ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กองทัพไทย เสียใจ "น้อยเมย" เสียชีวิต

75.96K 3.05K
กองทัพไทย เสียใจ น้อยเมย เสียชีวิต

กองทัพไทย เสียใจ "น้อยเมย" เสียชีวิต พร้อมส่ง ผบ.รร.ตท.-แพทย์ เคลียร์ ยันไม่พบถูกทำร้าย ยอมรับเคยถูกซ่อมจนหยุดหายใจ แต่ไม่ใช่สาเหตุ

21 พ.ย. 60 - พล.ท.ณตฐพล บุญงาม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ท.นรุฏฐ์ ทองสอน นายแพทย์กองพยาธิ ศูนยอำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.การุณย์ สุริยวงศ์พงศา ผู้อำนวยการกองการแพทย์โรงเรียนเตรียมทหาร ร่วมแถลงข่าวชี้แจงการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต หลัง บิดามารดา นำร่างไปชันสูตรและพบว่าอวัยวะภายในหาย และยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตว่า ในนามของกองบัญชาการกองทัพไทย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เป็นอย่างยิ่งซึ่งนอกจากจะเป็นความสูญเสียของครอบครัวแล้ว ถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรอันมีค่าและเป็นอนาคตของกองทัพ และการแถลงข่าวในวันนี้ไม่ใช่การตอบโต้กระแสข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เป็นเพียงการชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องและสังคมได้เข้าใจ ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขณะที่ พล.ต.กนกพงษ์ กล่าว ยืนยันว่าในวันที่ 17 ต.ค. ในวันที่น้องเนยเสียชีวิตตนได้อยู่กับนักเรียนทั้งโรงเรียน และมีนักเรียนบางส่วนที่อยู่ที่กองแพทย์ และก็รู้สึกเสียใจที่ได้รับข่าวของน้องเมย เสียชีวิตในช่วงประมาณ 16.00 น. ซึ่งตนได้ติดตามสาเหตุการเสียชีวิตจากมารดาของน้องเมย และแพทย์ ว่าน้องเมยล้มลงและมีอาการหัวใจเต้นอ่อน จึงได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อพยายามช่วยชีวิต "ผมเสียใจมาก เด็กนักเรียนก็เหมือนลูกของผมคนหนึ่งได้จากไป ในโรงเรียนเตรียมทหารเราอยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้อง และได้คุยกับทางครอบครัว ว่าการตายของน้องเมยเป็นการตายที่ผิดทางธรรมชาติ และควรที่จะส่งไปตรวจสอบข้อเท็จจริง คือการชันสูตรพลิกศพจนเรียบร้อย ทางครอบครัวก็รับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนา และทางโรงเรียนเตรียมทหารก็ได้เข้าไปดูแล จนพิธีเสร็จสิ้น ซึ่งในช่วงนั้นผมได้พูดคุยกับทางคุณพ่อของน้องเมยมาโดยตลอดแต่สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน" พล.ต.กนกพงษ์ กล่าว พล.ต.กนกพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนกรณีที่มีนักเรียนเสียชีวิต ถึงสาเหตุว่ามีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องในวันที่ 17 ต.ค.หรือไม่ และตนได้ระบุในผลการสอบสวนว่า ยังไม่พบว่ามีใครไปทำร้ายน้องเนยและได้รายงานผลสอบสวนให้ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับทราบ แล้ว มาทราบภายหลังว่าศพของน้องเมย ยังไม่ได้มีการฌาปนกิจ และได้มีการพูดคุยกับคุณพ่อว่าต้องการสิ่งใด ทางโรงเรียนจะได้ดำเนินการให้ "ยืนยันว่ากรณีดังกล่าว เราเสียใจกันทั้งโรงเรียน และได้มีการสอบสวนเรื่องทั้งหมดของเหตุการณ์วันที่ 17 ต.ค. จากกล้องวงจรปิดพบว่าน้องเมยจะอยู่ที่กองแพทย์เป็นหลัก ซึ่งในช่วงเช้ามีการออกไปแต่งเครื่องแบบแต่ก็ไม่ได้ไปเรียนทางทหาร จากนั้นได้กลับมาที่กองแพทย์ และตอนเที่ยงได้มีการพูดคุยกับเพื่อนๆและมีการโทรศัพท์ไปพูดคุยกับคุณแม่ ประมาณ 10 นาที และมีผลการชันสูตรทางการแพทย์ ว่าน้องเมยหัวใจล้มเหลว" พล.ต.กนกพงษ์ กล่าว พล.ต.กนกพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่น้องเนยโดนซ่อมจนหยุดหายใจไปช่วงหนึ่งเมื่อ 2 -3 เดือนที่ผ่านมาจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตหรือไม่นั้น นัยประวัติทางการแพทย์มีบันทึกอยู่ แต่หลายเดือนมาแล้วซึ่งไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เพราะหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปน้องเมยก็สามารถกลับมาเรียนและก็วิ่งเล่นกับเพื่อนๆได้ และสุขภาพความแข็งแรงดี จากผลการสอบสวนยังไม่พบว่าน้องเมยเสียชีวิตจากการถูกซ่อม "การซ่อมหรือที่เรียกว่าการดำรงทางวินัยมีอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารอยู่แล้ว น้องเมยก็เข้ากิจกรรมเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร ส่วนขอบเขตของการซ่อมนั้น ตามระเบียบของโรงเรียนมีข้อปฏิบัติชัดเจน หากใครทำผิดจากกฎระเบียบก็จะต้องมีการสอบสวน ลงโทษตามกฎหมายที่มีอยู่ และในกรณีการซ่อมน้องเมยครั้งนั้น ได้มีการลงโทษทางวินัยผู้เกี่ยวข้องไปเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ติดใจเอาความ" พล.ต.กนกพงษ์ กล่าว ด้าน พ.ท.นพ.นรุฏฐ์กล่าวว่า ได้รับร่างน้องเมยผ่าการพิสูจน์ โดยภายนอกไม่พบร่องรอยบาดแผลประทุษกรรมทางร่างกาย และภายในพบว่ามีกระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 บริเวณด้านขวาหัก มีรอยช้ำบริเวณอกทางด้านขวาและซ้าย ซึ่งเราพบสิ่งผิดปกติเพียงแค่นี้ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ว่ารอยช้ำหรือกระดูกซี่โครงหักจะทำให้เสียชีวิตได้ จึงต้องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ดังนั้นจำเป็นต้องเก็บอวัยวะบางส่วน ตัดออกไปประมาณหัวแม่มือ หรือแล้วแต่สไตล์การเก็บตัวอย่างของแพทย์ ทั้งนี้การเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ แพทย์จะเน้นตรวจสอบที่สมองและหัวใจเป็นหลัก จึงได้เก็บสมองไว้ทั้งหมด และฉีดฟอร์มาลีน ทำการตรวจสอบต่อไป พ.ท.นรุฏฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจอื่นๆ เช่น พิษพิทยาการเก็บอยู่ 3 ทางได้แก่ 1.เก็บเลือด 2.กระเพาะอาหาร เพื่อตรวจดูเศษอาหารตกค้างเพื่อหาสารพิษ หากไม่พบสิ่งผิดปกติ เย็บและใส่คืนร่างน้องเมย 3.กระเพาะปัสสาวะ แต่เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะเล็กมากและไม่มีน้ำปัสสาวะภายในกระเพาะจึงได้ทำการใส่คืนภายในร่างของน้องเมยเรียบร้อยแล้ว "สาเหตุของหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันของน้องเมย หากดูจากกายภาพและนำมาชั่งน้ำหนักวัดขนาดของหัวใจแล้วค่อนข้างจะเป็นคนที่มีลักษณะปกติดี แต่จากการตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่าเซลล์บางตัวคนปกติอายุ 19 ปีไม่ควรจะพบ อย่างไรก็ตาม ทางแพทย์ได้ประสานกับทางพี่สาวของน้องเมยไว้ว่าได้ทำการเก็บเอาอวัยวะแล้วพร้อมคืน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนและแนะนำให้ประสานกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับคืน โดยทางแพทย์ก็พร้อมที่จะคืนให้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีพนักงานสอบสวนติดต่อมาที่แพทย์จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ของวันนี้ (21 พ.ย.) พนักงานสอบสวนได้โทรศัพท์มาหาแพทย์เพื่อนัดวันติดต่อรับอวัยวะคืน ทางแพทย์ยืนยันว่าเราทำตามกฏหมาย" พ.ท.นรุฏฐ์ กล่าว เมื่อถามว่ารอยช้ำที่บริเวณหน้าอกเกิดจากสาเหตุใด พ.ท.นรุฏฐ์ กล่าวว่า คาดว่าจะเกิดจากของแข็งที่ไม่มีคมมากระแทกโดยอาจเกิดจากสาเหตุใดก็ได้แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นปั๊มหัวใจ เพราะทราบว่าได้ผ่านการปั๊มหัวใจมาประมาณ 4 ชั่วโมง อาจจะทำให้เกิดการคาดเคลื่อนของมือก็เป็นได้ และยอมรับว่าได้เคยช่วยเหลือน้องเมยจนฟื้นจากการถูกซ่อม จนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะไปก่อนเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา.


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend