ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

ศาลฎีกายืนคุก 4 ปี 6 เดือน เปมิกาฉ้อโกงหมอประกิตเผ่า

97.67K 1.22K
ศาลฎีกายืนคุก 4 ปี 6 เดือน เปมิกาฉ้อโกงหมอประกิตเผ่า

28 มิ.ย. -- ฎีกายืนคุก 4 ปี 6 เดือน"เปมิกา" จิตวิทยาฉ้อโกง"หมอประกิตเผ่า" เจ้าของสถาบันกวดวิชา ขณะที่ศาลแก้ เปมิกา-พวก ร่วมชดใช้เงินคืนตามจริง 8.1 ล้านเศษ จากเดิมยอด 8.3 ล้าน

ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.4543/2550 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ มารดาของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาแอพพลายด์ ฟิสิกส์ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.เปมิกา หรือชื่อ ศิวพร วีรชัชรักษิต หรือ เหลืองเรณูกุล อายุ 34 ปี นักศึกษาปริญญาโท อดีตเพื่อนสาวคนสนิท นพ.ประกิตเผ่า, น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 32 ปี, นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ อายุ 37 ปี, นายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342

โดยโจทก์ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 20 ส.ค.50 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ต.ค. 2549 - ก.พ. 2550 นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ ได้หลงเชื่อการสร้างสถานการณ์ของจำเลยที่ 1-4 ให้เข้าใจว่าตัวเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จฌานขั้นสูง ระลึกชาติถอดจิตได้ และหลอกลวงว่า น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 และ นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน 99 ภพชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้ในชาตินี้

จำเลยที่ 1 จึงให้ผู้เสียหายซื้อรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท พร้อมมอบเงิน 980,000 บาท ซื้อแผ่นป้ายทะเบียนเลขสวย ส -9999 และยังให้ซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ กับทรัพย์สินอื่นรวม 10 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 9,658,000 บาท เหตุเกิดที่แขวง-เขตปทุมวัน, แขวง-เขตพญาไท กทม., ต.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี, ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ต.ค 2553 ให้จำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ฐานฉ้อโกงทรัพย์ และฐานพยายามฉ้อโกง รวม 10 กระทง เป็นเวลา 54 เดือน หรือ 4 ปี 6 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกฐานสนับสนุนฉ้อโกงและฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฉ้อโกง คนละ 10 กระทง รวมจำคุกคนละ 34 เดือน 60 วัน หรือคิดเป็น 3 ปี และปรับคนละ 27,000 บาท แต่จำเลยที่ 2-4 ประกอบอาชีพการงานมั่นคง และไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน พฤติการณ์เป็นเพียงผู้สนับสนุน โทษจำคุกจึงเห็นสมควรให้รอลงอาญาคนละ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1-4ร่วมกันคืนทรัพย์สินจำนวน 8,035,387 บาท คืนแก่ นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายด้วย

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย.56 เห็นว่าที่ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 54 เดือน หรือ 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และจำคุกจำเลยที่ 2-4 เป็นเวลา 3 ปี รอการลงโทษไว้ 2 ปีนั้นเหมาะสมแล้ว

แต่ที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดมาตรการหากจำเลยที่ 2-4 ไม่ชำระค่าปรับนั้น ศาลเห็นควรแก้เป็นว่าหากจำเลยที่ 2-4 ไม่ชำระค่าปรับ คนละ 27,000 บาท ก็ให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.29 และ 30 และแก้ยอดเงินที่ให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืน นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย เป็น 8,395,387 บาท

ต่อมาจำเลย ยื่นฎีกา อย่างไรก็ดี วันนี้ น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ไม่ได้เดินทางมาศาล ซึ่งก่อนหน้านี้นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรก น.ส.เปมิกา ก็ไม่มาศาลโดยนายประกันติดต่อจำเลยไม่ได้ ศาลจึงสั่งปรับนายประกันจำนวน 1 ล้านบาทไปแล้ว พร้อมให้ออกหมายจับ น.ส.เปมิกา เพื่อมาฟังคำพิพากษา

โดยวันนี้ มีเพียง นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ เพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 3-4 เดินทางมาศาล

ขณะที่ฝ่าย รศ.เพลินจิต มาราดาของ นพ.ประกิตเผ่า โจทก์ร่วม ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มีผู้รับมอบอำนาจมาศาล เพื่อร่วมฟังคำพิพากษา ทั้งนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วเห็นว่า นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย ถูก น.ส.เปริมกา จำเลยที่ 1 กับพวก หลอกลวงให้มอบทรัพย์หลายรายการทั้งบ้าน , รถยนต์ , นาฬิกา , ค่าเช่าที่พักอาศัย , บอร์ดี้การ์ด และเงินสด โดยอ้างเรื่องการระลึกชาติว่าผู้เสียหาย และจำเลยที่ 1 เป็นคู่รัก และผู้เสียหายเคยก่อเหตุในอดีตชาติหลายครั้ง จึงต้องชดใช้ให้แก่จำเลยที่ 1 ในชาตินี้ ซึ่งเป็นการฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตใจของผู้เสียหาย โดยในส่วนของการชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามค่าเสียหายที่แท้จริง

จึงพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานฉ้อโกง โดยอาศัยความอ่อนแอทางจิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (2) ประกอบมาตรา 80 ส่วนจำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสนับสนุนฉ้อโกง โดยอาศัยความอ่อนแอทางจิต และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายและโจทก์ร่วม จำนวน 8,165,387 บาท


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend