ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

ไม้พะยูงทำพิษ! ชาวบ้านถูกจับ ขายไม้หาเงินซ่อมรั้ว รร. วอนจนท.เร่งขนออกไป

2.33K 117
ไม้พะยูงทำพิษ!ชาวบ้านถูกจับขายไม้หาเงินซ่อมรั้ว รร.วอนจนท.เร่งขนออกไป

ร้อยเอ็ด - กรรมการหมู่บ้านสาปส่ง ร้องให้ปกครอง-ตร.ป่าไม้ ขนไม้พะยูงที่เฝ้าไว้ออกจากพื้นที่ หรือไม่ก็เผาทิ้ง หลังจากทำดีแล้วไม่ได้ดี เฝ้าไม้ไม่ให้หาย แต่ถูกแจ้งข้อหา 4 คนร่วมกัน ลักไม้ไปขายทั้ง ๆ ที่ ผอ.โรงเรียนมีส่วนร่วมด้วยตามมติหาเงินมาสร้างป้าย-ซ่อมรั้วโรงเรียน สุดท้าย ผอ.ชิ่งหนีแจ้งจับพวกตน

แกนนำชาวบ้านและกรรมการหมู่บ้าน บ้านวังเข ม.4 ตงเหล่าน้อย อ.เสลภูมิ ร้อยเอ็ด รวมตัวกันเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน ต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับไม้พะยูงในโรงเรียนบ้านวังเข ซึ่งล้มลงเพราะพายุพัดล้มลงทับป้ายและรั้วโรงเรียนเสียหายตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.2560 แล้วต้องเฝ้ารักษาไม้ที่ล้มขวางถนนและทางเข้าโรงเรียนอยู่เกือบ 2 เดือน จึงมีเจ้าหน้าที่มาตัดทอนต้นไม้ออก จากนั้นก็นำท่อนไม้ที่ตัดทอนแล้ว 26 ท่อนมาวางเก็บไว้ในโรงเรียน ให้ชาวบ้านจัดตั้งเวรยามดูแล จนกลายเป็นภาระของชาวบ้าน และชุมชน 

นายเสร็จ พลศิลา ประธานกรรมการหมู่บ้าน ที่โดนแจ้งจับ กล่าวว่า หลังจากต้นพะยูงล้มทับป้าย-ประตูพัง รั้วก็โดนไม้ล้มทับ เสียหายจำนวนมาก กว่าจะตัดออกก็เป็นเดือน พอตัดออกก็ไม่เอาไม้ออกไป แล้วมากองไว้ให้ชาวบ้านและโรงเรียนดูแล และต่อมาเห็นว่าไม่มีเงินซ่อมสิ่งเสียหายของโรงเรียน หลังจากทิ้งไว้เกือบ 2 เดือน จึงได้ปรึกษากับป่าไม้ ขอขายไม้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นรายได้ซ่อมแซม 

โดยการปรึกษากันนั้น นายวชิรพงษ์ ค้ำคูณ ผอ.โรงเรียน ก็เห็นด้วย จึงแจ้งไปที่ป่าไม้ ก็บอกว่าแล้วแต่ชาวบ้านจะจัดการ จะสร้างศาลาวัดก็เอาไป จนวันที่ 27 มิ.ย.60 ก็มีคนมาซื้อไม้ 2 ท่อน ก็ตัดสินใจขายหลังจากที่เขาให้ราคา 700,000 บาท แต่พอขายไปเอาเงินมาเข้ากองกลาง เพื่อซ่อมแซมโรงเรียน และมีมติว่าหากเหลือจะช่วยสร้างวัด 

แต่จู่ๆปรากฏว่า ผอ.โรงเรียน กลับไปแจ้งความจับพวกตน 4 คน ที่ลงนามร่วมกันกับ ผอ.ว่าลักขายไม้ของกลาง จากนั้นชุดคุ้มครองป่าไม้ ตำรวจและฝ่ายปกครองก็มาจับกุมตั้งข้อหาพวกตน 4 คน พร้อมกับยึดเงิน 700,000 บาทไปด้วย เพื่อประกอบสำนวนเพื่อดำเนินคดี จนพวกตนท้อใจ ไม่เฝ้าไม้ให้อีก และจากการเลิกเฝ้าไม้นั้น เมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 ก็ถูกคนร้ายลักไม้พะยูงไปอีก 2 ท่อน ทำให้พวกตนไม่สบายใจ พร้อมใจกันเอาเหล็กมาทำกรงกั้นไม้ไว้ แต่ก็ยังไม่สบายใจ จึงมีมติว่าขอให้ผู้เกี่ยวข้องมาขนเอาไม้ออกไปให้หมด เพราะชาวบ้านไม่อยากรับผิดชอบอีกต่อไป เพราะเกิดไม้หายอีก ก็จะกลายเป็นผู้ต้องหาอีก 

นายเสถียร อาจศัตรู 1 ในผู้ถูกแจ้งจับขายไม้กล่าวอีกว่า มติเห็นชอบการขายไม้มี 5 คน งง ที่พวกตน 4 คน คือ นายเสร็จ พลศิลา ประธานกรรมการหมู่บ้าน และกรรมการหมู่บ้าน อีก 3 คน คือนายเสถียร อาจศัตรู, นายพงษ์ กุสุมาลย์ และนายเสน่ห์ กุศุมาลย์ โดนจับพร้อมกับยึดเงินที่ขายไม้ 700,000 บาทไว้ ประกอบการดำเนินคดี แต่ ผอ.ก็ลงนามเห็นชอบด้วย กลับไปแจ้งความแล้วไม่ถูกดำเนินคดี ทำให้พวกตนท้อใจมาก จึงไม่ขอรักษาไม้ของกลางอีกต่อไป จึงต้องการให้รีบมาขนออกไป ก่อนที่ไม้ที่เหลือ 22 ท่อนจะหายอีก หากไม่ขนไปแล้วหายอีกจะไม่รับผิดชอบ หรือหากลำบากเอาไปไม่ได้ เผาทิ้งก็ได้ จะได้ไม่เป็นภาระชาวบ้าน และหากไม้หายก็จะยิ่งเป็นความผิดเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งชาวบ้านรับไม่ได้อยู่แล้ว 

ทางด้านนายคะนึง พูนพิพิธ ปลัดอาวุโส อ.เสลภูมิ ร้อยเอ็ด กล่าวว่า มีการแจ้งความจับชาวบ้านที่ขายไม้จริง โดย นายวชิรพงษ์ ค้ำคูน ผอ.โรงเรียนวังเข เป็นคนแจ้งความกับพนักงานสอบสวน จับกุมผู้ลงนามขายไม้ 4 คน คือนายเสร็จ พลศิลา ประธานกรรมการหมู่บ้าน และกรรมการหมู่บ้าน อีก 3 คน นายเสถียร อาจศัตรู,นายพงษ์ กุสุมาลย์และนายเสน่ห์ กุศุมาลย์ พร้อมกับยึดเงินที่ขายไม้ 700,000 บาทไว้ ประกอบการดำเนินคดีจริง ตอนนี้เรื่องอยูที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไป 

ส่วนการร้องขอให้นำไม้ออกจากพื้นที่นั้น ทราบเรื่องการร้องขอจากชาวบ้านแล้ว แต่ทางปกครองไม่มีอำนาจสั่งการ เพราะที่ดินบริเวณโรงเรียนดังกล่าวเป็นของกรมธนารักษ์ ซึ่งต้องให้กรมธนารักษ์ เป็นผู้ประสานไปยังป่าไม้ ให้เข้ามาตีตราไม้ก่อน จึงจะสามารถขนย้ายออกได้ หรือตัดสินใจว่าจะดำเนินการกับไม้ทั้งหมดอย่างไรต่อไป ซึ่งทุกอย่างจะช้าหรือเร็วต้องขึ้นอยู่กับกรมธนารักษ์ แต่อย่างไรก็ตามทางปกครองอำเภอ ก็จะแจ้งประสานไปยัง ผวจ.ร้อยเอ็ด เพื่อสั่งการประสานไปยังกรมธนารักษ์ร้อยเอ็ด ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของชาวบ้านต่อไป. 


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend