ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

45,425 คน …..แรงใจเพื่อ"ช้างศึก"

4.5K 128
45,425 คน …..แรงใจเพื่อ

หากเทียบตัวเลข ระหว่างเกมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่พบกับ ทีมชาติกาบอง อันเป็นนัดแรกของฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 22 คือตัวเลขของผู้ชม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งอยู่ที่ 25,781 คน ในขณะที่ เกมนัดชิงชนะเลิศ ประจำวันอาทิตย์ที่ 25 เป็นการทำตัวเลขของผู้ชมขึ้นไปอยู่ที่ 45,245 คน หรือ เพิ่มขึ้น จากเกมนัดแรก 19,464 คน เป็นผู้เล่นคนที่ 12 ของฟุตบอลทีมชาติไทย ที่" หลั่งไหล" มาให้กำลังใจ

เพราะหากย้อนหลังไปที่ฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45  ในเดือนกรกฏาคม 2560  คือ  การทำยอดผู้ชมเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่ไทยพบกับ เบลารุส อยู่ที่ 22,483 คน   จากพื้นที่ความจุของสนาม 49,772 คน   ดังนั้นสัดส่วนของจำนวนยอดผู้เช้าชม กับเกมนัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 25   จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง   เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง "พลังศรัทธา"  ต่อฟุตบอลทีมชาติไทย  ที่ขึ้น-ลง  ได้ตลอดเวลา   โดยมีปัจจัยอยู่ที่ความสำเร็จกับการทำผลงาน

ก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลรายการคิงส์คัพ ผมเชื่อว่าสิ่งที่คนในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  เป็นห่วงก็คือ  การทำยอดผู้ชมกับฟุตบอลรายการนี้ว่า ที่สุดแล้ว   จะได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงใด จากเหล่าผู้เล่นคนที่ 12 ของฟุตบอลทีมชาติไทย  เพราะสิ่งที่พาไปก็คือ  บรรยากาศที่ซบเซาของฟุตบอล นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกอาชีพ  อย่างไทยลีก ที่ยอดคนดูในสนามหดตัวลง  ทั้งด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ  ที่มีผลต่อการใช้จ่าย  หรือ การมีช่องทางอื่นให้ได้รับชม มากกว่า การที่จะไปชมในสนาม  

จนเป็นที่คาดการณ์กันว่า  เรื่องนี้จะมีผลมาถึงการเข้าไปเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย  กับทัวร์นาเม้นท์แรกของปี   คือฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ  ที่อาจจะไม่คึกคัก    ดังนั้นการหาสีสันอื่นเข้ามาเสริมอย่าง เกริล์กรุ๊ป  "BNK 48"  จึงเป็นสิ่งที่  พล.ต.อ. ดร.  สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มองไปในทิศทางที่ว่า  ด้วย"ความแรง"ของชื่อเสียง  จะมีส่วนกับการดึงดูดให้แฟนคลับของ BNK 48  มาร่วมตามเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย   เพื่อบรรยากาศที่คึกคักในสนาม

อย่างที่รับรู้ครับ ฟุตบอลทีมชาติไทย จบผลงานกับรายการนี้  ในฐานะรองแชมป์   เป็นการสู้ของ"ช้างศึก"ที่มีอันดับโลกอยู่ที่ 129 กับทีมชาติสโลวาเกีย  จากยุโรป ทีมีอันดับโลก หรือแรงกิ้ง ที่อันดับ 29  ขณะเดียวกัน  สกอร์ 3  ประตูต่อ 2 ที่พ่ายไป  ไม่ได้ถือว่าเป็นตัวเลขที่ห่างมากนัก  และสิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นการมองไปข้างหน้าร่วมกันได้ก็คือ  ผลงานของฟุตบอลทีมชาติไทย  ภายใต้การคุมทัพของ    มิโลวาน ราเยวัช ที่ประเดิมผลงานแรกของปี ในแบบที่น่าพอใจ    ความมั่นใจของเฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย กับการจัดขุมกำลังผู้เล่น  ด้วยการเลือกผู้เล่นชุดเดิมในเกมแรก  เป็นตัวยืนกับเกมในนัดชิง  องค์ประกอบเหล่านี้ ล้วนมีผลเชื่อมโยงไปถึงการทำผลงานในสนาม   และเมื่อผลงานในสนามดี   แรงศรัทธาก็กลับคืนมา

ถึงนาทีนี้    อาจประเมินได้ว่า  ฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่  ทำสำเร็จด่านแรก กับการดึงเอาพลังศรัทธาให้กลับมา หากเอาตัวเลขจากยอดผู้ชมที่ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นดัชนีชี้วัด ถือเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  และผู้เกี่ยวข้อง  ตระหนักกับการที่จะรักษามาตรฐาน  เพื่อให้แรงศรัทธาของผู้เล่นคนที่  12  เหนียวแน่น  และคงอยู่    จากนี้ไปยังมีภารกิจที่ท้าทายรออยู่ สำหรับฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด ครับ

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV