เพลงกับสามีเรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเพลงยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ประมาณ ม.2-ม.3 คือเราสองคนอายุเท่ากัน เรียนรุ่นเดียวกันเลย และใน 16 ปีนี้ มันก็รวมทุกอย่างเอาไว้หมด ไม่ว่าจะเป็น การเป็นเพื่อน เป็นแฟน เลิกกัน คบกัน คือมันมีหลายๆ เหตุการณ์มากในนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นเขาคนเดิม"

เราประคับประคองกันยังไง เพราะที่บอกก็เหมือนฝันฝ่าเหตุการณ์กันมาหลายรูปแบบมาก 

"มันมีหลายความรู้สึกนะคะที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่รู้สึกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่กลับแล้ว แต่ด้วยความที่เราทั้งคู่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติจริงๆ คือถ้าไม่ดีก็ไม่ดี ดีก็ดี ไม่ได้ยึดติดอะไรกัน ต่างฝ่ายต่างปรับเข้าหากัน และสุดท้ายพอมันลงตัวได้ มันก็เลยทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น ส่วนในอนาคตจะเป็นยังไงเพลงก็ยังบอกไม่ได้ เพราะรู้แค่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ มันคือการเริ่มต้น และเรายังคงต้องปรับกันไปเรื่อยๆ"

แต่งงานแล้ว รักแฮปปี้ แล้วแบบนี้มีแพลนเรื่องทายาทหรือยัง 

"เพลงเป็นคนชอบเด็กมากนะคะ แต่ถามว่าอยากมีลูก ณ เวลานี้เลยไหม คำตอบก็คือ ยังไม่อยากมีเลย (หัวเราะ) ส่วนคุณแม่ท่านเองก็มองว่า หากมีเด็กๆ เพิ่มเข้ามาในครอบครัวท่านก็คงแฮปปี้ แต่ท่านก็ไม่ได้กดดันอะไร ท่านยกให้เป็นไปตามความสบายใจและความสะดวกของเรามากกว่า รวมถึงท่านยังบอกด้วยว่า ถ้ามีเพื่อหวังให้ลูกมาเลี้ยงเรา อย่ามี เพราะแม่ก็ได้หวังว่ามีเพลงเพื่อให้เพลงมาเลี้ยงท่านเหมือนกัน แต่ให้มีลูกก็ต่อเมื่อเราพร้อมจริงๆ"

คิดว่าต้องใช้ระยะเวลานานไหมว่าเราจะพร้อม สำหรับการมีทายาทสักคน 

"อย่างที่บอกค่ะ ตอนนี้เพลงไม่อยากมีลูกเลย แต่มันก็ไม่แน่เนอะ ในอนาคตเพลงอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ เพราะถ้าหากเรามีที่มีทาง มีบ้าน มีเรือนหอที่มันเสร็จสมบูรณ์ เพลงอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้"

ทางสามีเราล่ะเขาว่ายังไงบ้างเรื่องทายาท 

"เขาก็ยังไม่อยากค่ะ เพราะด้วยความที่เขากับเพลงเป็นคนชอบเที่ยวทั้งคู่ เขาก็เลยมองว่ายังไม่อยากรับผิดชอบอะไรที่มันยิ่งใหญ่ในตอนนี้ แต่ก็อย่างที่บอกค่ะ ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์