ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563.

ไต่สวนคดี "ยิ่งลักษณ์" ปฏิบัติหน้าที่มิชอบไม่ยับยั้งจำนำข้าวนัดที่ 8

1.8K 204
ไต่สวนคดี ยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบไม่ยับยั้งจำนำข้าวนัดที่ 8

ไต่สวนคดี อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบไม่ยับยั้งจำนำข้าวนัดที่ 8 ศาลฎีกานักการเมือง ไต่สวนต่อพยานปาก ผช.ผจก.ธกส. ทนายซักวงเงินใช้โครงการ ขณะที่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ วอนรัฐบาล คสช.เปิดเสรีแสดงความเห็น หลังหลายประเทศห่วงสิทธิมนุษยชน ด้าน วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.เพื่อไทย ถูกค้นบ้าน ตั้งข้อหาครอบครองวิทยุสืี่อสาร ระบุ เป็นแค่นักการเมือง ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 13 พ.ค.59 เวลา 09.30 น. นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ไต่สวนพยานโจทก์ครั้งที่ 8 คดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท


โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวก่อนเข้าห้องพิจารณาว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่เดินทางมาศาล และจากการติดตามข่าวพบว่าหลายประเทศแสดงความกังวลห่วงใยประเทศไทยเรื่องสิทธิมนุษยชนและการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก จึงอยากให้รัฐบาล และ คสช. รับข้อเสนอ แต่ในฐานะประชาชนอยากให้การลงประชามติมีบรรยากาศของการแสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวลใดๆ มีประชาชนร่วมใช้สิทธิจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอนาคตของประเทศไทย

ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตรวจค้นบ้านพัก จ.สมุทรปราการ เมื่อวาน (12 พ.ค.) ที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ พร้อมกล่าวถึงกรณีที่มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายเข้าตรวจค้นว่า ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหามีวิทยุสื่อสารไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า โดยบุตรชายถูกบังคับให้เซ็นรับว่ามีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครอง ขณะที่บ้านพักมีคนเข้าออกจำนวนมากซึ่งการพบวิทยุสื่อสารถูกวางอยู่ภายในบ้านนั้นก็จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป โดยตนเป็นนักการเมืองเล็กๆ ส่วนภรรยาก็มีอาชีพค้าขาย ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรง หรือใช้อิทธิพลใดๆ ไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้ จึงอยากทราบว่าใครคือผู้มีอิทธิพลตัวจริงในพื้นที่

ขณะที่การไต่สวนพยานวันนี้ อัยการนำนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผช.ผจก.ธกส. ที่เคยให้การแล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย.มาให้ฝ่ายทนายความจำเลยซักค้านประเด็นกรอบวงเงินที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าว

โดย นายสุพัฒน์ ผช.ผจก.ธกส ตอบทนายความจำเลยว่า วงเงินที่ ธกส.จ่ายในโครงการรับจำนำข้าว 5 ฤดูกาลผลิตนั้น รวม 878 แสนล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรรายคนโดยตรงตามยอดที่ระบุในใบประทวนที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ไม่ได้จ่ายเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น โดยการใช้เงินของ ธกส.ถูกต้องตามระเบียบและมติ ครม.

ขณะที่ทนายความ พยายามซักถามว่า วงเงิน 878 แสนล้านบาท เป็นวงเงินที่ ธกส.จ่ายให้เกษตรการรวม 5 ฤดูกาล ถือเป็นคนละวงเงินหมุนเวียนที่ ครม. กำหนดกรอบในโครงการ 5 แสนล้านบาท ที่เป็นเงินกู้ 4.1แสนล้านบาท กับเงินทุน ธกส. 9.1 หมื่นล้านบาทใช่หรือไม่

นายสุพัฒน์ ผช.ผจก.ธกส พยานโจทก์ ตอบว่า เป็นตัวเดียวกัน โดยการกำหนดกรอบวงเงินหมุนเวียน 5 แสนล้านบาทนั้นเพื่อควบคุมวินัยการเงินการคลัง ขณะที่โครงการจำนำที่เปิดให้รับจำนำทุกเมล็ดเมื่อชาวนานำข้าวเข้าสู่ระบบแล้ว ธกส.ก็ต้องจ่าย ส่วนเมื่อได้เงินจากการระบายข้าวแล้ว ก็จะนำมาชำระหนี้เงินเพื่อลดเพดานเงินกู้ ทำให้สามารถนำเงินตามกรอบหมุนเวียนมาใช้ได้อีก ส่วนยอดเงินกู้ที่ใช้ในโครงการจนถึงวันที่ 30 ก.ย.57 ประมาณ 5.6 แสนล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นยอดหนี้เงินกู้จนถึงวันที่ 22 พ.ค.57 (วันที่มีการทำรัฐประหาร) กว่า 3 แสนล้านบาท เงินทุน ธกส. 90,000 ล้านบาท และเงินกู้ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาใช้โครงการจำนำข้าวอีก 90,000 ล้านบาทเศษ

เมื่อทนายความจำเลย พยายามถามถึงการกำหนดกรอบการระบายข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายสุพัฒน์ ผช.ผจก.ธกส พยานโจทก์ ตอบว่า ในการระบายข้าวในรัฐบาลก่อนยังไม่ชัดเจนว่าจะระบายข้าวให้เสร็จเมื่อใด แต่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีการกำหนดระยะเวลาชัดเจนจะเร่งระบายข้าวให้เสร็จภายใน 1 ปีส่วนจะดำเนินการได้เพียงใดไม่ทราบภายหลังนายสุพัฒน์ ตอบการซักค้านทนายความจำเลยประเด็นอื่นเสร็จสิ้นแล้ว อัยการ โจทก์เตรียมนำนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไต่สวนเป็นพยานที่สองในวันนี้ ช่วงบ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันนี้ ยังคงมีมวลชนจำนวนมาก มารอให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เหมือนเช่นเคยที่ผ่านมา โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เฝ้ารักษาความเรียบร้อยรอบบริเวณ ขณะที่ภายในอาคารศาลเพิ่มความเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง ในการตรวจบุคคลก่อนเข้าห้องพิจารณาด้วย จากเดิมที่จะเป็น รปภ.ประจำอาคาร

สำหรับการไต่สวน พยานของอัยการ โจทก์ ดำเนินมาใกล้จะเสร็จสิ้นตามที่ยื่นบัญชีต่อศาล ซึ่ง 7 นัดที่ผ่านมาไต่สวนพยานแล้ว 12 ปาก ประกอบด้วย นายนพดล ทิพยวาน บก.ข่าวการเมืองและความมั่นคง สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 , นายนิพนธ์ พัวพงศกร อดีตประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) , น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นนักวิชาชีพการตรวจสอบบัญชี , น..ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. อดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว , นายวิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย , นายระวี รุ่งเรือง เครือข่ายแกนนำชาวนา , นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่เคยอภิปรายการทุจริตโครงการจำนำข้าวในสภา , นายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. , น.ส.ศิรสา กันต์พิทยา อดีตรอง ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน.) , พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี อดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการระบายข้าวรัฐบาล ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา , นายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และ นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผช.ผจก.ธกส.โดยเหลือพยานอีก 2 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่จะนำเข้าไต่สวน ในวันที่ 18 พ.ค.นี้

โดยศาลจะเริ่มนัดไต่สวนพยานจำเลย ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ซึ่งตามบัญชีพยาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ จำเลย จะเข้าไต่สวนเป็นปากแรก ขณะการไต่สวนพยานจำเลยตามนัดจะเสร็จสิ้น วันที่ 3 ก.พ.60

เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว - สำนักข่าวเนชั่น | ภาพโดย ชาลินี ถิระศุภะ - Nation Photo
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend