ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

‘บีทีเอส ‘รับมอบรถไฟฟ้า ล๊อตใหม่’จุคนเพิ่ม-ทันสมัย-ประหยัดพลังงาน

1.1K 3

บีทีเอส รับรถไฟฟ้าขบวนแรกตามสัญญา ใหม่จากซีเมนส์โดยรถชุดแรกรองรับสายสุขุมวิท แบริ่ง สมุทรปราการที่จะให้บริการ ธ.ค. โดยขบวนล๊อตใหม่ ทันสมัย สะดวก ประหยัดพลังงาน และรองผู้โดยสารมากกว่าเดิม


เมื่อวันอังคารที่ 19 มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีส่งมอบรถไฟฟ้าขบวนแรกตามสัญญาจัดหารถจำนวน 22 ขบวน (88 ตู้ ) ระหว่าง บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด

( มหาชน ) กับบริษัท ซีเมนส์ จำกัด ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี 

โดยมี พล ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน )หรือบีทีเอส นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) ผู้บริหารจาก Siemens Bozankaya ผู้แทนจาก บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด สื่อมวลชนที่ไปจากกรุงเทพ และสื่อมวลชนของตุรกี ท่ามกลางบุคคลในคณะรัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับรถไฟฟ้าขบวนแรกนี้ เป็นขบวนรถในจำนวนทั้งหมด 22 ขบวน ที่ บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาจัดหารถไฟฟ้า จำนวน 46 ขบวน 148 ตู้ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางปัจจุบันและส่วนต่อขยายไปสมุทรปราการและคูคต โดยแบ่งออกเป็นการซื้อจาก บริษัทซีเมนส์ จำกัด 22 ขบวน และ บริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด 24 ขบวน มูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท

โดยที่ขบวนรถดังกล่าวจะใช้เสปคเดียวกันหรือดีกว่าขบวนรถไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เข้ากันได้กับระบบต่างๆที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ แต่จะเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดจากผู้ผลิตชั้นนำของโลก สำหรับขบวนรถ 22 ขบวนของซีเมนส์จะทำการออกแบบ และผลิตชิ้นส่วนต่างๆในเยอรมนี และออสเตรีย เป็นส่วนใหญ่ และนำมาประกอบที่โรงงานของบริษัท Bozankaya ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้ากับซีเมนส์ บริษัท Bozankaya เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นโรงงานผลิตยานพาหนะระบบราง และ ยานพาหนะระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อในยุโรป อนึ่งขบวนรถของบริษัทซีเมนส์ นี้ จะมีการปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในขบวนรถที่ช่วยประหยัดพลังงาน และ มีพื้นที่จุคนได้มากขึ้นในขบวนรถ และเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของซีเมนส์ทุกประการ ขบวนรถไฟฟ้าจำนวน 22 ขบวนนี้ เมื่อดำเนินการส่งมอบและทดสอบเรียบร้อย จะถูกนำมาให้บริการในเส้นทางปัจจุบันและเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนในเดือนธันวาคม 2561

สำหรับเส้นทางส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท แบริ่ง สมุทรปราการ นั้น ประกอบด้วยสถานีรวมทั้งสิ้น 9 สถานี โดยเมื่อปี 2560 ได้เปิดให้บริการ จำนวน 1 สถานีจาก สถานีแบริ่ง สถานีสำโรง และอีก 8 สถานีที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2561ประกอบด้วย สถานีปู่เจ้า สถานีช้างเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีปากน้ำ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด และสถานีสุดท้ายคือ สถานีเคหะฯ

ส่วนความคืบหน้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วง หมอชิต -สะพานใหม่ คูคตนั้น อยู่ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบงานระบบเดินรถ ( Railway System ) การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และ ศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่ ที่สถานีคูคต ระยะทางรวมทั้งสิ้น 19 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีรวมทั้งหมด 16 สถานี โดยคาดว่า โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยภายในปี 2562 และหลังจากนั้น จะเป็นช่วงของการดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ซึ่งบริษัทฯจะเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงในส่วนต่อขยายนี้ ซึ่งมีแผนที่จะเข้าดำเนินงานก่อนในส่วนที่มีความพร้อม โดยสถานีแรกที่คาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ประชาชน คือ สถานีห้าแยกลาดพร้าว และเมื่อส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ และ สายสีเขียว ช่วง หมอชิต - สะพานใหม่ คูคต เสร็จเรียบร้อย รวมทั้งเส้นทางของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 68.25 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยและประหยัดเวลา

นายคีรี ระบุว่า การผลิตรถทั้ง 22ขบวนนี้ใช้เวลาในการผลิตที่สั้นกว่าการผลิต ตามปกติ เนื่องจากทกุฝ่ายเข้าใจถึงความต้องการในการใช้รถเพิ่มใน เส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยเฉพาะการที่จะต้องผลิตให้ทันเปิด ให้บริการส่วนต่อขยายไปสมุทรปราการในเดือนธ.ค.2561นี้

ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ณที่นี้โดยเฉพาะบริษัทซีเมนส์ และโบซันกายาที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักโดยแทบจะไม่มีวันหยุดเพื่อให้การผลิตแล้วเสร็จทันความต้องการใช้งานดังกล่าว ซึ่งมิเพียง ใช้เวลาสั้นเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งความเข้มงวดในเรื่องของ คุณภาพตามมาตรฐานของซีเมนส์ ทั้งนี้รถขบวนใหม่ ทันสมัย รองรับผู้โดยสารมากขึ้นเนื่องจากเอาเก้าอีบางสวนออก เหมือนรถไฟฟ้าในยุโรป นายคีรี กล่าว

ทั้งนี้ รถขบวนแรกนี้หลังจากส่งมอบในแล้วจะขนส่งทางเรือไปยังประเทศไทยเพื่อทำการทดสอบบนเส้นทางจริงเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้มั่นใจในคุณ ภาพก่อนนำไปให้บริการ และหลังจากนั้นจะ ทยอยส่งมอบขบวนรถที่เหลือไปยังประเทศไทยซึ่งจะเสร็จสิ้นช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้สามารถเปิด ให้บริการส่วนต่อ ขยายไปสมุทรปราการได้ในเดือนธ.ค.2561

เขากล่าวว่า จากการที่ได้มาเห็นขบวนการผลิตและรถไฟฟ้าขบวนแรกที่แล้วเสร็จ ทำให้ผมมีความมั่นใจว่าทั้งบริษัทซีเมนส์และโบซันกายาจะสามารถทำการผลิตรถไฟฟ้าทั้ง 22ขบวนได้ตามกาหนดรวมถึงมีคุณภาพเป็นที่น่า ประทับใจเฉกเช่นเดียวกับรถของซีเมนส์ที่ใช้งานอยู่กว่า18ปีแล้วแต่ ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี

ด้านนายอัศวิน กล่าวว่า กทม.หวังจะสร้างระบบไฟฟ้า ให้ครบทุกเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกประชากรในกทม.ที่หันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น และช่วยแก้ปัญหาจราจร โดยเฉพาะหน้า กทม.จะสร้าง 3 เส้นทางใหม่ ซึ่งเป็นสายรอง เพื่อรองสายหลัก

คือสายสีทอง เจริญนคร สายสีเทา วัชรพล โดยระยะแรก ถึง ทองหล่อง 19 กิโลเมตร และเส้นบางนา สุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะเปิด ประมูล ได้ในปีหน้า โดยกทม.พร้อมสนับเอกชนที่จะมาลงทุนด้านนี้ ส่วนคอขวดสถานีสะพานตากสินได้หารือ กับ บีทีเอส แล้วที่จะมาลงทุนตรงนี้ เพื่อแก้ปัญหา ประชาชนที่ตกค้าง แออัด วันละเป็นหมื่นๆคน

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV