ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"หมวดเจี๊ยบ" เข้ารับทราบข้อหายุยงปลุกปั่น ชี้เป็นเพียงวิจารณ์รัฐบาลในฐานะปชช.

9.20K 1.58K
หมวดเจี๊ยบ เข้ารับทราบข้อหายุยงปลุกปั่น ชี้เป็นเพียงวิจารณ์รัฐบาลในฐานะปชช.

จากกรณีพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าย กฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต หรือ สุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ความผิดเข้าข่าย 1.นำเข้าข้อมูลเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) และ2.ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หลังวิจารณ์นายกฯ และรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต คณะทำงานสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. โดยมีตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สมาพันธ์ยุโรป ร่วมสังเกตการณ์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทย อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รมช.แรงงาน และรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย พร้อมบรรดาแฟนคลับการเมืองมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ

ร.ท.หญิง สุณิสา เปิดเผยว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวหากย้อนดูจะพบว่าเป็นวิจารณ์การทำงานและงบประมาณค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งประชาชนมีสิทธิ์ที่จะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เพราะเป็นการตรวจสอบอำนาจของรัฐบาล ไม่ได้มุ่งใส่ร้ายโจมตีบุคคลใด โดยรัฐบาลควรรับฟังและนำไปแก้ไขปัญหาดีกว่า ส่วนการเปรียบเทียบรัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับนักร้องแต่ไม่ได้เปิดรับกลุ่มต้านโรงงานถ่านหินภาคใต้ เป็นการวิจารณ์รัฐบาลที่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติและแสดงสิทธิเสรีภาพความคิดเห็นของประชาชน และรัฐบาลควรรับฟังด้วย ไม่ใช้อำนาจคนเห็นต่างด้วยการแจ้งความดำเนินคดี

ร.ท.หญิง สุณิสา เปิดเผยอีกว่า การโพสต์วิจารณ์รัฐบาลและถูกดำเนินคดี 6 กระทง แต่ละกระทงโทษสูงสุดถึง 7 ปี รวมแล้วประมาณ 42 ปี เท่ากับชีวิตของคนๆ หนึ่ง โดยตนมองว่าการตั้งข้อหาดังกล่าวน่าจะมีแรงจูงใจทางการเมืองเพราะตนเป็นอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทยและวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลมาตลอด ทั้งนี้รัฐบาลคงทราบดีว่าตนโพสต์ไม่ได้ใส่่ร้ายแต่แสดงความคิดเห็นเพื่อรักษาผลประโยชน์บ้านเมือง สำหรับรากฐานการปฏิรูปทางการเมืองและเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้นนั้นควรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพราะหากประชาชนไม่กล้าพูดความจริงแสดงความคิดเห็น ประเทศก็คงไม่อาจพัฒนาไปได้

"ต้องขอบคุณผู้แทนจากประชาคมโลกและตัวแทนทางการทูต อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และ ประเทศยุโรปอื่นๆ รวมทั้ง องค์กรสิทธิมนุษยชน เพื่อร่วมสังเกตการณ์ในวันนี้ด้วย เพราะประเทศไทยมีพันธสัญญาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนในประเทศ" ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

ด้านนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ กล่าวว่าร.ท.หญิง สุณิสา เป็นโฆษกพรรคการเมือง อย่างไรก็ต้องยุ่งการเมืองอยู่แล้ว ตามสิทธิประชาชน ทั้งนี้การแจ้งข้อหาตามพรบ.คอมฯ มาตรา116 หลังจากดูรายละเอียดในสำนวนแล้ว น่าจะเป็นการแจ้งข้อหาเกินความจริง เนื่องจากลักษณะหมิ่นประมาทความเสียหาย นำความเท็จ เข้าพรบ.คอม ถ้ายุยง ปลุกปั่นเกี่ยวกับความมั่นคงไม่น่าเข้ามาตรานี้ ซึ่งตนขอเตือนว่าพนักงานสอบสวนอย่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกล่าวร้ายต่อประชาชน เราก็จะดำเนินการตามกฏหมายดำเนินกลับไปในมาตรา 200 ที่ระบุว่า หากพนักงานสอบสวนตั้งมาตราระบุโทษเกินความจริง จะต้องโทษอย่างหนักสูงสุดกลับไป

ที่ตนพูดเช่นนี้ไม่ได้ขู่ แต่หลายครั้งที่มีบุคคลทางการเมืองโดน พรบ.คอมพิวเตอร์ปิดปาก อย่างไรก็ตามบุคคลเหล่านี้ก็ยังจะดำเนินการวิจารณ์รัฐบาลต่อไป ส่วนวันนี้จะพาร.ท.หญิงสุณิสา ไปรับทราบข้อกล่าวหา หากทางพนักงานสอบสวนปอท.ไม่มีการพาตัวไปส่งศาล ก็จะเข้าเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้การปฎิเสธ พร้อมจะให้การในศาลเท่านั้น อย่างก็ตามตนไม่หนักใจกับรัฐบาล ความจริงก็คือความจริง อำนาจรัฐยังคงมีอำนาจตนเข้าใจว่าเมื่อเบื้องบนสั่งมา ปอท.ก็ต้องดำเนินการ ตนก็จะแจ้งความกลับไปเช่นกัน


เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend